Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3152/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยนั้น ย่อมมีผลโดยตรงต่อคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้สิ้นผลบังคับไปในตัวด้วย แต่จำเลยเลี่ยงไปอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยเพียงประการเดียวโดยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาด้วย แม้จะเป็นสิทธิของจำเลยที่กระทำได้โดยชอบ ซึ่งจำเลยได้ประโยชน์ที่ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ชั้นอุทธรณ์ โดยเสียเพียงค่าอุทธรณ์คำสั่ง 200 บาทเท่านั้นก็ตาม แต่การที่จำเลยอุทธรณ์เช่นนี้ทำให้มีผลกระทบต่อคำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วย จึงเป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาลชั้นต้นพร้อมอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 เมื่อจำเลยไม่ชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าว จึงเป็นอุทธรณ์ไม่ชอบ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันซื้อสินค้าไปจากโจทก์เป็นเงิน 505,361 บาท แล้วผิดนัดไม่ชำระหนี้ จำเลยทั้งสองต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันครบกำหนดระยะเวลาชำระหนี้เป็นต้นไปด้วย คำนวณดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน71,667.79 บาท รวมเป็นหนี้ถึงวันฟ้อง 577,028.79 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 577,028.79 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน505,361 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยซื้อสินค้าจากโจทก์และไม่เคยได้รับการทวงหนี้ค่าสินค้าจากโจทก์ โจทก์ยังไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงไม่มีสิทธิคำนวณค่าภาษีรวมเข้ากับต้นเงินแล้วคิดดอกเบี้ยจากจำเลย

ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาเมื่อสืบพยานโจทก์หมดแล้ว ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานจำเลยที่ 1 แต่จำเลยทั้งสองไม่มาศาลตามนัด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งงดสืบพยานจำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 505,361 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยที่ 1ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นนั้นจำเลยที่ 1 ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 กล่าวคือจะต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ด้วยแต่จำเลยที่ 1 มิได้ปฏิบัติตาม จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายพิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"การที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยที่ 1 ตามเหตุผลต่าง ๆ ที่อ้างมาเพื่อให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาคำสั่งของศาลชั้นต้นนั้น หากศาลอุทธรณ์พิจารณาเห็นชอบด้วยตามเหตุผลที่จำเลยที่ 1 อ้างมาแล้วมีคำพิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นก็ย่อมแสดงว่ากระบวนพิจารณาที่ศาลชั้นต้นดำเนินต่อไปจนถึงมีคำพิพากษาเป็นการไม่ชอบ ศาลชั้นต้นต้องเริ่มดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่โดยต้องให้โอกาสแก่จำเลยที่ 1 นำพยานเข้าสืบจนสิ้นกระแสความแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่าการที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยที่ 1 นั้น มีผลโดยตรงต่อคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้สิ้นผลบังคับไปในตัวด้วย

การที่จำเลยที่ 1 เลี่ยงไปอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยที่ 1 เพียงประการเดียว โดยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาด้วย แม้จะเป็นสิทธิของจำเลยที่ 1 จะกระทำได้โดยชอบ ซึ่งทำให้จำเลยที่ 1 ได้ประโยชน์ที่ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ชั้นอุทธรณ์ โดยเสียเพียงค่าอุทธรณ์คำสั่ง 200 บาท เท่านั้นก็ตามแต่การที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์เช่นนี้ทำให้มีผลกระทบกระเทือนต่อคำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วย จึงเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาลชั้นต้นพร้อมอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 มิฉะนั้นเป็นอุทธรณ์ไม่ชอบกรณีต่างจากบทบัญญัติตามมาตรา 234 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่จำเลยที่ 1 อ้างมาในฎีกาซึ่งเป็นเรื่องการทำคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์

กฎหมายจึงบัญญัติให้ผู้อุทธรณ์ต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นด้วย ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่นำเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบไม่รับวินิจฉัยให้แล้วพิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 จึงชอบแล้วฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
พินิจ เพชรรุ่ง · โนรี จันทร์ทร · ทวีวัฒน์ แดงทองดี
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1932/2568

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติ…

Supreme Court Judgment No. 3737/2567

ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 18 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้การฟ้องคดีของผู้บริโภคได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรรมเนียมทั้งปวง แต่ไม่รวมถึงความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นที่สุด ดังนั้น คำพิพากษา…

Supreme Court Judgment No. 3068/2566

เงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ที่จำเลยที่ 1 ต้องวางต่อศาลพร้อมอุทธรณ์นั้นเป็นการปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคฯ มาตรา 7 แต่เนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร…

Supreme Court Judgment No. 3704/2562

เงินค่าธรรมเนียมที่ผู้อุทธรณ์ต้องนำมาวางต่อศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 หมายถึงเฉพาะค่าธรรมเนียมตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ในคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีของศาล หารวมถึงค่าฤชาธรรมเนียมอ…

Supreme Court Judgment No. 7787/2560

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำร้องขอขัดทรัพย์ของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นให้เป็นพับ ให้ผู้ร้องขัดทรัพย์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์จำนวน 3,000 บาท เมื่อผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกา ผู้ร้องขัดทรัพย์จะต้องนำเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up