Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3126/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ทางพิพาทเกิดจากประชาชนใช้เดินเพื่อไปตักน้ำจากบ่อสาธารณะและใช้เดินเข้าออกสู่ถนนสาธารณะมานานหลายสิบปีก่อนที่โจทก์จะสร้างถนนคอนกรีตบนที่ดินทางพิพาท โดยเจ้าของที่ดินขณะนั้นไม่มีการหวงห้ามสงวนสิทธิใด ๆ แม้จะไม่ได้ความว่าผู้ใดอุทิศที่ดินทางพิพาทให้เป็นทางสาธารณะโดยตรงคือโดยพิธีการก็ต้องถือว่าเจ้าของที่ดินเดิมที่ทางพิพาทนี้ผ่านได้อุทิศที่ดินนั้นให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยาย ทางพิพาทจึงตกเป็นทางสาธารณะแล้วจำเลยรับโอนที่พิพาทภายหลังจากที่เจ้าของเดิมได้อุทิศทางพิพาทไปแล้วแม้ทางพิพาทจะอยู่ในเขตโฉนดที่ดินของจำเลย จำเลยก็ไม่มีสิทธิยึดถือเอาเป็นของตนได้ เมื่อทางพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์และอยู่ในเขตปกครองของเทศบาลตำบลศรีราชาโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยผู้เข้าขัดขวางปิดกั้นทางพิพาทนั้นได้ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496มาตรา 50(2) ประกอบด้วยกฎกระทรวง ฉบับที่ 2(พ.ศ. 2496) ออกตามความในพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 ข้อ (2) และพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 40

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 1304 ป.วิ.พ. Section 55 พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 Section 50 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 Section 40

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาถนนสาธารณะภายในเขตเทศบาลตำบลศรีราชา ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 เดิมนางสาวอุสาห์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่16551 ตำบลศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ติดต่อกับที่ดินโฉนดเลขที่ 289 ตำบลศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีของนายตี้ ที่ดินทั้งสองแปลงนี้ประชาชนซึ่งอยู่ในบริเวณดังกล่าวและบริเวณใกล้เคียงได้ใช้สัญจรไปมาและใช้ยวดยานพาหนะผ่านเข้าออกสู่ถนนสุรศักดิ์ 1 และถนนสุรศักดิ์สงวนซึ่งเป็นถนนสาธารณะตลอดมาเป็นเวลากว่า 10 ปี แล้ว โดยนายตี้และนางสาวอุสาหืเจ้าของที่ดินยินยอมให้ประชาชนทั่วไปใช้สัญจรไปสู่ถนนสาธารณะได้โดยไม่ได้หวงห้ามหรือโต้แย้งสิทธิแต่ประการใด ซึ่งถือว่าเป็นการยกให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยาย และอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของโจทก์

โจทก์ได้บำรุงรักษาทางดังกล่าวตลอดมา เมื่อปี 2520 โจทก์ได้รับคำร้องขอจากประชาชนที่สัญจรไปมาตามทางผ่านที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ทำถนนคอนกรีต โจทก์จึงแจ้งให้เจ้าของที่ดินทั้งสองแปลงทราบเจ้าของที่ดินทั้งสองแปลงไม่หวงห้ามหรือโต้แย้งแต่ประการใด โจทก์จึงทำถนนคอนกรีตออกสู่ถนนสาธารณะและรับผิดชอบดูแลทางสาธารณะนี้ตลอดมา ต่อมาปี 2526 นางสาวอุสาห์ขายที่ดินโฉนดที่ 16551ให้จำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองทราบอยู่แล้วว่าที่ดินแปลงพิพาทนี้มีทางสาธารณะที่โจทก์ดูแลรักษาตัดผ่าน แต่จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันก่อสร้างรั้วคอนกรีตปิดกั้นทางสาธารณะซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาและรับผิดชอบของโจทก์ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองเปิดทางแล้วจำเลยทั้งสองไม่ยอมเปิด

ทำให้ประชาชนในบริเวณที่ดินดังกล่าวไม่สามารถผ่านเข้าออกสู่ถนนสาธารณะตามปกติได้ ได้รับความเดือดร้อนจากการปิดกั้นทางของจำเลยทั้งสอง และเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อรั้วคอนกรีตที่ปิดกั้นทางสาธารณะตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องและยอมให้ประชาชนใช้สัญจรไปมาได้ตามปกติถ้าจำเลยทั้งสองไม่ยอมรื้อรั้วคอนกรีตดังกล่าวขอให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นจำเลยทั้งสองให้การว่า นางสาวอุสาห์ไม่ได้ยินยอมให้ประชาชนผู้ใดใช้ที่ดินสัญจรไปสู่ถนนสาธารณะ โจทก์ไม่ได้แจ้งให้นางสาวอุสาห์ทราบหรือขออนุญาตนางสาวอุสาห์แต่อย่างใด ยังไม่ถือว่าเป็นการยกให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยาย ยังไม่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของโจทก์

โจทก์ไม่มีสิทธิและหน้าที่เข้าไปทำการก่อสร้างบำรุงรักษาทางในที่ดินของบุคคลอื่นโดยที่เจ้าของที่ดินไม่ได้ให้ความยินยอมหรืออนุญาต โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียวเป็นผู้ก่อสร้างรั้วคอนกรีตตามแนวที่ดินของจำเลยทั้งสองโดยไม่ได้ปิดกั้นทางสาธารณะไม่ได้ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ให้จำเลยทั้งสองรื้อรั้วคอนกรีตที่ปิดกั้นทางสาธารณะตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องและยอมให้ประชาชนใช้สัญจรไปมาได้ตามปกติ คำขออื่นให้ยกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ทางพิพาทผ่านในที่ดินโฉนดเลขที่ 16551 ตำบลศรีราชา อำเภอศรีราชาจังหวัดชลบุรี ซึ่งปัจจุบันจำเลยทั้งสองถือกรรมสิทธิ์ โดยทางพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของทางที่เชื่อมต่อกับทางที่ใช้เป็นสาธารณประโยชน์ในปัจจุบัน

ทางดังกล่าวเริ่มจากถนนสุรศักดิ์สงวนเรื่อยขึ้นไปผ่านที่ดินของจำเลยทั้งสองและที่ดินของนายตี้ ทับทิม ไปออกสู่ทางสาธารณะที่ไม่ปรากฏชื่อ เพื่อออกสู่ถนนสุรศักดิ์ 1 ทางด้านทิศเหนือ และออกถนนสุขุมวิททางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ปรากฏตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องของโจทก์ เดิมเส้นทางนี้เป็นทางเดินลูกรังต่อมาเมื่อปี 2520 โจทก์ได้ทำเป็นถนนคอนกรีตซึ่งขณะนั้นที่ดินของจำเลยทั้งสองยังเป็นของนางสาวอุสาห์ เชื้อชาญ จำเลยทั้งสองรับโอนที่ดินแปลงดังกล่าวจากนางสาวอุสาห์เมื่อวันที่ 17 มีนาคม2526 ตามสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.5ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน 2526 ได้มีการสร้างรั้วคอนกรีตปิดกั้นทางพิพาท มีปัญหาวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาประการแรกว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะหรือไม่

ฯลฯ เห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานจำเลยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าทางพิพาทเกิดจากประชาชนใช้เดินเพื่อไปตักน้ำจากบ่อสาธารณะและใช้เดินเข้าออกสู่ถนนสาธารณะมานานหลายสิบปีก่อนที่โจทก์จะสร้างถนนคอนกรีตบนที่ดินทางพิพาทนี้ โดยเจ้าของที่ดินขณะนั้นไม่มีการหวงห้ามสงวนสิทธิใด ๆแม้จะไม่ได้ความว่าผู้ใดอุทิศที่ดินทางพิพาทให้เป็นทางสาธารณะโดยตรงคือโดยพิธีการก็ต้องถือว่าเจ้าของที่ดินเดิมที่ทางพิพาทนี้ผ่านได้อุทิศที่ดินนั้นให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยาย ทางพิพาทจึงตกเป็นทางสาธารณะแล้ว ฉะนั้นเมื่อจำเลยทั้งสองเพิ่งรับโอนที่พิพาทเมื่อปี2526 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่เจ้าของเดิมได้อุทิศทางพิพาทไปแล้วแม้ทางพิพาทจะอยู่ในเขตโฉนดที่ดินของจำเลยทั้งสองจำเลยทั้งสองก็ไม่มีสิทธิที่จะยึดถือเอาเป็นของตนได้

ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้นส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่าเมื่อคดีฟังได้ว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์และอยู่ในเขตปกครองของเทศบาลตำบลศรีราชาโจทก์ ทั้งข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยจำเลยทั้งสองไม่ได้ฎีกาโต้แย้งว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันสร้างรั้วปิดกั้นทางพิพาทปรากฏตามภาพถ่ายหมายล.15 แผ่นที่ 5 แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองผู้เข้าขัดขวางปิดกั้นทางพิพาทอันเป็นทางสาธารณประโยชน์นั้นได้ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 50(2) ประกอบด้วยกฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2496) ออกตามความในพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 ข้อ (2) และพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่พ.ศ. 2457 มาตรา 40พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ประยูร มูลศาสตร์ · ก้าน อันนานนท์ · ไพบูลย์ จามิกรณ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4840/2552

ที่พิพาทเป็นพื้นที่ไหล่ทางของทางหลวง จึงเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตทางหลวงซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2) กรมธนารักษ์ซึ่งได้รับมอบที่ดินคืนจากกรมทางหลวงเพื่อดูแลร…

Supreme Court Judgment No. 10378/2550

โจทก์และจำเลยซื้อขายที่ดินและบ้านพิพาทโดยส่งมอบการครอบครองแก่กัน ซึ่งที่ดินดังกล่าวอยู่บนเกาะล้านอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304 ที่ดินและบ้านพิพาทจำเลยยึดถือใช้สอยอยู่ในสถานะเช่นเด…

Supreme Court Judgment No. 8419/2550

ที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน ผู้ใดย่อมไม่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองใช้ยันต่อรัฐได้และยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนจึงยังเป็นที่สาธารณประโยชน์สำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน แ…

Supreme Court Judgment No. 5792/2549

โจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทต่อเนื่องจากผู้ครอบครองเดิมที่ครอบครองมาก่อนใช้ ป.ที่ดิน โดยมิได้มาซึ่งสิทธิครอบครองโดยชอบแม้ว่าเดิมที่ดินพิพาทจะเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2548 (ref. 267961)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณอุทยานประวิติศาสตร์ศรีสัชนาลัยซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ในความครอบครองดูแลรักษาและใช้ประโยชน์ของกรมศิลปากรโจทก์ที่ 2 และเป็นกรรมสิทธิ์ของก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up