Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3246/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 140(3) บัญญัติว่าการอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง ให้อ่านข้อความทั้งหมดในศาลโดยเปิดเผยตามเวลาที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายนี้ต่อหน้าคู่ความทั้งสองฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง บทกฎหมายดังกล่าวบัญญัติเพียงว่าให้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งต่อหน้าคู่ความทั้งสองฝ่ายหรือฝ่ายหนึ่งโดยมิได้บังคับว่าต้องอ่านต่อหน้าคู่ความทุกฝ่ายเสมอไป การที่ศาลชั้นต้นงดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความทุกฝ่ายฟังเพราะไม่มีคู่ความมาศาล โดยปรากฏตามรายงานการเดินหมายว่ามีการปิดหมายให้จำเลยทั้งห้าไว้แล้ว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาตามกฎหมายแล้ว ข้อเท็จจริงปรากฏภายหลังว่า การส่งหมายโดยวิธีปิดหมายดังกล่าวไม่ชอบเพราะเป็นการปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาของทนายจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งได้ย้ายไปก่อนปิดหมายแล้ว ก็ไม่ทำให้การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสียไป ที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้เฉพาะทนายจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังใหม่ จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ ไม่จำต้องอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังอีกเพราะถือว่าได้อ่านตามกฎหมายแล้ว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีสืบเนื่องมาจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะส่วนของจำเลยที่ 1 และที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นตรวจสำนวนแล้วปรากฏตามรายงานการเดินหมายฉบับลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2533 และ วันที่ 4 เมษายน 2533 ว่าเจ้าพนักงานนำหมายไปส่งให้แก่นายทวีศักดิ์ หงส์ทอง ทนายจำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้วไม่พบ พบหญิงอายุประมาณ 45 ปี แจ้งว่านายทวีศักดิ์ย้ายไปแล้ว จึงได้ปิดหมายไว้ ดังนั้นการส่งหมายดังกล่าวจึงไม่ชอบ จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงยังไม่ทราบวันนัดและถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2533 เมื่อจำเลยที่ 1 ทนายจำเลยที่ 1และที่ 2 มาศาลในวันนัดไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2533 ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังในวันดังกล่าวโจทก์อุทธรณ์ว่า ที่ศาลชั้นต้นงดการอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์และให้ถือว่าคำพิพากษาได้อ่านตามกฎหมายแล้วเมื่อวันที่ 27 เมษายน2533 โดยที่ไม่มีคู่ความมาศาล

เพราะจำเลยทั้งห้ายังไม่ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาโดยชอบ เนื่องจากทนายจำเลยทั้งห้าย้ายภูมิลำเนานั้นเป็นการไม่ชอบและไม่มีผลผูกพันคู่ความในคดีนี้แต่ประการใด และการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังใหม่ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2533 เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่าการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังใหม่นั้นชอบด้วยกระบวนพิจารณาหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นชอบที่จะอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์และจำเลยทั้งห้าฟังใหม่ เนื่องจากเจ้าพนักงานส่งหมายนัดให้แก่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ไม่ได้ เพราะทนายจำเลยทั้งห้าย้ายภูมิลำเนาไปแล้ว

การที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้เฉพาะจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังใหม่จึงไม่ชอบ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 140(3)บัญญัติว่า "การอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง ให้อ่านข้อความทั้งหมดในศาลโดยเปิดเผยตามเวลาที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายนี้ ต่อหน้าคู่ความทั้งสองฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง..." บทกฎหมายดังกล่าวบัญญัติเพียงว่าให้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งต่อหน้าคู่ความทั้งสองฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยมิได้บังคับว่าต้องอ่านต่อหน้าคู่ความทุกฝ่ายเสมอไป ที่ศาลชั้นต้นมิได้ดำเนินกระบวนพิจารณาถึงจำเลยที่ 3ถึงที่ 5 โดยอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ฟังด้วยนั้นก็เพราะจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 มิได้ยื่นคำร้องขอเข้ามา จึงไม่มีประเด็นที่ศาลชั้นต้นจะวินิจฉัยสั่ง

ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้เฉพาะจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังใหม่นั้นชอบแล้ว และที่โจทก์ฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีนี้โจทก์ได้ทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยชอบแล้วตั้งแต่วันที่27 เมษายน 2533 ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยังไม่ทราบโดยชอบ จึงอ่านให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังใหม่ได้และไม่ทำให้คู่ความอื่นที่ถือว่าได้ฟังคำพิพากษาโดยชอบแล้วเสียไปด้วยนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายศาลชั้นต้นต้องอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความทุกฝ่ายฟังใหม่ด้วยนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงปรากฏตามอุทธรณ์ของโจทก์และรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2533 ว่าที่ศาลชั้นต้นสั่งงดการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความทุกฝ่ายฟังเพราะไม่มีคู่ความมาศาลเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2533 โดยปรากฏตามรายงานการเดินหมายฉบับลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2533 และวันที่ 4เมษายน 2533 ว่ามีการปิดหมายให้จำเลยทั้งห้าไว้แล้ว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาตามกฎหมายแล้ว ข้อเท็จจริงเพิ่งปรากฏภายหลังเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2533 ว่า

การส่งหมายโดยวิธีปิดหมายดังกล่าวยังไม่ชอบเพราะเป็นการปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาของทนายจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งได้ย้ายไปก่อนปิดหมายแล้วก็ไม่ทำให้การอ่านคำพิพากษาโดยชอบเสียไป และที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้เฉพาะทนายจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังใหม่ จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ ไม่จำต้องอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังอีกเพราะถือว่าคำพิพากษาได้อ่านตามกฎหมายแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 27เมษายน 2533 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สนัด หมายสวัสดิ์ · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · เธียรไท สุนทรนันท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 8957/2556

ป.วิ.พ. มาตรา 140 (3) กำหนดหลักเกณฑ์การอ่านคำพิพากษาว่าให้อ่านโดยเปิดเผยต่อหน้าคู่ความ ไม่หมายความรวมถึงต้องเปิดซองคำพิพากษาต่อหน้าคู่ความด้วย เพราะซองคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นเรื่องการปฏิบัติภายในศาลเพ…

Supreme Court Judgment No. 6112/2554

เอกสารที่จำเลยที่ 3 ใช้ติดต่อกับโจทก์เป็นเอกสารที่ติดต่อกันในนามของจำเลยที่ 1 แม้ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า โจทก์ได้เข้าทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ 1 ดำเนินคดีให้โจทก์หรือโจทก์ได้เข้าตกลงทำสัญญากับผู้มีอำนาจ…

Supreme Court Judgment No. 3302/2551

ศาลชั้นต้นยังมิได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟัง ถือว่าคดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 140 (3) คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มให้ถูกต้อง ไม่ใช่คำ…

Supreme Court Judgment No. 8989/2547

ในคดีแพ่ง แม้คู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตายก่อนศาลพิพากษา แต่ปรากฏต่อศาลเมื่ออ่านคำพิพากษาแล้ว คำพิพากษาก็คงสมบูรณ์ โจทก์ถึงแก่ความตายก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 แต่ปรากฏต่อศาลหลังอ่านคำพิพากษาศาลอุทธ…

Supreme Court Judgment No. 9528/2544

ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 14 ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้ในคดีล้มละลายได้ ก็ต่อเมื่อ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up