Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3190/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่ดินได้ทำพินัยกรรมให้โจทก์โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ รู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของรัฐบาลแล้วยังขืนทำการโอนให้โจทก์เป็นเหตุให้โจทก์ถูกผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ฟ้องขับไล่ ศาลฎีกาพิพากษาขับไล่โจทก์ออกจากที่พิพาท ทำให้โจทก์เสียหาย ดังนี้ เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องถึงการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายอันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จึงต้องนำบทบัญญัติว่าด้วยอายุความเรื่องละเมิดตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 มาใช้บังคับ เมื่อคดีฟังข้อเท็จจริงได้ว่า นับแต่วันที่โจทก์ทำนิติกรรมซื้อที่ดินพิพาทจนถึงวันที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลเป็นเวลาห่างกันถึง 21 ปี และโจทก์เพิ่งยื่นฟ้องคดีนี้ภายหลังจากที่โจทก์ได้ฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีก่อนแล้วถึง 2 ปีเศษ คดีโจทก์จึงขาดอายุความ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ในฐานะเจ้าพนักงานที่ดินได้จัดทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินระหว่างนายสนกับโจทก์โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ รู้ว่าที่ดินเป็นของรัฐบาลยังขืนทำการโอนให้โจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยที่ 2 โดยตำแหน่งนายอำเภอเซ็นโอนนิติกรรมตามอำนาจหน้าที่ จำเลยที่ 3 เป็นอธิบดีกรมที่ดินมีหน้าที่รับผิดชอบความเสียหาย ที่เกิดขึ้นในสายงานซึ่งเกี่ยวกับที่ดินของรัฐบาลซื้อแล้วโจทก์ครอบครองโดยสงบเปิดเผยตลอดมา ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ฟ้องขับไล่โจทก์ โดยอ้างว่าเป็นที่ดินรัฐบาลอยู่ในเขตผังเมือง ศาลฎีกาพิพากษาขับไลาโจทก์ให้ออกจากที่พิพาท คดีถึงที่สุดทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 55,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยศาลชั้นต้นสั่งรับฟ้อง

เฉพาะจำเลยที่ 1โจทก์อุทธรณ์ คดีถึงที่สุดชั้นอุทธรณ์ โดยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้รับฟ้องจำเลยที่ 3 ด้วยจำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานที่ดิน ไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม โจทก์จะซื้อที่ดินหรือไม่ ไม่ทราบฟ้องโจทก์ เคลือบคลุม จำเลยที่ 1 มิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อ หากแต่เป็นความประมาทเลินเล่อของโจทก์เอง คดีขาดอายุความฟ้องร้องจำเลยที่ 3 ให้การว่า

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 3 เป็นส่วนตัว มิได้ฟ้องกรมที่ดินเป็นจำเลยด้วย จำเลยที่ 3 ในฐานะส่วนตัวมิได้รู้เห็นการกระทำของจำเลยที่ 1กับโจทก์ เพราะขณะนั้นจำเลยที่ 3 มิได้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน กรมที่ดินและจำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิด ความผิดพลาดเป็นความประมาทเลินเล่อของโจทก์เอง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และคดีขาดอายุความวันชี้สองสถาน คู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงรับกันว่า คดีที่โจทก์ถูกผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ฟ้องขับไล่ออกจากที่พิพาทนั้น โจทก์ฟังคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2518ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายและวินิจฉัยว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฟ้องโจทก์กล่าวว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าหน้าที่แผนกที่ดินของอำเภอเมืองเพชรบูรณ์มีหน้าที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน แต่จำเลยที่ 1 ได้กระทำโดยจงใจประมาทเลินเล่อรู้ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของรัฐบาลแล้วยังขืนทำนิติกรรมโอนให้โจทก์ และต่อมาโจทก์ถูกผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ฟ้องขับไล่

ศาลฎีกาพิพากษาให้ขับไล่โจทก์ออกจากที่พิพาท ดังนี้ เห็นว่าฟ้องโจทก์แสดงว่าจำเลยที่ 1 จดทะเบียนทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินให้โจทก์โดยมิได้สอบสวนก่อนว่าที่พิพาทเป็นของรัฐบาลอยู่ในเขตผังเมืองหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติเป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย ดังกรณีที่โจทก์ฟ้องนี้ การกระทำก่อให้เกิดความเสียหายเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์นั่นเอง หาใช่เป็นเรื่องเรียกค่าทดแทนความเสียหายเนื่องจากรัฐเอาที่ดินคืนดังฎีกาของโจทก์ไม่ ต้องนำบทบัญญัติว่าด้วยอายุความเรื่องละเมิดมาใช้บังคับ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 448 บัญญัติว่า "สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้นท่านว่าขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือเมื่อพ้นสิบปี

นับแต่วันทำละเมิด"คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ทำนิติกรรมซื้อที่พิพาทจากนายสนเมื่อวันที่ 7มีนาคม 2499 โจทก์ฟังคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2518และโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยให้รับผิดในมูลละเมิดเป็นคดีนี้ต่อศาลเมื่อวันที่ 3กุมภาพันธ์ 2521 เมื่อนับตั้งแต่วันที่โจทก์ทำนิติกรรมซื้อที่ดินพิพาทจนถึงวันที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีต่อศาลได้ 21 ปี และนับตั้งแต่วันที่โจทก์ฟังคำพิพากษาศาลฎีกาถึงวันที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีต่อศาลได้ 2 ปีเศษ ดังนี้ คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ขจร หะวานนท์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ · จรัญ สำเร็จประสงค์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1856/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะหน่วยงานของรัฐให้รับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติอ…

Supreme Court Judgment No. 399/2568

การเรียกค่าเสียหายอันเป็นค่าขาดประโยชน์ ค่าเสื่อมสภาพจากการไม่ได้ใช้ทรัพย์ และค่าใช้จ่ายพนักงานในการติดตามดำเนินคดีและทวงถามทรัพย์คืนจากจำเลยในระหว่างที่จำเลยบังคับคดีนำทรัพย์ตามฟ้องของโจทก์ไปเก็บรักษ…

Supreme Court Judgment No. 1765/2566

แม้โจทก์จะไม่ได้กล่าวมาในคำฟ้องให้ชัดเจนว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 และที่ 9 ถึงที่ 21 ให้รับผิดในความเสียหายจากการกระทำละเมิด หรือให้รับผิดในฐานะผู้แทนนิติบุคคลหรือตัวแทนกระทำโดยประมาทเลินเล่อหร…

Supreme Court Judgment No. 2075/2563

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคาร ม. ให้แก่ธนาคาร ก. กำหนดการโอนกิจการ ให้โอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของโจทก์โดยให้ดูแลลูกหนี้เจ้าหนี้นั้น ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม…

Supreme Court Judgment No. 1993/2562

วันที่ 11 ธันวาคม 2556 เป็นวันที่ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอุทธรณ์ภาค 3 ส่งสำเนาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้โจทก์ขณะนั้นโจทก์ยังไม่ได้จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลชานุมาน เขตเลือกตั้งที่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up