Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3237/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จะไปรับเมทแอมเฟตามีนของกลางเพื่อขนกลับไปคืนให้แก่ ศ. เมื่อเมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวนมาก จำเลยที่ 2 และที่ 3 ย่อมรู้ว่า ศ. มีไว้เพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ย่อมถือได้ว่ามีเจตนาร่วมกับ ศ. มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย การที่จำเลยที่ 2 เข้าไปที่โรงแรม อ. ขอกุญแจห้องพักหมายเลข 503 จากพนักงานของโรงแรมดังกล่าวและถูกจับกุมขณะกำลังเปิดประตูห้องพัก ส่วนจำเลยที่ 3 เข้าไปที่โรงแรม ล. ขณะกำลังเคาะประตูห้องพักหมายเลข 10 เพื่อจะไปรับเมทแอมเฟตามีนคืนให้ ศ. จึงถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเช่นกัน ถือว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ลงมือกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้ว แม้การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จะไม่บรรลุผลสำเร็จก็ตาม การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ก็เข้าขั้นพยายามมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายไม่ใช่เป็นเพียงความผิดฐานสนับสนุน ศ. มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 80 ป.อ. Section 83 ป.อ. Section 86 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 Section 66

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้เดิมศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อย.1736/2555 แต่คดีดังกล่าวยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คงขึ้นสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้และให้เรียกชื่อคู่ความคดีนี้ตามเดิม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 97, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 58, 83 ริบกระเป๋าสีเขียว กระเป๋าลายสกอตและโทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมซิมการ์ดของกลางและบวกโทษของจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2018/2551 ของศาลจังหวัดสงขลา เข้ากับโทษในคดีนี้ เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่ง และบวกโทษจำเลยที่ 2 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2235/2552 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 214/2553 ของศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้ากับโทษในคดีนี้ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษและขอให้เพิ่มโทษ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2) (ที่ถูก ไม่ต้องปรับบทวรรคหนึ่ง), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษประหารชีวิต จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) คงจำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต และเมื่อลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจบวกโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2018/2551 ของศาลจังหวัดสงขลา เข้ากับโทษในคดีนี้ได้อีก ให้ยกคำขอในส่วนนี้ ให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ทุกข้อหา ริบของกลางทั้งหมดยกเว้นโทรศัพท์เคลื่อนที่

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (1), 86 จำคุกคนละตลอดชีวิต เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจเพิ่มโทษและบวกโทษของจำเลยที่ 2 ได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51 จึงให้ยกคำขอในส่วนนี้ กับให้ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2 ซิมการ์ด ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยความผิดฐานต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้ฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 รับจ้างนายศรชัยหรือตี๋หรือศร จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อย.1736/2555 ของศาลชั้นต้น ขนเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด 20,000 เม็ด เมทแอมเฟตามีนชนิดผลึกใส 1 ถุง รวมน้ำหนักสุทธิ 2,784.270 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 1,198.659 กรัม ของกลาง จากจังหวัดเชียงใหม่ไปส่งที่ภาคใต้ แต่ระหว่างทางถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมพร้อมของกลาง เจ้าพนักงานตำรวจขยายผลจับกุมจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนายศรชัยได้และกล่าวหาว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และนายศรชัยมีเมทแอมเฟตามีนของกลาง อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ ซึ่งเห็นควรวินิจฉัยไปพร้อมกัน จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุ ตามที่มีการวางแผนการจับกุม โดยได้รับการติดต่อจากนายศรชัย จำเลยที่ 2 อาจไม่ทราบว่าเป็นการไปรับเมทแอมเฟตามีนของกลางคืนก็ได้ ส่วนจำเลยที่ 3 ฎีกาว่า จำเลยที่ 3 เพียงแต่เดินทางไปที่โรงแรมลิตเติ้ลอินน์และประสงค์เข้าพัก โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 3 กระทำการอันใดเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนของกลาง อันจะส่อแสดงให้เห็นว่ามารับของกลางคืนนั้น โจทก์มีพันตำรวจโทถิรวัฒน์ พันตำรวจโทรณฤทธิ์และสิบตำรวจเอกนพพัฒน์ เป็นพยานเบิกความได้ความว่าในวันเกิดเหตุตามฟ้อง

เวลาประมาณ 9 นาฬิกา สิบตำรวจเอกนพพัฒน์ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีผู้ลักลอบขนยาเสพติดให้โทษจากจังหวัดเชียงใหม่ไปยังกรุงเทพมหานครผ่านทางรถไฟ จึงเฝ้าระวังและทำการตรวจค้นผู้โดยสารที่เดินทางโดยรถไฟ เมื่อตรวจค้นกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ ของจำเลยที่ 1 พบเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด 10 มัด มัดละ 2,000 เม็ด รวม 20,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าลายสกอต และพบเมทแอมเฟตามีนชนิดผลึกใส บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก 1 ถุง น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระเป๋าสีเขียว จึงจับกุมจำเลยที่ 1 พร้อมยึดเมทแอมเฟตามีนเป็นของกลาง พร้อมกับแจ้งให้พันตำรวจโทถิรวัฒน์ทราบ หลังจากนั้น พันตำรวจโทถิรวัฒน์ เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุและควบคุมตัวจำเลยที่ 1 ไปที่ทำการของสถานีตำรวจรถไฟซึ่งตั้งอยู่บริเวณสถานีรถไฟเชียงใหม่

ชั้นจับกุม จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพว่า ลักลอบขนเมทแอมเฟตามีนของกลาง จากจังหวัดเชียงใหม่เพื่อนำไปส่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยได้รับการว่าจ้างจากนายศรชัย ซึ่งเป็นเจ้าของเมทแอมเฟตามีนของกลาง จึงได้ประสานงานไปยังเจ้าพนักงานตำรวจภูธรภาค 5 และเจ้าหน้าที่ของหน่วยปราบปรามยาเสพติดเพื่อจับกุมตัวนายศรชัย โดยการวางแผนให้จำเลยที่ 1 โทรศัพท์ติดต่อไปยังนายศรชัยหลอกว่า จำเลยที่ 1 ไม่สามารถนำเมทแอมเฟตามีนของกลางเดินทางต่อไปได้เนื่องจากมีด่านตรวจของเจ้าพนักงานตำรวจโดยจำเลยที่ 1 จะนำเมทแอมเฟตามีนของกลาง ไปคืนที่ห้องพักหมายเลข 503 โรงแรมอาเขตอินน์ที่เจ้าพนักงานตำรวจวางแผนเปิดและฝากกุญแจห้องไว้กับพนักงานของโรงแรม

ต่อมามีจำเลยที่ 2 มาขอกุญแจห้องพักจากพนักงานของโรงแรมและนำไปเปิดประตูห้อง จึงถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ไม่ใช่นายศรชัย จำเลยที่ 2 ให้การว่า นายศรชัยเป็นผู้ติดต่อให้จำเลยที่ 2 เดินทางมารับเมทแอมเฟตามีนของกลาง ที่ห้องพักของโรงแรม จึงมีการวางแผนเพื่อจับกุมนายศรชัยอีกครั้ง โดยให้จำเลยที่ 2 โทรศัพท์ติดต่อไปยังนายศรชัยและบอกแก่นายศรชัยว่า จำเลยที่ 2 จะไปเปิดห้องพักที่โรงแรมลิตเติ้ลอินน์ เพื่อให้นายศรชัยไปรับเมทแอมเฟตามีนของกลางคืน ต่อมานายศรชัยแจ้งว่าจะให้ญาติซึ่งเป็นน้องชายไปรับเมทแอมเฟตามีนคืน หลังจากนั้นจำเลยที่ 3 เดินทางไปที่ห้องพักหมายเลข 10 ของโรงแรม เจ้าพนักงานตำรวจที่วางกำลังซุ่มดูเหตุการณ์อยู่บริเวณโรงแรม จึงเข้าจับกุมจำเลยที่ 3 ขณะกำลังเคาะประตูห้องพักหมายเลข 10 เห็นว่า

พยานโจทก์ทั้งสามเบิกความสอดคล้องเชื่อมโยงกันโดยตลอด และต่างเป็นข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการไปตามหน้าที่ ไม่รู้จักจำเลยที่ 2 และที่ 3 มาก่อน ไม่มีเหตุน่าระแวงสงสัยว่าจะสร้างเรื่องการขยายผลจับกุมนายศรชัย เพื่อกลั่นแกล้งจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งต่อมาปรากฏว่าสามารถติดตามจับกุมนายศรชัยได้จริงประกอบกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ก็รับอยู่ว่าถูกจับกุมที่โรงแรมอาเขตอินนท์และโรงแรมลิตเติ้ลอินน์ตามลำดับ เพียงแต่บ่ายเบี่ยงว่าจำเลยที่ 2 จะไปหลับนอนกับคนรัก ส่วนจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นน้องของภริยานายศรชัยจะไปพักแรมเพราะเป็นเวลาดึกแล้ว จึงเปลี่ยนใจยังไม่กลับบ้านในคืนเกิดเหตุ อันเป็นข้อกล่าวอ้างลอย ๆ พยานหลักฐานของโจทก์รับฟังได้ว่า

นายศรชัยถูกเจ้าพนักงานตำรวจวางแผนหลอกให้ไปรับเมทแอมเฟตามีนของกลาง แต่นายศรชัยให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไปรับแทนทั้งสองจึงถูกจับกุม อย่างไรก็ดี ตามข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 จะไปรับเมทแอมเฟตามีนของกลางเพื่อขนกลับไปคืนให้แก่นายศรชัย เมื่อเมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวนมาก จำเลยที่ 2 และที่ 3 ย่อมรู้ว่านายศรชัยมีไว้เพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ย่อมถือได้ว่ามีเจตนาร่วมกับนายศรชัยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่การที่จำเลยที่ 2 เข้าไปที่โรงแรมอาเขตอินน์ ขอกุญแจห้องพักหมายเลข 503 จากพนักงานของโรงแรมและถูกจับกุมขณะกำลังเปิดประตูห้องพัก ส่วนจำเลยที่ 3 เข้าไปที่โรงแรมลิตเติ้ลอินน์

ขณะกำลังเคาะประตูห้องพักหมายเลข 10 ก็ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเช่นกัน ถือว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ลงมือกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้ว แม้การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จะไม่บรรลุผลสำเร็จก็ตาม การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ก็เข้าขั้นพยายามมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ไม่ใช่เป็นเพียงความผิดฐานสนับสนุนนายศรชัยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (1), 80 จำคุกคนละตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ธนาพนธ์ ชวรุ่ง · ถมรัตน์ เลิศไพรวัน · สมจิตร์ ทองศรี
Lower court
ศาลอาญา - นายปัญจ กล้าแข็ง
ศาลอุทธรณ์ - นายสุชาติ ชาติปัญญาวุฒิ
Supreme Court black case no.
อ.3575/2558
Trial court black case no.
อย5642/2553
Trial court red case no.
อย1725/2555
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 712/2559

จำเลยที่ 2 สั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจาก อ. ชาวลาวให้ส่งเมทแอมเฟตามีนนั้นจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเข้ามาในประเทศไทย โดยไม่ได้ความว่าจำเลยที่ 2 กับ อ. เป็นพวกเดียวกันและได้วางแผนแบ่งหน้าที่กั…

Supreme Court Judgment No. 244/2562

การที่จำเลยกับพวกร่วมกันนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปวางไว้ที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 14 ที่เกิดเหตุตามที่นัดหมายกันไว้ก่อน ถือได้ว่าจำเลยกับพวกลงมือกระทำความผิดในการนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปส่งมอบให้แก่ ส. ผ…

Supreme Court Judgment No. 8935/2561

พฤติการณ์ที่ ก. กับจำเลยเดินทางร่วมกันไปค้นหาเมทแอมเฟตามีนบริเวณที่เกิดเหตุ บ่งชี้ได้ว่า ก. กับจำเลยมีเจตนาที่จะกระทำความผิดทางอาญามาตั้งแต่แรกและถือว่า ก. กับจำเลยลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่การที่ชายไม…

Supreme Court Judgment No. 3280/2561

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังยุติแล้วว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำรถยนต์ไปรับจำเลยที่ 1 ที่จังหวัดพะเยา โดยจำเลยที่ 2 เป็นคนขับ ส่วนจำเลยที่ 3 น้องชายของจำเลยที่ 1 นั่งโดยสารไปด้วย นับแต่รับจำเลยที่ 1 ที่จังหวั…

Supreme Court Judgment No. 102/2561

ที่จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเกิดในท้องที่สถานีตำรวจภูธรเมืองตาก พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสุโขทัยไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เป็นการขอให้ศาลฎีกาเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาศาลอุ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up