Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3178/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้เสียหายได้พบจำเลยในขณะที่จำเลยซึ่งมีอาการเมาสุรานั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กระทำความผิดและผู้เสียหายมิได้เข้าทำการจับกุมจำเลยอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยแต่อย่างใด อีกทั้งการที่ ส. แจ้งต่อผู้เสียหายก็ระบุแต่เพียงว่าอาจมีเรื่องกันบริเวณปากซอยให้ไปช่วยคนหน่อย จึงฟังไม่ได้ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นโดยจำเลยเป็นผู้ก่อเหตุหรือกระทำความผิดแต่อย่างใด การที่ผู้เสียหายปฏิบัติภารกิจอื่นแล้วเข้าไปยังที่เกิดเหตุโดยยังมิได้มีเหตุการณ์วิวาทเกิดขึ้นแต่ผู้เสียหายกลับไปมีเรื่องกับจำเลยเป็นส่วนตัว โดยถูกจำเลยพูดว่ากล่าวและผลักอก จึงไม่ใช่เรื่องที่ผู้เสียหายกำลังปฏิบัติการตามหน้าที่ในการเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาทหรือจับกุมผู้กระทำความผิด การกระทำของจำเลยมิใช่เป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 แต่อย่างใด

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกล่าววาจาหยาบคายดูหมิ่นพลตำรวจชลชัย มาสถิตย์ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่เข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาทว่า "มึงเป็นตำรวจใหญ่นักหรือไง มึงใหญ่ก็มาจับกู ไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์" และใช้กำลังดิ้นรนและผลักอกผู้เสียหายขณะปฏิบัติหน้าที่ว่ากล่าวตักเตือนจำเลยอันเป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136, 138, 91จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 138 วรรคสอง จำคุก 1 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนในเวลาเดียวกันข้อหาอื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 เสียด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยได้ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่หรือไม่ โจทก์มีพลตำรวจชลชัย มาสถิตย์ ผู้เสียหายเบิกความว่า ผู้เสียหายรับราชการอยู่ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอคลองหลวง ตำแหน่งลูกแถว มีหน้าที่สืบสวนและจับกุมคนร้าย เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2537เวลาตีสองเศษ ขณะที่ผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์ส่วนตัวไปเพียงคนเดียวโดยไม่ได้แต่งเครื่องแบบ เมื่อถึงบริเวณกลางซอยหงษ์สกุล หมู่ที่ 3 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พบนางสาวสากลหรือพึงโบกมือให้จอดรถแจ้งว่า มีวัยรุ่นจะก่อเหตุทะเลาะกันขอให้ไประงับเหตุ ผู้เสียหายได้ขับรถจักรยานยนต์ไปที่จุดที่ได้รับแจ้งพบจำเลยกับพวกประมาณ 7-8 คน

นั่งอยู่บริเวณที่จอดรถจักรยานยนต์รับจ้าง พบจำเลยนั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์คันหนึ่งมีอาการเมาสุรา ผู้เสียหายได้แสดงตัวในกลุ่มนั้นว่าเป็นตำรวจอยู่คลองหลวงมีอะไรจะให้ช่วยไหมจำเลยพูดว่า "มึงเป็นตำรวจใหญ่นักหรือมึงใหญ่มาจับกู ไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์" ผู้เสียหายขอให้จำเลยพูดให้เพราะหน่อย จำเลยลงจากรถจักรยานยนต์ตรงเข้าผลักอกผู้เสียหาย ผู้เสียหายเสียหลักเซถอยหลัง จำเลยจะเข้ามาซ้ำ ผู้เสียหายได้ผลักจำเลยออกไป พวกของจำเลยกรูเข้ามาหา ผู้เสียหายถอยหลังและได้ชักปืนออกมาพร้อมกับบอกว่าให้ถอยออกไปอย่าเข้ามาจะได้รับอันตราย คนเหล่านั้นจึงแตกกลุ่มหนีไป จำเลยได้ขับรถจักรยานยนต์ออกไปจากที่เกิดเหตุ เห็นว่า ผู้เสียหายได้พบจำเลยในขณะที่จำเลยนั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์มีอาการเมาสุรา โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กระทำความผิดและผู้เสียหายมิได้เข้าทำการจับกุมจำเลยอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยแต่อย่างใด

อีกทั้งการที่นางสาวสากลหรือพึงแจ้งต่อผู้เสียหายก็ระบุแต่เพียงว่าอาจจะมีเรื่องกันบริเวณปากซอยให้ไปช่วยคนหน่อย จึงฟังไม่ได้ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นโดยจำเลยเป็นผู้ก่อเหตุหรือกระทำความผิดแต่อย่างใด การที่ผู้เสียหายปฏิบัติภารกิจอื่นแล้วเข้าไปยังที่เกิดเหตุโดยที่ยังมิได้มีเหตุการณ์วิวาทเกิดขึ้น แต่ผู้เสียหายกลับไปมีเรื่องกับจำเลยเป็นส่วนตัว โดยถูกจำเลยพูดว่ากล่าวและผลักอก จึงมิใช่เรื่องที่ผู้เสียหายกำลังปฏิบัติการตามหน้าที่ในการเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาทหรือจับกุมผู้กระทำความผิด การกระทำของจำเลยมิใช่เป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 แต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · พิมล สมานิตย์ · กนก พรรณรักษา
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 952/2563

เดิมโจทก์ร่วมเคยเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองกับพวกอีกสองคนเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ในคดีหมายเลขดำที่ 481/2558 ซึ่งเป็นการกระทำเดียวกันกับคดีนี้ ต่อมาโจทก์ร่วมยื่นคำร้องข…

Supreme Court Judgment, B.E. 2562 (ref. 662894)

การกระทำความผิดของจำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ตาม ป.อ. มาตรา 215 วรรคแรก วรรคสาม และมาตรา 216 เป็นความผิดเกี่ยวกับการมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดการวุ่น…

Supreme Court Judgment No. 692/2561

ป.อ. มาตรา 140 วรรคสาม บัญญัติให้ผู้กระทำความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธปืนต้องได้รับโทษหนักกว่าโทษตามที่กฎหมายบัญญัติในสองวรรคก่อนกึ่งหนึ่ง ก็เพื่อคุ้มครองความปลอดภ…

Supreme Court Judgment No. 7322/2557

ขณะเกิดเหตุดาบตำรวจ บ. และดาบตำรวจ ส. แต่งกายในเครื่องแบบเจ้าพนักงานตำรวจ พกพาอาวุธปืนสั้นแบบเปิดเผย กำลังมอบหมายให้ อ. ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานดำเนินการจับกุม ส. โดยทำการใส่กุญแจมือ ส. ได้เพียงข้าง…

Supreme Court Judgment No. 6875/2557

พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543 มาตรา 30 เป็นบทบัญญัติให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวเข้าไปในสถานที่ที่มีการขุดดินหรือถมดินเพียงเพื่อตรวจสอบว่ามีการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้หรือกฎกระท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up