Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3287/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้ตายถืออาวุธปืนเป็นฝ่ายก่อเหตุเข้ามาต่อว่าและตบตีภริยาจำเลย เมื่อจำเลยถือปืนวิ่งออกมาเห็นภริยาจำเลยมีเลือดเปื้อนเต็มตัว จำเลยย่อมเข้าใจว่าผู้ตายจะยิงภริยาจำเลย อันเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง จำเลยจึงมีสิทธิที่จะใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายเพื่อป้องกันชีวิตภริยาจำเลยได้ แต่การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายติดต่อกันถึง 6 นัด ในขณะที่อาวุธปืนในมือของผู้ตายหล่น ลงไปที่พื้นแล้วหากจำเลยยิงผู้ตายเพียงนัดเดียวก็น่าจะหยุดยั้งผู้ตายได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 69 คำให้การชั้นสอบสวนของประจักษ์พยานโจทก์มีเหตุผลสอดคล้องต้องกัน และได้ให้การหลังเกิดเหตุไม่นาน ไม่มีเวลาคิดไตร่ตรองเพื่อช่วยเหลือหรือปรักปรำฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เชื่อว่าได้ให้การไปตามความสัตย์จริงตามที่ตนได้รู้เห็นมาโดยไม่มีมูลเหตุจูงใจหรือถูกบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด การที่ประจักษ์พยานโจทก์มาเบิกความในชั้นพิจารณาของศาลปฏิเสธว่าไม่เห็นเหตุการณ์ในขณะเกิดเหตุโดยไม่ได้ให้เหตุผลว่าเพราะเหตุใดจึงเบิกความในชั้นพิจารณาไม่ตรงกับที่เคยให้การไว้ในชั้นสอบสวน เชื่อว่าเพื่อช่วยเหลือให้จำเลยพ้นผิด คำให้การพยานชั้นสอบสวนไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไม่ให้รับฟังประกอบเป็นข้อพิจารณาของศาล ศาลเชื่อคำให้การชั้นสอบสวนของประจักษ์พยานโจทก์เป็นความจริงยิ่งกว่าคำเบิกความในชั้นพิจารณา เมื่อรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นตลอดพฤติการณ์แห่งคดี พยานหลักฐานโจทก์จึงฟังลงโทษจำเลยได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓ และริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๑๕ ปี ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า คำให้การชั้นสอบสวนของนายสมบูรณ์และนางสาวดาวเรืองประจักษ์พยานโจทก์มีเหตุผลสอดคล้องต้องกันและได้ให้การภายหลังเกิดเหตุไม่นาน จึงไม่มีเวลาคิดไตร่ตรองเพื่อช่วยเหลือหรือปรักปรำฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ทั้งไม่ปรากฏว่าพยานโจทก์ทั้งสองเป็นญาติเกี่ยวข้องกับทางฝ่ายจำเลยหรือผู้ตายเชื่อได้ว่าได้ให้การไปตามความสัตย์จริงตามที่ตนได้รู้เห็นมา โดยไม่มีมูลเหตุจูงใจหรือถูกบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด พนักงานสอบสวนจึงได้บันทึกและให้ลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน การที่ประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสองมาเบิกความในชั้นพิจารณาของศาลปฏิเสธว่าไม่เห็นเหตุการณ์ในขณะเกิดเหตุ โดยพยานไม่ได้ให้เหตุผลว่า เพราะเหตุใดข้อเท็จจริงที่ตนเบิกความในชั้นพิจารณาจึงไม่ตรงกับที่เคยให้การไว้กับชั้นสอบสวน

เห็นได้ชัดว่าเพื่อช่วยเหลือให้จำเลยพ้นผิด คำให้การพยานชั้นสอบสวนไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไม่ให้รับฟังประกอบเป็นข้อพิจารณาของศาลประการใด ศาลฎีกาเชื่อว่าคำให้การชั้นสอบสวนของนายสมบูรณ์และนางสาวดาวเรืองเป็นความจริงยิ่งกว่าคำเบิกความของพยานโจทก์ดังกล่าวในชั้นพิจารณา นอกจากนี้ในชั้นสอบสวนนายพิสูจน์ ศรีสวัสดิ์ บุตรของจำเลยได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนหลังเกิดเหตุไม่นานว่า เข้าใจว่าจำเลยเป็นคนยิงผู้ตาย แต่มาในชั้นพิจารณานายพิสูจน์เบิกความว่านางบุญช่วยมารดาเป็นผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย เห็นได้ชัดว่าพยานโจทก์ปากนี้เบิกความเพื่อช่วยเหลือจำเลยซึ่งเป็นบิดา เมื่อรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นตลอดจนพฤติการณ์แห่งคดีเห็นว่า

พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคง คดีฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจนถึงแก่ความตายจริง พยานจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ แต่ตามข้อเท็จจริงดังที่ได้วินิจฉัยมาปรากฏว่า ผู้ตายเมาสุราพร้อมกับพกพาอาวุธปืนมาต่อว่าและตบตีทำร้ายนางบุญช่วยซึ่งเป็นภริยาของจำเลย ซึ่งเหตุการณ์ในตอนนี้ก็ได้ความจากคำให้การในชั้นสอบสวนของเด็กชายสุภาพ เฉยดิษฐ์ ซึ่งเป็นบุตรของผู้ตายว่า ผู้ตายถืออาวุธปืนเข้าไปตบตีนางบุญช่วย ผู้ตายจ้องปืนไปทางนางบุญช่วยขณะที่กอดปล้ำกันอยู่นั้นปืนของผู้ตายได้ลั่นขึ้น ๑ นัด นางบญช่วยได้ร้องเรียกให้จำเลยช่วย จำเลยถือปืนวิ่งออกมาและอาวุธปืนยิงผู้ตาย ๔ นัด ติดต่อกัน ในที่เกิดเหตุพบอาวุธปืนของผู้ตายตกอยู่

ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุเข้ามาด่าว่าและตบตีภริยาจำเลย เมื่อจำเลยถือปืนวิ่งออกมาเห็นภริยาจำเลยมีเลือดเปื้อนเต็มตัว จำเลยย่อมเข้าใจว่าผู้ตายจะยิงภริยาของตน อันเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง จำเลยจึงมีสิทธิที่จะใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายเพื่อป้องกันชีวิตภริยาจำเลยได้ แต่การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายติดต่อกันถึง ๖ นัด ในขณะที่อาวุธปืนในมือของผู้ตายได้หล่นลงไปที่พื้นแล้วหากจำเลยยิงผู้ตายเพียงนัดเดียวก็น่าจะหยุดยั้งผู้ตายได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ จำเลยจึงยังคงมีความผิดตามกฎหมายอยู่ ซึ่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๙ บัญญัติให้ศาลลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดเพียงใดก็ได้

Result

พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบกับมาตรา ๖๙ ให้ลงโทษจำคุก ๒ ปี และให้ริบของกลาง

Matter details

Panel of judges
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · นิเวศน์ คำผอง
Lower court
ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายอนันต์ วงษ์ประภารัตน์
ศาลอุทธรณ์ - นายสิทธิโชค ปะถะคามิน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 99/2534

โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่า จำเลยฆ่าผู้ตายคงมีแต่คำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนของกลางยิงผู้ตาย และโจทก์มีพนักงานสอบสวนมาเบิกความยืนยันว่าจำเลยให้การด้วยความสมัครใจ และไ…

Supreme Court Judgment No. 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

Supreme Court Judgment No. 1360/2530

ในฎีกาของจำเลยยอมรับเป็นปริยายว่า นาง ว.และนางร. อยู่ที่บ้านของ ท.โดยอ้างคำเบิกความของนางว.ในข้อที่ว่าถูกท.เอาปืนจี้ห้ามมิให้ขานรับคำร้องเรียกของ ส. ด้วยเกรงว่าหญิงทั้งสองจะเป็นหน้าม้าให้คนร้ายมาปล้นท…

Supreme Court Judgment No. 8063/2560

การที่จำเลยมาหาผู้ตายที่บ้าน พ. เชื่อว่าเพื่อมาพูดคุยเรื่องที่ผู้ตายโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กตำหนิจำเลย มิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยอ้างว่า เหตุที่มาหาผู้ตายที่บ้าน พ. เพราะถูกผู้ตายถีบรถจักรยานยนต์ของจำเลย เพ…

Supreme Court Judgment No. 2812/2556

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ อันถือได้ว่าเป็นการป้องก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up