Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3266/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์มอบอำนาจให้ ม. ฟ้องคดีนี้แทนเพียงคดีเดียว แม้ใบมอบอำนาจจะระบุให้ผู้รับมอบอำนาจมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาหรืออื่นๆ ได้ด้วยก็ตาม ถือว่าเป็นการมอบอำนาจให้กระทำการครั้งเดียวซึ่งตามประมวลรัษฎากรกำหนดให้ปิดอากรแสตมป์ 10 บาท เท่านั้น ม. ได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้ฟ้องคดีแทน ย่อมอยู่ในฐานะคู่ความจึงมีอำนาจเรียงหรือแต่งคำคู่ความได้ เพราะการเรียงหรือแต่งคำคู่ความไม่ใช่การว่าความอย่างทนายความ การที่โจทก์ชก น.นอกสถานที่ทำงานและนอกเวลาทำงาน เพราะมีเรื่องโกรธเคืองกันมาก่อน ทำให้ น.มีบาดแผลเล็กน้อยนั้น เป็นเรื่องลูกจ้างทำร้ายกันเองไม่เกี่ยวกับกิจการของจำเลยโดยตรง จึงไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อชื่อเสียงหรือทำลายเกียรติคุณของจำเลย ถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรงอันจำเลยจะมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และ ไม่เข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583ซึ่งจำเลยจะมีสิทธิมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้าอีกด้วย ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าค่าพาหนะเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างการที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าพาหนะเป็นการฟ้องเรียกเงินอีกประเภทหนึ่งต่างหาก และจำนวนค่าชดเชยกับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าโจทก์ก็มิได้นำค่าพาหนะมารวมคำนวณด้วยจึงไม่ต้องนำค่าพาหนะมาเป็นฐานคำนวณจ่ายเงินดังกล่าว กรณีที่สินจ้างจ่ายกันในวันพฤหัสบดีเว้นหนึ่งวันพฤหัสบดีโดยวันอาทิตย์เป็นวันหยุด หนึ่งช่วงเวลาของการจ่ายค่าจ้างจึงเป็นเวลา 12 วัน

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 582 ป.พ.พ. Section 583 ป.วิ.พ. Section 1 ป.วิ.พ. Section 60 ป.รัษฎากร Section 118 พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม ป.รัษฎากร (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2526 Section 13 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 45 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 52 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 Section 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำประเภทลูกจ้างรายวันได้รับค่าจ้างวันละ 78 บาท จำเลยจ่ายค่าพาหนะในการเดินทางมาทำงานโดยจ่ายเหมางวดละ 90 บาท ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมต้องใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ไม่จ่ายค่าชดเชย ไม่จ่ายค่าพาหนะในการเดินทางมาทำงานสำหรับงวดที่ต้องบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าและไม่ออกใบผ่านงานให้โจทก์ ขอศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหาย 14,040 บาท ค่าชดเชย7,020 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 1,092 บาท ค่าพาหนะในการเดินทางมาทำงานสำหรับงวดที่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าพร้อมดอกเบี้ย กับให้จำเลยออกใบรับรองการผ่านงานให้โจทก์จำเลยให้การว่า

นายมานิต ผู้รับมอบอำนาจไม่มีอำนาจที่จะเรียงหรือเขียนคำฟ้อง คำคู่ความแทนโจทก์ ใบมอบอำนาจให้ฟ้องคดีปิดอากรแสตมป์เพียง 10 บาท ไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยเลิกจ้างเพราะโจทก์มีเรื่องโกรธเคืองกับนายนิเวศน์ ลูกจ้างของจำเลยที่มีตำแหน่งผู้บังคับบัญชา หลังเลิกงานโจทก์เสพสุรามึนเมาแล้วกลับมาที่ทำงาน แล้วโจทก์ได้ชกต่อยทำร้ายนายนิเวศน์จนได้รับบาดเจ็บไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงซึ่งผิดต่อข้อบังคับของจำเลยและกฎหมาย จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ ไม่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย ค่าชดเชย หรือสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ส่วนค่าพาหนะนั้น

จำเลยจ่ายแก่ลูกจ้างซึ่งมาทำงานเป็นรายวัน ไม่ใช่เหมาจ่าย ลูกจ้างไม่มาทำงานในวันใดก็ไม่มีสิทธิได้รับค่าพาหนะ ขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ใบมอบอำนาจให้ฟ้องคดีปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว นายมานิตผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจเรียงฟ้องได้ โจทก์ชกนายนิเวศน์ลูกจ้างจำเลยเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยจึงไม่ใช่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม แต่ไม่เป็นกรณีที่ร้ายแรง จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าพาหนะเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง ต้องนำมาคำนวณการจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 7,020 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่างล่วงหน้า 968 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ย กับให้จำเลยออกใบผ่านงานให้แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายมานิตฟ้องคดีนี้แทนคดีเดียว มิได้มอบอำนาจให้ฟ้องคดีอื่นด้วย แม้ตามใบมอบอำนาจจะระบุให้ผู้รับมอบอำนาจมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาหรืออื่น ๆ ได้ด้วยก็ตาม ถือว่าเป็นการมอบอำนาจให้กระทำการครั้งเดียวซึ่งตามประมวลรัษฎากร บัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะแห่งตราสาร 7 กำหนดให้ปิดอากรแสตมป์ 10 บาท ใบมอบอำนาจของโจทก์ซึ่งปิดอากรแสตมป์ 10 บาท จึงเป็นการปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ นายมานิตย่อมมีอำนาจดำเนินคดีแทนโจทก์ได้นายมานิตได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้ฟ้องคดีแทน ย่อมอยู่ในฐานะคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(11) จึงมีอำนาจเรียงหรือแต่งคำคู่ความได้

ส่วนมาตรา 60 วรรคสองนั้น ห้ามผู้รับมอบอำนาจเฉพาะมิให้ว่าความอย่างทนายความเท่านั้น ซึ่งการเรียงหรือแต่งคำคู่ความไม่ใช่เป็นการว่าความอย่างทนายความ จึงไม่ต้องห้าม คำคู่ความซึ่งเรียงหรือแต่งโดยนายมานิตผู้รับมอบอำนาจจึงเป็นคำคู่ความที่ชอบด้วยกฎหมายโจทก์กับนายนิเวศน์มีเรื่องโกรธเคืองกันมาก่อน การที่โจทก์ชกต่อยนายนิเวศน์นอกสถานที่ทำงานและนอกเวลาทำงาน ทั้งชกต่อยเพียงหนึ่งทีซึ่งทำให้นายนิเวศน์ได้รับบาดแผลโลหิตซึม ๆ เท่านั้น เป็นเรื่องที่ลูกจ้างทำร้ายกันเอง ไม่เกี่ยวกับกิจการงานของจำเลยโดยตรง จึงไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อชื่อเสียงหรือทำลายเกียรติคุณของจำเลยถือไม่ได้ว่าความผิดของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีที่ร้ายแรง

กรณีไม่ต้องด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) ซึ่งจำเลยจะมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และความผิดของโจทก์ดังกล่าวก็ไม่เข้าเหตุหนึ่งเหตุใดซึ่งเป็นข้อยกเว้นตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 ซึ่งจำเลยจะมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าจำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ตามฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายว่าค่าพาหนะ เป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างการที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าพาหนะเป็นการฟ้องเรียกเงินอีกประเภทหนึ่งต่างหากแม้แต่คำขอท้ายฟ้อง จำนวนค่าชดเชยก็ดี หรือจำนวนสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าก็ดี โจทก์ก็มิได้นำค่าพาหนะมารวมคำนวณด้วย

ดังนั้น การที่ศาลแรงงานกลางนำค่าพาหนะมาคำนวณในการจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายต้องถือว่าโจทก์ได้รับค่าจ้างวันละ78 บาท กรณีที่สินจ้างจ่ายกันในวันพฤหัสบดีและเว้นหนึ่งวันพฤหัสบดีโดยวันอาทิตย์เป็นวันหยุด หนึ่งช่วงระยะเวลาของการจ่ายค่าจ้างจึงเป็นเวลา 12 วัน เป็นเงิน 936 บาทพิพากษาแก้เฉพาะสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นว่า ให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 936 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

Matter details

Panel of judges
เพียร สุมิระ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

Supreme Court Judgment No. 2916/2525

แม้ผู้ที่จะกระทำการแทนบริษัทจำเลยได้ต้องมีกรรมการ 2คนลงชื่อและประทับตราสำคัญของจำเลย แต่วันเดียวกับที่ว. กรรมการของจำเลยลงชื่อในคำให้การ แต่ผู้เดียวโดยมิได้มีตราสำคัญประทับนั้น จำเลยได้ทำหนังสือมอบอำน…

Supreme Court Judgment No. 7330/2543

นายจ้างบอกเลิกจ้างลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 และไม่ให้ลูกจ้างทำงานตั้งแต่วันดังกล่าว คงจ่ายแต่เฉพาะสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้าง เงินดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป…

Supreme Court Judgment No. 841/2540

ระเบียบจำเลยว่าด้วยการบริหารงานบุคคลพ.ศ.2521ตอนที่2ข้อ16มีว่าให้งดจ่ายเงินเดือนพนักงานระหว่างที่ถูกสอบสวนและข้อ16.3มีว่าถ้าได้ความเป็นสัตย์จริงและพนักงานถูกลงโทษถึงเลิกจ้างมิให้จ่ายเงินเดือนตลอดเวลาที…

Supreme Court Judgment No. 3698/2531

ทนายโจทก์เบิกความยืนยันว่า ว.กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทโจทก์ได้ลงชื่อในใบแต่งทนายความตั้งแต่งทนายโจทก์และ ส.ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโจทก์และได้ติดต่อการงานกับ ว.ยืนยันลายมือชื่อของว. เช่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up