คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปลอมใบอนุญาตขับขี่รถยนต์และใช้เอกสารปลอม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔,๒๖๕,๒๖๘,๙๑,๘๓
จำเลยให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ ประกอบด้วยมาตรา ๒๖๕ จำคุก ๑ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๑ บัญญัติว่า "ในคดีซึ่งห้ามฎีกาไว้โดยมาตรา ๒๑๘,๒๑๙ และ ๒๒๐ แห่งประมวลกฎหมายนี้ถ้าผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์พิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา ฯลฯ ก็ให้รับฎีกานั้นไว้พิจารณาต่อไป" คดีนี้ผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นสั่งฎีกาของจำเลยว่า "คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่เมื่อได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่าขณะเจ้าพนักงานขอตรวจใบอนุญาตขับขี่จำเลยก็ควักให้เจ้าพนักงานตรวจโดยดี หาได้มีการส่อพิรุธอย่างใดไม่ ใบอนุญาตของกลางตามเอกสารหมาย จ. ๑ ก็ปรากฏว่า แม้บุคคลธรรมดาก็หาได้รู้ไม่ว่าจะเป็นของปลอม กรณีจำเลยอาจจะไม่รู้ว่าเป็นของปลอมก็อาจเป็นได้ เห็นสมควรอนุญาตให้ฎีกาได้ เพื่อศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานต่อไป สำเนาให้โจทก์แก้"
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำสั่งดังกล่าวไม่มีข้อความตอนใด แสดงหรือพึงอนุมานได้ว่า ข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดข้อที่ผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา จึงไม่ถูกต้องตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ไม่ชอบที่ศาลฎีกาจะรับไว้พิจารณาในปัญหาข้อเท็จจริง
Result
พิพากษายกฎีกาจำเลย.