Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3182/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ.2483มาตรา37บัญญัติให้ที่ประชุมเจ้าหนี้อาจลงมติตั้งกรรมการเจ้าหนี้ไว้เพื่อแทนเจ้าหนี้ทั้งหลายในกิจการเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้กรรมการเจ้าหนี้ย่อมอยู่ในฐานะเป็นตัวแทนของเจ้าหนี้ทั้งหลายในการจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้เมื่อที่ประชุมกรรมการเจ้าหนี้มีมติเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ประการใดแล้วมติดังกล่าวจึงต้องถือว่าเป็นมติของที่ประชุมเจ้าหนี้ทั้งหลายนั้นเองดังนั้นคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้แก้ไขมติที่ประชุมกรรมการเจ้าหนี้ดังกล่าวเท่ากับเป็นการกล่าวอ้างว่ามติที่ประชุมเจ้าหนี้ขัดต่อประโยชน์อันร่วมกันของเจ้าหนี้ทั้งหลายซึ่งตามมาตรา36ให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เท่านั้นที่จะร้องต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งห้ามมิให้ปฏิบัติตามมตินั้นได้โดยต้องยื่นคำร้องต่อศาลภายใน7วันนับแต่วันที่ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติผู้ร้องหามีสิทธิเช่นว่านั้นไม่และหากถือว่าคำร้องดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิตามมาตรา146ผู้ร้องก็มิได้บรรยายให้เห็นว่าผู้ร้องได้รับความเสียหายอย่างไรจากการที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จัดให้มีการประชุมกรรมการเจ้าหนี้ดังกล่าวจึงมิใช่กรณีที่ผู้ร้องอาจใช้สิทธิตามมาตรา146ได้ดังนี้จึงไม่มีเหตุแก้ไขมติที่ประชุมเจ้าหนี้นั้น

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2532 แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2535 ต่อมาที่ประชุมเจ้าหนี้ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2538 ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 ให้แก่บริษัทยุวนาถ จำกัด และ/หรือ บุคคลใดที่บริษัทดังกล่าวจัดหามาในราคา682,539,682.54 บาท โดยเมื่อหักค่าธรรมเนียมและค่าอากรต่อใบรับเงินแล้วจะเหลือเงินสุทธิ 645,000,000 บาทผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายที่ 4488 และเป็นกรรมการเจ้าหนี้ยื่นคำร้องคัดค้านว่า การที่ที่ประชุมกรรมการเจ้าหนี้ครั้งที่ 4ลงมติให้ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวให้แก่บริษัทยุวนาถ

จำกัด หรือผู้ที่บริษัทดังกล่าวจัดหามาในราคาสุทธิ 645,000,000 บาท เป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาประเมินและราคาที่เป็นจริงในท้องตลาด ทำให้ยอดเงินเหลือไว้เฉลี่ยแก่เจ้าหนี้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ขอให้ศาลมีคำสั่งแก้ไขมติที่ประชุมดังกล่าวหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ ลูกหนี้และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องของผู้ร้องไม่ได้บรรยายว่ามติที่ประชุมกรรมการเจ้าหนี้ครั้งที่ 4 ไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไรไม่มีเหตุแก้ไขมติที่ประชุม ให้ยกคำร้องผู้ร้อง อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืนผู้ร้อง ฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ฎีกาของผู้ร้องข้อแรกที่ว่าเมื่อมีการขายตามมติกรรมการเจ้าหนี้

ทำให้เจ้าหนี้รายอื่นได้เปรียบที่ดินของลูกหนี้มีราคาสูงกว่าราคาขาย การยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นผู้ร้องได้แสดงชัดเจนแล้วว่าการกระทำของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จัดให้มีการประชุมเจ้าหนี้ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เช่าซื้อจึงเป็นการร้องคัดค้านการกระทำของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งกฎหมายให้สิทธิและอำนาจผู้ร้องซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการเจ้าหนี้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 146 ร้องคัดค้านได้นั้น เห็นว่าตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 37 บัญญัติให้ที่ประชุมเจ้าหนี้อาจลงมติตั้งกรรมการเจ้าหนี้ไว้เพื่อแทนเจ้าหนี้ทั้งหลายในกิจการเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้กรรมการเจ้าหนี้ย่อมอยู่ในฐานะเป็นตัวแทนของเจ้าหนี้ทั้งหลายในการจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้

เมื่อที่ประชุมกรรมการเจ้าหนี้มีมติเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ประการใดแล้วมติดังกล่าวจึงต้องถือว่าเป็นมติของที่ประชุมเจ้าหนี้ทั้งหลายนั้นเอง ดังนั้น คำร้องของผู้ร้องที่ขอให้แก้ไขมติที่ประชุมกรรมการเจ้าหนี้ดังกล่าวเท่ากับเป็นการกล่าวอ้างว่ามติที่ประชุมเจ้าหนี้ขัดต่อประโยชน์อันว่ากันของเจ้าหนี้ทั้งหลาย ซึ่งตามมาตรา 36 ให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เท่านั้นที่จะร้องต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งห้ามมิให้ปฏิบัติตามมตินั้นได้ โดยต้องยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติ ผู้ร้องหามีสิทธิเช่นว่านั้นไม่ และหากถือว่าคำร้องดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิตามมาตรา 146 ผู้ร้องก็มิได้บรรยายให้เห็นว่าผู้ร้องได้รับความเสียหายอย่างไรจากการที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จัดให้มีการประชุมกรรมการเจ้าหนี้ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2538 ขึ้นจึงมิใช่กรณีที่ผู้ร้องอาจใช้สิทธิตาม มาตรา 146 ได้พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ปรีชา บูรณะไทย · ไพศาล รางชางกูร · ทวีชัย เจริญบัณฑิต
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1295/2540

ผู้ร้องซึ่งเป็นทายาทของจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านที่เห็นชอบด้วยกับมติที่ประชุมเจ้าหนี้เนื่องจากผู้คัดค้านมีคำสั่งให้ดำเนินการตามมติที่ประชุมเจ้าห…

Supreme Court Judgment No. 897/2517

จำเลยถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ผู้ร้องรายที่ 2 เป็นเจ้าหนี้จำเลยซึ่งได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้แล้ว ผู้ร้องรายที่ 1 เป็นลูกหนี้ของจำเลยโดยค้างชำระเงินค่าหุ้น ได้ยื่นคำขอลดหนี้ของตนต่อเจ้าพนักงาน…

Supreme Court Judgment No. 1288/2503

ก่อนจำเลยถูกฟ้องล้มละลาย จำเลยได้ตกลงกับบรรดาผู้ซื้อที่ดินจากจำเลยซึ่งชำระเงินให้แก่จำเลยไว้แล้ว และจัดการรังวัดแบ่งแยกที่ดินลงชื่อผู้ซื้อในโฉนดเสร็จแล้ว ยังคงแต่ผู้ซื้อที่มีชื่อนั้นจะไปรับโฉนดเท่านั้…

Supreme Court Judgment No. 3440/2567

การที่ผู้คัดค้านทำรายงานความเห็นและมีหมายแจ้งให้โจทก์คืนเงิน 2,500,000 บาท เข้ากองทรัพย์สินในคดีล้มละลายเป็นการกระทำในขั้นตอนของการจัดการกิจการและทรัพย์สินของจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นอำนาจของผู้คัดค้านแต่เพ…

Supreme Court Judgment No. 1464/2567

ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรื่องขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างระบุเลขที่ดิน ที่ตั้งของที่ดิน สภาพของที่ดินและด้านหลังของประกาศดังกล่าวได้ทำแผนที่สังเขปแสดงการไปที่ดินพิพาทไว้ โดยประกาศอย่างเปิ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up