คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากของจำเลย ซึ่งจำเลยมีสิทธิถอนเงินค้ำประกันคืน ผู้ร้องได้ส่งเงินตามอายัดให้เจ้าพนักงานบังคับคดี ต่อมาผู้ร้องขอรับเงินที่ส่งตามอายัดคืนโดยแจ้งว่าจำเลยเป็นหนี้ผู้ร้องอยู่ และผู้ร้องมีสิทธินำเงินที่ส่งตามอายัดไปหักหนี้เบิกเงินเกินบัญชีได้ก่อน โจทก์แถลงคัดค้าน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
ที่ผู้ร้องฎีกาว่า สิทธิของผู้ร้องในการบังคับชำระหนี้ในเงินฝากประกันหนี้ของจำเลยจำนวน 5,031.42 บาท เป็นสิทธิอื่น ๆ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 หรือไม่
ศาลฎีกาเห็นว่าสิทธิของเจ้าหนี้ผู้ร้องขอบังคับตามมาตรา 287 นี้จะต้องเป็นบุริมสิทธิหรือเป็นสิทธิอื่น ๆ ซึ่งเจ้าหนี้ในฐานะบุคคลภายนอกอาจร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ได้ตามกฎหมาย สำหรับสิทธิอื่น ๆ ดังกล่าวนี้จะต้องเป็นสิทธิที่บุคคลภายนอกมีอยู่เหนือทรัพย์สินของลูกหนี้นั่นเองและจะต้องเป็นสิทธิที่เทียบเคียงได้กับบุริมสิทธิอันเป็นสิทธิประเภทแรกด้วย ผู้ร้องอ้างเพียงว่า เงินฝากในบัญชีของจำเลย นอกจากจะค้ำประกันเงินกู้ของลูกค้าจำเลยแล้ว ยังค้ำประกันการเบิกเงินเกินบัญชีของจำเลยอีกด้วย จำเลยเป็นหนี้ผู้ร้องอยู่จำนวน 146,068.46บาท ผู้ร้องมีสิทธินำเงินจำนวน 5,031.42 บาท ที่ส่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตามอายัดไปหักหนี้เบิกเงินเกินบัญชีได้ก่อนอยู่แล้วจึงขอให้คืนเงินดังกล่าวแก่ผู้ร้องเห็นว่าผู้ร้องมีฐานะไม่ต่างกับเจ้าหนี้ธรรมดา จึงไม่อาจถือได้ว่าสิทธิของผู้ร้องเป็นสิทธิอื่นซึ่งเจ้าหนี้ในฐานะบุคคลภายนอกอาจร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ตามกฎหมาย ตามนัยแห่งบทบัญญัติมาตรา 287 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยประเด็นนี้ต้องกันว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิขอเงินที่ส่งให้แก่เจ้าพนักงานบังคับตามอายัดคืน และไม่มีผลกระทบกระทั่งถึงการบังคับคดีของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ของตนได้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
Result
พิพากษายืน