Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3241/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์นำยึดที่ดินที่ขายให้จำเลย เพื่อนำมาขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์เป็นเจ้าหนี้ในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์โดยจำเลยค้างชำระราคาที่ดินแปลงที่โจทก์นำยึดโจทก์จึงเป็นผู้มีบุริมสิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว เมื่อโจทก์ไม่ได้บอกลงทะเบียนเกี่ยวกับราคาและดอกเบี้ยในราคาที่ยังค้างชำระในชั้นลงทะเบียนสัญญาซื้อขายที่ดิน บุริมสิทธินั้นย่อมสิ้นผลตาม ป.พ.พ. มาตรา 288 ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาในอีกคดีหนึ่งย่อมขอเฉลี่ยเงินที่ขายที่ดินนั้นได้.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์นำยึดที่ดินของจำเลยทั้งสองเพื่อขายทอดตลาด

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 10462/2525 ของศาลชั้นต้นผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระหนี้ได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยทั้งสองจึงมาขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิตามป.พ.พ. มาตรา 273(3), 276 มีสิทธิบังคับชำระหนี้จนเต็มจำนวนได้ก่อนเจ้าหนี้อื่นศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยหนี้ในทรัพย์สินหรือเงินที่ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินในคดีนี้ได้โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาชั้นนี้ว่า โจทก์เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้มีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธจากการบังคับคดีที่ดินโฉนดที่ 2055 ที่โจทก์นำยึดได้ก่อนผู้ร้องซึ่งขอเฉลี่ยทรัพย์ในฐานะเจ้าหนี้สามัญหรือไม่ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมูลหนี้การซื้อขายที่ดินแปลงดังกล่าวฟังได้ว่า

โจทก์ได้ทำสัญญาขายที่ดินโฉนดที่ 2055 ให้แก่จำเลยทั้งสองรวมกับที่ดิน น.ส.3 อีกแปลงหนึ่ง ซึ่งเป็นผืนติดต่อกันในราคา 2,800,000บาท โดยมีเงื่อนไขว่าโจทก์ผู้ขายจะต้องมอบใบอนุญาตให้ทำการก่อสร้างสถานีขนส่งของบริษัทขนส่ง จำกัด รวมทั้งมอบใบอนุญาตให้ทำถนนเชื่อมกับทางหลวงสายเอเซียตลอดแนวด้านหน้าของที่ดิน และโอนให้จำเลยที่ 1 ผู้ซื้อเป็นผู้ดำเนินงานต่อไป สำหรับค่าขายที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวโจทก์ได้รับชำระแล้ว 570,000 บาทส่วนที่เหลือจำเลยที่ 1 ได้ชำระเป็นเช็ครวม 11 ฉบับ ซึ่งได้ใช้เงินแล้ว 5 ฉบับ เป็นเงิน 1,200,000 บาท คงค้างชำระอีก1,030,000 บาท เนื่องจากจำเลยทั้งสองได้มีคำสั่งให้ธนาคารระงับการจ่ายตามเช็คที่เหลือ โดยอ้างว่าโจทก์ผิดเงื่อนไขสัญญาดังกล่าวสำหรับที่ดินโฉนดที่ 2055 โจทก์ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่จำเลยที่ 1 แล้ว

คงยังมิได้โอนที่ดิน น.ส.3 ซึ่งต่อมาได้ขอออกเป็นโฉนดที่ 3334 คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 1,030,000 บาทแก่โจทก์ แต่ให้โจทก์โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 3334 ที่ยังไม่ได้โอนให้แก่จำเลยที่ 1ด้วย ปรากฏรายละเอียดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ปรากฏในสำนวนจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินแปลงโฉนดที่ 2055 เพื่อบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาดังกล่าวพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า แม้โจทก์จะเป็นเจ้าหนี้ในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ยังค้างชำระสำหรับที่ดินแปลงพิพาทที่โจทก์นำยึดบังคับคดี โจทก์จึงเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ผู้มีบุริมสิทธิในอันจะได้รับชำระหนี้จากการบังคับคดีทรัพย์สินดังกล่าวได้ก่อนผู้ร้องผู้เป็นเจ้าหนี้สามัญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา273(3), 276 ก็ตาม แต่สำหรับกรณีเจ้าหนี้บุริมสิทธิพิเศษเหนืออสังหาริมทรัพย์เฉพาะอย่างดังกล่าวยังอยู่ในบทบังคับของกฎหมายที่จะต้องบอกลงทะเบียนข้อความจริงเกี่ยวกับราคาและดอกเบี้ยในราคาที่ยังค้างชำระในชั้นลงทะเบียนสัญญาซื้อขายนั้นอันแสดงเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ประสงค์ให้ผู้ทรงบุริมสิทธิพิเศษเหนืออสังหาริมทรัพย์ของลูกหนี้ต้องจดทะเบียนบุริมสิทธิไว้มิฉะนั้นบุริมสิทธิย่อมสิ้นผลนับแต่นั้นตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 288 ดังนั้น

เมื่อโจทก์มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ยังค้างชำระในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิได้ก่อนเจ้าหนี้อื่นที่โจทก์ฎีกาคัดค้านว่าเหตุที่มิได้บอกลงทะเบียนไว้เพราะเข้าใจว่าเช็คที่จำเลยออกให้เพื่อชำระหนี้จะใช้เงินได้ครบถ้วน ก็ปรากฏว่าขัดแย้งกับข้อตกลงตามสัญญาซื้อขายซึ่งระบุไว้ชัดแจ้งแล้วว่าโจทก์จะได้รับชำระราคาส่วนที่เหลือเมื่อได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาข้อ 6 แล้ว ส่วนที่โจทก์ฎีกาประการสุดท้ายในข้อที่ผู้ร้องมิได้คัดค้านเป็นประเด็นไว้ในชั้นอุทธรณ์และมิใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น เห็นว่า บทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจบุริมสิทธิตามกฎหมายเป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ดังนั้นแม้ผู้ร้องมิได้คัดค้านไว้ในชั้นอุทธรณ์ ศาลก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249วรรคสอง คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ.

Matter details

Panel of judges
ถาวร ตันตราภรณ์ · สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6274/2558

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับจำนองแก่ห้องชุดเลขที่ 60/630 ซึ่งเป็นทรัพย์สินจำนองตามคำพิพากษา ส่วนผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทรัพย์ส่วนกลางที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของห้องชุด…

Supreme Court Judgment No. 2448/2551

แม้ว่าสัญญาจำนำและรักษาทรัพย์ ข้อ 3 จะมีข้อตกลงว่า ผู้จำนำจะได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในเครื่องจักรที่จำนำก็ไม่ถือว่าเครื่องจักรกลกลับคืนไปสู่การครอบครองของผู้จำนำก็ตาม ก็เป็นการเขียนสัญญาไว้เพื่อเลี่…

Supreme Court Judgment No. 1814/2538

ผู้ร้องได้บรรยายในคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ถึงสภาพแห่งข้อหาว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาและไม่สามารถเอาชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นของจำเลยได้คงมีเฉพาะเงินที่โจทก์มีสิทธิที่จะได้รับจากศาลซึ่งเป็นจำนว…

Supreme Court Judgment No. 2452/2538

แม้การยึดที่พิพาทเฉพาะส่วนของจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 205/2526 ของศาลชั้นต้น ซึ่งกระทำภายหลังจากที่ได้ยึดไว้ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 12250/2521 ของศาลแพ่ง เป็นการยึดซ้ำ แต่เมื่อการยึดที่พิพาทได้โอนมา…

Supreme Court Judgment No. 7559/2537

ตามคำแถลงที่ผู้ร้องยื่นต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีที่ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานั้นผู้ร้องแถลงว่าผู้ร้องตกลงกับจำเลยแล้วโดยจำเลยยอมชำระเงินให้ผู้ร้อง 100,000 บาท ผู้ร้องจึงไม่ประสงค์ที่จะดำเนินค…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up