Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2529 (ref. 315)

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทจำเลยที่1เป็นนิติบุคคลมีฐานะเท่ากรมในรัฐบาลเป็นหน่วยราชการมีหน้าที่พัฒนาชนบทตามนโยบายรัฐบาลมิได้มีอำนาจหน้าที่ในการจัดสรรที่ดินให้ประชาชนทั่วไปเช่าซื้อการจัดสรรที่ดินจึงมิใช่ราชการของจำเลยที่1การที่จำเลยที่1ตั้งคณะกรรมการขึ้นดำเนินการจัดสรรที่ดินโดยคณะกรรมการดังกล่าวดำเนินงานในนามของสวัสดิการสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทสวัสดิการสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทดังกล่าวก็มิใช่ส่วนราชการของจำเลยที่1การดำเนินงานของสวัสดิการสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทจึงมิใช่ราชการของจำเลยที่1การประกาศจัดสรรที่ดินก็ดีสัญญาเช่าซื้อที่ดินก็ดีใบเสร็จรับเงินก็ดีล้วนแต่ทำในนามของสวัสดิการของสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทมิได้กระทำในนามของจำเลยที่1แม้จำเลยที่1ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นจัดสรรที่ดินก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ประชาชนว่าเป็นผู้จัดสรรที่ดินซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรก็ตามก็ไม่มีผลให้การจัดสรรที่ดินกลายเป็นราชการของจำเลยที่1จำเลยที่1จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาเช่าซื้อดังกล่าว.

Provisions the court ruled on

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ทั้ง 18 สำนวนฟ้องเป็นทำนองเดียวกันว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคล มีฐานะเท่ากรม มีอำนาจหน้าที่พัฒนาชนบทตามนโยบายรัฐบาลจำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการของจำเลยที่ 1 และเป็นประธานกรรมการจัดสรรที่ดินเพื่ออยู่อาศัยของสวัสดิการของจำเลยที่ 1 และมีชื่อในโฉนดที่ดินจัดสรรดังกล่าว จำเลยที่ 3 เป็นบริษัทจำกัดเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ในการจัดสรรที่ดินจำหน่าย จำเลยที่ 4 เป็นกรรมการผู้จัดการ จำเลยที่ 3 ทั้งดำเนินกิจการเป็นส่วนตัวด้วยจำเลยที่ 1 ประกาศว่าประสงค์จะส่งเสริมสวัสดิการของข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานเร่งรัดพัฒนาชนบท จึงดำเนินการจัดสรรที่ดินเพื่ออยู่อาศัย โดยให้เช่าซื้อระยะยาว โจทก์ทั้ง 18 สำนวนได้ตกลงทำสัญญาเช่าซื้อและชำระค่าเช่าซื้อตลอดมา

ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม 2516จำเลยที่ 1 แจ้งให้โจทก์ทั้ง 18 สำนวนทราบว่า ได้โอนการจัดสรรที่ดินให้จำเลยที่ 3 ดำเนินการต่อไป ให้โจทก์ทั้ง 18 สำนวนติดต่อกับจำเลยที่ 3 โจทก์ทั้ง 18 สำนวนได้ติดต่อทำสัญญาเช่าซื้อกับจำเลยที่ 3 และชำระค่าเช่าซื้อให้จำเลยที่ 3 ต่อไป ต่อมาจำเลยทั้งสี่ผิดสัญญาไม่โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่เช่าซื้อให้ทำให้ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่จัดการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามสัญญาเช่าซื้อหากโอนไม่ได้ให้คืนเงินค่าเช่าซื้อที่โจทก์แต่ละคนได้ชำระไปพร้อมดอกเบี้ย และชำระค่าเสียหายเท่าราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นอัตราตารางวาละ 950 บาท ตามจำนวนที่ดินที่โจทก์แต่ละคนเช่าซื้อด้วยจำเลยที่ 1 ให้การทำนองเดียวกันทั้ง 18 สำนวนว่า

จำเลยที่1 ไม่มีวัตถุประสงค์และไม่เคยดำเนินการจัดสรรที่ดินหรือให้เช่าซื้อที่ดิน หากจำเลยที่ 2 กับพวกดำเนินการจัดสรรที่ดิน จำเลยที่ 2กับพวกก็ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว จำเลยที่ 1 มิใช่คู่สัญญาและไม่ได้รับเงินค่าเช่าซื้อจากโจทก์ สัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะเพราะจำเลยที่ 1ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินที่ให้เช่าซื้อ เมื่อได้โอนหนี้กันโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ผู้โอนย่อมพ้นความรับผิดจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาทั้ง 18 สำนวนจำเลยที่ 3 ที่ 4 ให้การทำนองเดียวกันทั้ง 18 สำนวนว่า จำเลยที่ 3 ถูกเชิดให้เข้าทำสัญญาเช่าซื้อแทนจำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยที่ 3 ต้องผูกพันตามสัญญาเช่าซื้อก็ต่อเมื่อจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้โอนที่ดินและมอบเงินค่าเช่าซื้อที่ได้รับไปทั้งหมดแก่จำเลยที่ 3แล้วเท่านั้น

ราคาที่ดินที่เช่าซื้อปัจจุบันราคาไม่เกินตารางวาละ650 บาท จำเลยที่ 4 เป็นกรรมการผู้จัดการจำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันจัดสรรที่ดินให้โจทก์และผิดสัญญา พิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันโอนที่ดินแปลงที่โจทก์แต่ละคนเช่าซื้อให้โจทก์ และให้จำเลยรับเงินส่วนที่จำเลยตกลงให้โจทก์บางคนชำระในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน หากจำเลยไม่โอนให้ก็ให้จำเลยร่วมกันชำระเงินที่โจทก์แต่ละคนได้ชำระแล้วพร้อมดอกเบี้ยและให้ใช้ค่าเสียหายตามราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นอัตราตารางวาละ 950บาท ตามจำนวนที่ดินที่โจทก์แต่ละคนเช่าซื้อจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ทั้ง 18 สำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 จัดสรรที่ดินเป็นการส่วนตัวมิได้กระทำในนามคณะกรรมการที่จำเลยที่ 1 แต่งตั้งขึ้น จำเลยที่ 1จึงไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ 3 รับโอนกิจการมาดำเนินการต่อไปในนามของตนเอง มิได้กระทำแทนจำเลยที่ 1 ที่ 2 จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 4 เป็นกรรมการผู้จัดการจำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว

Result

พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 และที่ 4 ทุกสำนวน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ทั้ง 18 สำนวน และจำเลยที่ 3 ทั้ง 18 สำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดด้วย และจำเลยที่ 1 ตั้งคณะกรรมการขึ้นจัดสรรที่ดินได้มีการประกาศจัดสรรที่ดินของสำนักงานจัดสรรที่ดินและอาคารสงเคราะห์ สวัสดิการสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท สำนักนายกรัฐมนตรีต่อมาได้มีการทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินและออกใบเสร็จรับเงินก็ระบุว่าเป็นการจัดสรรที่ดินตามประกาศดังกล่าว ต้องฟังว่าจำเลยที่ 1เป็นผู้จัดสรรที่ดินรายนี้ เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นหน่วยราชการมิได้มีอำนาจหน้าที่ในการจัดสรรที่ดินให้ประชาชนทั่วไปเช่าซื้อการจัดสรรที่ดินจึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นราชการของจำเลยที่ 1 การที่จำเลยที่ 1 ตั้งคณะกรรมการขึ้นดำเนินการจัดสรรที่ดินนี้ คณะกรรมการดังกล่าวได้ดำเนินการในนามของสวัสดิการสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท ไม่ปรากฏว่าสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทเป็นส่วนราชการของจำเลยที่ 1 การดำเนินการของสวัสดิการดังกล่าวจะถือว่าเป็นราชการของจำเลยที่ 1 หาได้ไม่ การประกาศจัดสรรที่ดินก็ดี สัญญาเช่าซื้อที่ดินก็ดีใบเสร็จรับเงินก็ดี ล้วนทำในนามของสวัสดิการสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท หาได้ทำในนามของจำเลยที่ 1 ไม่ แม้จะมีคำว่าสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทซึ่งเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ก็เห็นได้ว่าเป็นการแอบอิงชื่อหน่วยราชการเพื่อให้เป็นที่เชื่อถือแก่ประชาชนทั่วไป การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ตั้งคณะกรรมการขึ้นจัดสรรที่ดินดังกล่าวนั้นแม้จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรก็ตาม แต่ก็หามีผลถึงกับทำให้การจัดสรรที่ดินนั้นกลายเป็นราชการของจำเลยที่ 1 และมีผลให้จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดตามสัญญาเช่าซื้อตามที่โจทก์ฟ้องไม่

Matter details

Panel of judges
โสภณ รัตนากร · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
Source
สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4117/2566

แม้ผู้ร้องจะได้ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งความคืบหน้าของคดีที่ผู้ร้องเป็นผู้ประมูลซื้อทรัพย์ได้ไปยังภูมิลำเนาหรือสำนักงานทำการใหม่ คือ เลขที่ 124 ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยของกรรมการและที่ตั้งขอ…

Supreme Court Judgment No. 13847/2553

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์กู้ยืมเงินจากนิติบุคคลซึ่งเป็นสถาบันการเงินซึ่งตั้งอยู่ในสาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยไม่ได้บรรยายฟ้องตั้งประเด็นพิพาทว่า ถิ่นอันเป็นที่ตั้งของสำนักสาขาธนาคารทั้งสองแห่งในสาธารณรัฐสิงค…

Supreme Court Judgment No. 3776/2549

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไม่มีกำหนดระยะเวลาการก่อสร้างแล้วเสร็จไว้ แต่จำเลยผู้จะขายจะต้องก่อสร้างบ้านให้แล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ภายในเวลาอันสมควร เมื่อนับจากวันที่ทำสัญญาจนถึง…

Supreme Court Judgment No. 6459/2546

สำนักงานสาขาอุดรธานีของบริษัทจำเลยที่ 3 เป็นสำนักงานสาขาของจำเลยที่ 3 แต่ไม่ปรากฏว่าสำนักงานสาขาอุดรธานีของจำเลยที่ 3 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกันภัยรถยนต์ของจำเลยที่ 2 คงได้ความเพียงว่าโจทก์ได้ไปติดต…

Supreme Court Judgment No. 252/2544

จำเลยจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานของจำเลยในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ซึ่งหากนับถึงวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเป็นเวลาห่างกันเกือบ 1 ปี แต่จำเลยไม่แจ้งเรื่องการย้ายภูมิลำเนาให้ศาลหรือโจทก์ท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up