Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 322/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 2 เช่าที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 ผู้เป็นเจ้าของ ต่อมาโจทก์เช่าช่วงจากจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 ยินยอม แล้วโจทก์ซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 ในระหว่างที่สัญญาเช่าระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ยังมีผลบังคับอยู่ แม้จำเลยที่ 1 จะต้องโอนขายที่พิพาทให้โจทก์ แต่โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนจะต้องรับโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าที่จำเลยที่ 1 ผู้โอนได้ทำไว้กับจำเลยที่ 2 ผู้เช่าเดิมมาด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 และโจทก์ก็รู้ถึงความผูกพันตามสัญญาเช่าระหว่างจำเลยทั้งสองอยู่ก่อนแล้ว จำเลยที่ 2 จึงยังมีสิทธิในที่พิพาทในฐานะผู้เช่าอยู่ โจทก์จะห้ามจำเลยที่ 2 เกี่ยวข้องในที่พิพาทหาได้ไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ มีที่ดินตามโฉนดเลขที่ ๑๒๓๒ เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๑๒ จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาขายที่ดินเฉพาะส่วนตามโฉนดดังกล่าวให้แก่โจทก์เนื้อที่ ๖๐ ตารางวา โดยให้โจทก์ผ่อนชำระเป็นงวด ๆ เมื่อโจทก์ชำระครบ จำเลยที่ ๑ ต้องแบ่งแยกโฉนดโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ภายใน ๓ วัน ในระหว่างที่จำเลยที่ ๑ ยังมิได้แบ่งแยกโอนให้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ยอมให้โจทก์เข้าไปปลูกอาคารอยู่อาศัยในที่ดินแปลงนี้ได้โดยโจทก์จะต้องเสียค่าเช่าที่ดินให้แก่จำเลยที่ ๒ ผู้เช่าเดิม โจทก์ได้ชำระค่าที่ดินให้จำเลยที่ ๑ แล้ว ยังค้างชำระ ๔๒,๐๐๐ บาท สัญญาเช่าระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๑ ผู้เช่าเดิมมีกำหนด ๘ ปี จะหมดอายุการเช่าในวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๑๔ โจทก์เร่งรัดให้จำเลยที่ ๑ รับเงินที่โจทก์ค้างชำระอยู่

จำเลยที่ ๑ อ้างว่า ได้ทำสัญญาเช่ากับจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑๘ ปี และได้ทำสัญญาจะขายที่ดินส่วนที่ขายให้โจทก์แก่จำเลยที่ ๒ ไปแล้ว ไม่สามารถที่จะขายให้โจทก์ต่อไปได้ จึงขอให้จำเลยที่ ๑ รับเงินค่าที่ดิน ๔๒,๐๐๐ บาท และโอนขายที่ดินเนื้อที่ ๖๐ ตารางวาให้แก่โจทก์ และให้เพิกถอนสัญญาเช่าลงวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๐๖ ระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ เฉพาะข้อความการเช่า ๑๘ ปี นั้นเสีย คงให้เป็นระยะเวลาเช่าเพียง ๘ ปี ทั้งห้ามจำเลยที่ ๒ เกี่ยวข้องกับที่ดินส่วนนี้อีกต่อไป จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ได้ทำสัญญาซื้อขายที่ดินตามที่โจทก์ฟ้องจริง แต่โจทก์ทราบตั้งแต่วันซื้อขายแล้วว่า จำเลยที่ ๒ เช่าที่ดินนี้อยู่มีกำหนด ๑๘ ปี ไม่ใช่เพียง ๘ ปีดังฟ้อง

เนื่องจากโจทก์ยังมีเงินไม่พอและสัญญาเช่ายังเหลืออยู่อีกประมาณ ๑๒ ปี โจทก์และจำเลยที่ ๑ จึงตกลงกันว่าให้โจทก์ผ่อนชำระโดยมิได้กำหนดไว้ในสัญญาว่าจะต้องชำระงวดละเท่าใด แล้วแต่โจทก์มีเงินก็นำมาผ่อนชำระให้ แม้กระทั่งโจทก์มาฟ้อง โจทก์ก็ยังชำระเงินให้แก่จำเลยที่ ๑ ไม่ครบ จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ได้เช่าที่ดินของจำเลยที่ ๑ มีเนื้อที่ประมาณ ๑ ไร่ ๒ งาน ๓๐ ตารางวา กำหนดเวลาเช่า ๑๘ ปี ผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้เช่าให้เช่าช่วงได้ เมื่อโจทก์ทำสัญญาซื้อขายที่ดินส่วนนี้จากจำเลยที่ ๑ โจทก์ได้ทราบถึงการเช่าระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ดีอยู่แล้วว่ามีกำหนดการเช่ากัน ๑๘ ปี โจทก์เป็นผู้มาเช่าช่วงที่ดินส่วนนี้จากจำเลยที่ ๒ ทำนองเดียวกับผู้อื่น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ รับเงินที่โจทก์ค้างชำระ ๔๒,๐๐๐ บาท แล้วโอนขายที่พิพาทเนื้อที่ ๖๐ ตารางวาที่โจทก์ครอบครองปลูกบ้านอยู่แล้วให้โจทก์ ห้ามจำเลยที่ ๒ เกี่ยวข้องที่พิพาทอีกต่อไป คำขออื่น ๆ ให้ยกเสีย จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เดิมจำเลยที่ ๒ เช่าที่ดินซึ่งรวมทั้งที่พิพาทจากจำเลยที่ ๑ ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๐๖ เป็นเนื้อที่ประมาณ ๖๓๐ ตารางวา มีกำหนดเวลาเช่า ๑๘ ปี โดยได้ทำหนังสือสัญญาเช่าและจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายตามเอกสารหมาย ล.๒ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๑๐ โจทก์ได้เช่าช่วงเฉพาะที่พิพาทเนื้อที่ประมาณ ๖๐ ตารางวา จากจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๑ ยินยอม มีกำหนดเวลาเช่า ๓ ปี โจทก์เช่าช่วงมาแล้วได้ปลูกเรือนอยู่อาศัย ทั้งปลูกโรงงานในที่พิพาทที่เช่าช่วงมาด้วย เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๑๒ ในระหว่างที่สัญญาเช่าที่พิพาทระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ยังมีผลบังคับอยู่ โจทก์ได้ซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ ๑ ตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.๑ จำเลยที่ ๑ ต้องโอนขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.๑

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๙ บัญญัติว่า "อันสัญญาเช่อสังหาริมทรัพย์นั้นย่อมไม่ระงับไปเพราะเหตุโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินซึ่งให้เช่า ผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้เช่านั้นด้วย" ดังนี้ โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนที่พิพาทซึ่งเป็นทรัพย์สินที่จำเลยที่ ๒ เช่ามาจากจำเลยที่ ๑ ผู้โอน โจทก์จึงต้องรับโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าหมาย ล.๒ ที่จำเลยที่ ๑ ผู้โอนได้ทำไว้ต่อจำเลยที่ ๒ ผู้เช่าเดิมมาด้วย แม้โจทก์ผู้เช่าช่วงที่พิพาทมาจากจำเลยที่ ๒ จะได้ซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย จ.๑ ก็ตาม โจทก์ก็รู้ถึงความผูกพันตามสัญญาเช่าระหว่างจำเลยทั้งสองอยู่ก่อนแล้ว

ดังสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.๑ ระหว่างจำเลยที่ ๑ ผู้ขายและโจทก์ผู้ซื้อข้อ ๓ ระบุไว้ว่า "ในระหว่างที่ผู้ขายยังมิได้แบ่งแยกและโอนโฉนดให้แก่ผู้ซื้อ ผู้ขายยินยอมให้ผู้ซื้อมีสิทธิเข้าไปปลูกสร้างอาคารอยู่อาศัยหรือเพื่อกิจการอื่น ๆ ในที่ดินแปลงนี้ได้ โดยผู้ซื้อจะต้องเสียค่าเช่าที่ดินให้แก่ผู้เช่าเดิม ข้อผูกพันที่มีต่อกันในระหว่างผู้ขายกับผู้เช่าเดิมนั้น ๆ" ซึ่งผู้เช่าเดิมตามสัญญาดังกล่าวก็คือจำเลยที่ ๒ ฉะนั้น จำเลยที่ ๒ ยังมีสิทธิในที่พิพาทในฐานะผู้เช่าตามเอกสารหมาย ล.๒ อยู่ โจทก์จะห้ามจำเลยที่ ๒ ไม่ให้เกี่ยวข้องในที่พิพาทหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ จะอ้างสัญญาเช่าระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ มาใช้บังคับไม่ได้นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังขึ้น

Result

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ เสีย ค่าฤชาธรรมเนียมสามศาลระหว่างจำเลยที่ ๒ กับโจทก์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ชุ่ม สุนทรชัย · พิชัย รชตะนันทน์ · อุดม ทันด่วน
Lower court
ศาลแพ่ง - นายวิจิต วิจารณ์
ศาลอุทธรณ์ - นายพิทยา มงคล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 9535/2558

ผู้ร้องเป็นผู้ถูกอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าเช่าที่ดิน ซึ่งผู้ร้องจะต้องส่งมอบเงินค่าเช่าที่ดินให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี ณ เวลา หรือภายในเวลาตามที่กำหนดไว้ในคำสั่ง และเป็นลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องที่ม…

Supreme Court Judgment No. 765/2557

การที่บริษัท บ. โอนสิทธิเรียกร้องค่าเช่าอันจะพึงได้รับจากบริษัท ม. แก่โจทก์ และได้รับความยินยอมในการโอนสิทธิรับค่าเช่าดังกล่าว สิทธิและหน้าที่ข้างต้นนั้นคงผูกพันบริษัท บ. เจ้าหนี้ และบริษัท ม. ลูกหนี้…

Supreme Court Judgment No. 8702/2553

โจทก์รับโอนสิทธิการเช่าพื้นที่อาคารมาจากบริษัท บ. โดยผู้โอนตกลงโอนและผู้รับโอนตกลงรับโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าระหว่างผู้โอนกับบริษัท อ. โจทก์จึงต้องรับไปทั้งสิทธิที่จะได้รับค่าเช่า ค่าบริการที่บร…

Supreme Court Judgment No. 44/2553

ตามบทบัญญัติของ ป.พ.พ. มาตรา 569 ที่กำหนดให้สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่ระงับไป เพราะเหตุโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินซึ่งให้เช่า และผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้เช่าด้วยนั้น ทำให…

Supreme Court Judgment No. 4260/2550

เดิมที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของ ท. ต่อมาผู้จัดการมรดกของ ท. ได้ทำสัญญาให้ ธ. เช่าที่ดินมีกำหนด 20 ปี การที่ ธ. ปลูกสร้างตึกแถวลงบนที่ดิน จึงไม่ถือว่าเป็นส่วนควบกับที่ดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 โจทก์ซื้อที่ดิ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up