Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 33/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ จะออกโดยฝ่ายบริหาร แต่ก็ได้ออกโดยอาศัยอำนาจที่ให้ไว้ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ฯ ข้อ 2 จึงมีสภาพบังคับเป็นกฎหมาย การเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ไม่มีข้อยกเว้นไว้เป็นพิเศษแก่กรณีที่พนักงานรัฐวิสาหกิจต้องออกจากงานเพราะเหตุเกษียณอายุแต่อย่างใด เมื่อพนักงานรัฐวิสาหกิจต้องออกจากงานเพราะเกษียณอายุจึงต้องถือว่าเป็นการเลิกจ้าง และพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจฯ ก็มิได้บัญญัติว่าการที่พนักงานต้องพ้นตำแหน่งเพราะครบ 60 ปีบริบูรณ์ไม่เป็นการเลิกจ้าง จึงไม่ขัดหรือแย้งกับประกาศดังกล่าวในข้อที่เกี่ยวกับการเลิกจ้าง เงินบำเหน็จเป็นเงินที่จ่ายโดยมีวัตถุประสงค์ยิ่งกว่าให้เป็นเงินจำนวนหนึ่งแก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง เป็นเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง แม้จะมีจำนวนสูงกว่าค่าชดเชยก็หาเป็นค่าชดเชยไม่

Provisions the court ruled on

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 2) ประกาศวันที่ 13 มิถุนายน 2517 Section 1 พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 Section 9 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 Section 2 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 Section 1 พ.ร.ฎ.ควบคุมการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2494 Section 9

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๒๐ จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุเกษียณอายุ โจทก์มีสิทธิได้ค่าชดเชยเป็นเวลา ๑๘๐ วันของค่าจ้างสุดท้าย จำเลยจ่ายให้เพียง ๙๐ วัน ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์อีก ๙๐ วัน

จำเลยให้การว่า จำเลยให้โจทก์ออกจากตำแหน่งโดยผลบังคับของกฎหมายไม่ใช่เป็นการเลิกจ้างเลิกสัญญา และโจทก์มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญและเงินสงเคราะห์จำนวนหนึ่งตามข้อบังคับของจำเลย เงินที่โจทก์ได้รับจึงเป็นค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานแล้วประกาศกระทรวงมหาดไทยทุกฉบับไม่ใช่กฎหมาย ขัดกับพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจฯ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เงินบำเหน็จที่จำเลยจ่ายให้โจทก์เป็นเงินประเภทอื่นต่างหากจากค่าชดเชย จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย ๑๘๐ วัน จำเลยได้จ่ายให้ ๙๐ วัน ต้องรับผิดจ่ายค่าชดเชยที่ขาดพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์อีก ๙๐ วัน

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า แม้ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ออกโดยฝ่ายบริหาร แต่ก็ได้ออกโดยอาศัยอำนาจที่ให้ไว้ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๑๕ จึงมีสภาพบังคับเป็นกฎหมาย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๔๖ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๑๗ ซึ่งใช้บังคับอยู่ขณะโจทก์ออกจากงาน มีความว่า "การเลิกจ้างตามข้อนี้หมายความว่า การที่นายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงาน ปลดออกจากงาน หรือไล่ออกจากงาน โดยที่ลูกจ้างไม่ได้กระทำผิดตามข้อ ๔๗ ฯลฯ" ดังนี้ ไม่มีข้อยกเว้นไว้เป็นพิเศษแก่กรณีที่พนักงานรัฐวิสาหกิจต้องออกจากงานเพราะเหตุขาดคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจฯ หรือเพราะเกษียณอายุแต่อย่างใด

การที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงานเมื่อโจทก์มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์จึงต้องถือว่าเป็นการเลิกจ้างตามข้อ ๔๖ แห่งประกาศดังกล่าวแล้ว และพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจฯ มิได้บัญญัติว่า การที่พนักงานรัฐวิสาหกิจต้องพ้นตำแหน่งเพราะอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ไม่เป็นการเลิกจ้าง จึงไม่ขัดหรือแย้งกับประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ในข้อที่เกี่ยวกับการเลิกจ้าง อันจะถือว่ามีผลเป็นการยกเลิกประกาศกระทรวงมหาดไทย ค่าชดเชยนั้น ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ ๒ ให้คำนิยามไว้ว่า "หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างนอกเหนือจากเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง" แต่บำเหน็จนั้นพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

พ.ศ.๒๔๙๔ ซึ่งระเบียบของจำเลยกำหนดให้นำมาใช้โดยอนุโลมให้คำนิยามไว้ในมาตรา ๔ ว่า "หมายความว่าเงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการมาซึ่งจ่ายครั้งเดียว" ดังนี้ เงินบำเหน็จจึงเป็นเงินที่จ่ายโดยมีวัตถุประสงค์ยิ่งกว่าให้เป็นจำนวนหนึ่งแก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างเป็นเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง แม้จะมีจำนวนสูงกว่าค่าชดเชยก็หาใช่ค่าชดเชยไม่ผ่านข้อที่จำเลยอ้างไว้ได้จ่ายเงินบำเหน็จให้โจทก์ตามข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลย จึงไม่เป็นข้อยกเว้นให้จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์อีกเช่นเดียวกัน

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · ไพศาล สว่างเนตร
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายชลอ บุณยเนตรศาลอุทธรณ์ -
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1245/2559

ป.พ.พ. บรรพ 1 (เดิม) ไม่ได้บัญญัติวิธีการนับอายุของบุคคลไว้เป็นการเฉพาะ จึงต้องนับอายุตามเกณฑ์ในมาตรา 158 (เดิม) คือไม่นับวันแรกที่เป็นวันเกิดรวมเข้าด้วย ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็มีมติเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2…

Supreme Court Judgment No. 6721/2558

การที่โจทก์ลาออกจากงานไปก่อนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ เป็นผลให้สัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับจำเลยสิ้นสุดลง แต่เมื่อในวันเดียวกับที่การลาออกมีผล โจทก์กับจำเลยทำสัญญาจ้างผู้บริหารกันจึงเกิดเป็นสัญญาจ้างแรง…

Supreme Court Judgment, B.E. 2545 (ref. 99284)

จำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจสามารถกำหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามและการพ้นจากตำแหน่งของพนักงานของจำเลยเองได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับที่กำหนดไว้ในมาตรา 9 (1) ถึง (7) และมาตรา 11 (1) ถึง (3) แห่ง พ.ร.บ. คุณสม…

Supreme Court Judgment No. 1830/2544

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยเป็นนายจ้างของลูกจ้างผู้มีชื่อจำนวน 55 คน ได้กระทำผิดด้วยการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงา…

Supreme Court Judgment No. 7767/2543

โจทก์และจำเลยต่างเป็นเอกชนที่ตกลงทำสัญญาจ้างกัน โดยจำเลยตกลงจ้างโจทก์ทำงานเป็นครู และให้ค่าจ้างเป็นรายเดือนตลอดเวลาที่ทำงานให้จำเลย สัญญาจ้างเป็นครูดังกล่าวจึงเป็นการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up