Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3260/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ขุดร่องน้ำในที่สาธารณะรับน้ำมายังนาของโจทก์ ราษฎรใช้น้ำในร่องน้ำนั้นทำนาและเลี้ยงสัตว์มา 40 ปี โดยขุดร่องน้ำเล็กชักน้ำมาสู่นาของตน ร่องน้ำนี้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำเลยปิดร่องน้ำทำลายคันและทำนาในร่องน้ำ ทำให้โจทก์ใช้น้ำทำนาไม่ได้ ได้รับความเสียหายพิเศษ เป็นละเมิดต่อโจทก์ ศาลพิพากษาให้จำเลยสร้างคันดินและทำให้เป็นร่องน้ำตามเดิม

Provisions the court ruled on

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้พิจารณาพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาแรกที่ว่าร่องน้ำพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ เห็นว่าเมื่อประมาณ 40 ปีมาแล้ว โจทก์ขุดร่องน้ำพิพาทจากนาของนายขัน นายแขม และนายสี ยาวประมาณ 30 เส้น เพื่อรับน้ำมายังนาของโจทก์ โดยขุดร่องน้ำบนที่ดินสาธารณะนายแขม นายชุ่มนายสวัสดิ์ พยานโจทก์เบิกความสนับสนุนต้องกันว่าโจทก์เป็นผู้ขุดร่องน้ำดังกล่าวบนที่ดินสาธารณะมาประมาณ 40 ปี ราษฎรที่อยู่ใกล้ร่องน้ำใช้น้ำในร่องน้ำนั้นทำนาและเลี้ยงสัตว์ เมื่อศาลชั้นต้นไปเผชิญสืบร่องน้ำพิพาทปรากฏว่าร่องน้ำนั้นขุดบนที่ดินสาธารณะโดยตลอดเจ้าของนาใกล้เคียงอาศัยน้ำในร่องน้ำทำนาโดยขุดร่องน้ำเล็กจากร่องน้ำนั้นมาสู่นาของตน นายจำปา นายหมี พยานจำเลยรับว่าได้เห็นร่องน้ำนั้นมาประมาณ 40 ปีแล้ว ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวถือได้ว่า ร่องน้ำพิพาทเป็นร่องน้ำสาธารณประโยชน์ที่สงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันจึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ข้อนี้ชอบแล้ว

ปัญหาต่อไปที่ว่า จำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งโจทก์จำเลยนำสืบมาเสร็จสำนวนแล้ว แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ปัญหาว่าจำเลยทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่นั้น โจทก์เบิกความว่าจำเลยทำคันกั้นร่องน้ำที่แนว ก.ฉ. กับ ข.ช. และทำลายคันร่องน้ำแล้ว ทำนาในร่องน้ำบริเวณที่ระบายสีแดงในแผนที่พิพาท นายแขม นายชุ่ม นายสวัสดิ์ พยานโจทก์เบิกความต้องกันว่า จำเลยปิดกั้นร่องน้ำและทำนาในร่องน้ำเมื่อศาลชั้นต้นเผชิญสืบร่องน้ำพิพาทปรากฏว่า คันดินแนว ก.ฉ. กับ ข.ช. เป็นคันดินที่ทำขึ้นใหม่ ๆ ที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยไม่ได้ปิดกั้นร่องน้ำที่แนว

ก.ฉ. กับ ข.ช. และนายกู้ศักดิ์ทำนาในร่องน้ำบริเวณที่ระบายสีแดงมาก่อนมานั้นเป็นของจำเลย จึงไม่น่าเชื่อ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทำคันดินกั้นน้ำดังกล่าวและทำลายคันร่องน้ำแล้วทำนาในร่องน้ำ โจทก์ใช้น้ำจากร่องน้ำพิพาทเพื่อทำนาของโจทก์ที่อยู่ทางทิศตะวันตกของถนนจากบ้านโพนบกไปยังบ้านโพนงามท่าถนนนั้นมีท่อระบายน้ำใกล้นาของโจทก์ปรากฏตามแผนที่พิพาท และปรากฏในนาของโจทก์มีร่องน้ำรับน้ำจากร่องน้ำพิพาทไหลผ่านท่อระบายน้ำของถนนไหลสู่นาของโจทก์ ตามฎีกาของจำเลยกล่าวว่า เมื่อน้ำเต็มร่องข้างถนนแล้วจึงจะไหลไปตามท่อระบายน้ำผ่านนาของโจทก์ไหลลงสู่หนองหาร เป็นข้อที่แสดงให้เห็นว่านาของโจทก์เป็นที่ดินต่ำ เชื่อว่าโจทก์ใช้น้ำจากร่องน้ำพิพาทซึ่งไหลมาจากที่ดินสูงในการทำนาของโจทก์

การที่จำเลยทำคันปิดกั้นร่องน้ำพิพาทและทำนาในร่องน้ำพิพาท ทำให้น้ำในร่องน้ำพิพาทไหลไปไม่ถึงนาของโจทก์ตามธรรมดาโจทก์ไม่อาจใช้น้ำจากร่องน้ำพิพาท เพื่อประโยชน์ในการทำนาได้ ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ การกระทำดังกล่าวของจำเลยจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ส่วนข้อที่จะบังคับจำเลยตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ได้เพียงไร เห็นว่า คำขอของโจทก์ที่ให้บังคับจำเลยทำนาห่างคันคลอง (ร่องน้ำ) ตามแนว ฉ.ช.ซ.ค. ตามแผนที่ท้ายฟ้องหรือแนว ม.ฉ.ช.ซ.ค. ตามแผนที่พิพาทมาทางทิศใต้ 2 เมตรตลอดแนวเขตของร่องน้ำนั้น ทางพิจารณาโจทก์นำสืบไม่ได้ความว่าเขตของร่องน้ำอยู่ห่างแนว ฉ.ช.ซ.ค. มาทางทิศใต้ 2 เมตร จึงบังคับจำเลยตามคำขอนี้ไม่ได้ ส่วนคำขอข้ออื่นเป็นผลที่เนื่องจากการกระทำละเมิดของจำเลย จึงบังคับให้ได้

ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยขุดคันดินตามแนว ก.ฉ. และ ข.ซ. ตามแผนที่พิพาทให้มีสภาพเป็นร่องน้ำตามเดิม ให้จำเลยสร้างคันดินตามแนวช.ซ.ค. ตามแผนที่พิพาทให้มีสภาพเป็นคันดินของร่องน้ำตามสภาพเดิม ห้ามจำเลยทำนาในร่องน้ำบริเวณที่ระบายสีแดงในแผนที่พิพาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมสามศาลโดยกำหนดค่าทนายความสามศาล 1,000 บาทแทนโจทก์"

Matter details

Panel of judges
ภักดิ์ บุณย์ภักดี · ภิญโญ ธีรนิติ · ไพบูลย์ ไวกาสี
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4840/2552

ที่พิพาทเป็นพื้นที่ไหล่ทางของทางหลวง จึงเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตทางหลวงซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2) กรมธนารักษ์ซึ่งได้รับมอบที่ดินคืนจากกรมทางหลวงเพื่อดูแลร…

Supreme Court Judgment No. 1117/2544

กรุงเทพมหานครจำเลยได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งที่ดินพิพาทของโจทก์ เพื่อประโยชน์สาธารณะในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่บริเวณด้านทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังร…

Supreme Court Judgment No. 2744/2541

จำเลยได้ปลูกบ้านในที่ดินพิพาทที่เช่ามาจากโจทก์ด้านติดแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองบางสีทองในเขตโฉนดที่ดินของโจทก์ซึ่งเดิมมีหลักเขตที่ดินแน่นอน แต่ต่อมาแนวเขตที่ดินด้าน ติดแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองบางสีทองถูกน้ำ…

Supreme Court Judgment No. 173/2541

จำเลยยื่นคำร้องต่อทางราชการขอให้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท โดยอ้างว่าได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทเต็มทั้งแปลงตลอดมา โจทก์ซึ่งเป็นกำนันตำบลท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ในขณะนั้นได้ไปย…

Supreme Court Judgment No. 3630/2541

โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาให้รับผิดต่อโจทก์ผู้เป็นบุคคลภายนอกอันเกิดจากการ นำยึด และขายทรัพย์สินโดยมิชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 284 วรรคสอง ซึ่งมิได้มีกฎหมายบัญญัติในเร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up