Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2523 (ref. 33493)

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ในคดีแพ่งที่จำเลยทั้งสองถูก ส. ฟ้องว่าผิดสัญญาขายที่ดินและเรียกค่าเสียหาย ซึ่งโจทก์ถูกเรียกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมด้วยนั้น ศาลได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่า จำเลยที่ 1 ได้มอบอำนาจให้โจทก์ (ซึ่งเป็นจำเลยร่วม)ขายที่พิพาทหรือไม่ อันเป็นประเด็นสำคัญชี้ขาดการแพ้ชนะคดีนั้น การที่จำเลยทั้งสองเบิกความอันเป็นเท็จว่าไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ไปจำหน่ายหรือขายที่ดินให้คนอื่น จึงเป็นข้อความสำคัญในคดีเมื่อจำเลยเบิกความเท็จและข้อความนั้นเป็นข้อสำคัญในคดีแม้คดีนั้นจะเสร็จเด็ดขาดลงด้วยการประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความก็ตามการกระทำที่เป็นการเบิกความเท็จของจำเลยเป็นความผิดสำเร็จแล้ว จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองสำนวนซึ่งต่อไปจะเรียกจำเลยสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 จำเลยสำนวนที่ 2 ว่าจำเลยที่ 2 เป็นใจความว่า จำเลยทั้งสองได้สาบานตัวแล้วเบิกความต่อศาลจังหวัดภูเก็ตในการพิจารณาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 10/2518ว่า จำเลยคดีนี้ซึ่งเป็นจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 10/2518 ทำหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2516 ให้โจทก์คดีนี้ ซึ่งเป็นจำเลยร่วมในคดีดังกล่าวไปขอออกโฉนดที่ดินอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีข้อความมอบอำนาจอื่น ๆ อีก และทั้งจำเลยทั้งสองไม่เคยมอบอำนาจให้โจทก์คดีนี้ไปจำหน่ายหรือขายที่ดินดังกล่าวให้กับคนอื่นเลย ซึ่งข้อความที่จำเลยทั้งสองเบิกความนี้เป็นความเท็จและจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นความเท็จ

ความจริงจำเลยทั้งสองได้ทำหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2516 ให้โจทก์ไปออกโฉนดที่ดินของจำเลยและมีข้อความอื่นอีกคือให้มีอำนาจจำหน่ายที่ดินจัดสรรที่ดินและแบ่งขายด้วยให้แก่บุคคลอื่นได้ ข้อความดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 10/2518 เป็นเหตุให้โจทก์เสียหายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้องจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 ลงโทษจำคุกและลดโทษกับเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังคนละ 2 เดือน

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 ถูกนายสว่างฟ้องในข้อหาว่า ผิดสัญญาขายที่ดินเรียกค่าเสียหายตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 10/2518 ของศาลจังหวัดภูเก็ต และศาลได้เรียกโจทก์เป็นจำเลยร่วมกับจำเลยที่ 1 ผลที่สุดคดีดังกล่าว โจทก์ จำเลย และจำเลยร่วมได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน และศาลได้พิพากษาตามยอม เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2517 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองในฐานะพยานได้สาบานตัวเบิกความต่อศาลว่า หนังสือมอบอำนาจนอกจากจะมอบอำนาจให้จำเลยร่วม (โจทก์) ไปขอออกโฉนดแล้วไม่มีข้อความอื่นอีกตอนหนึ่งว่า ไม่เคยมอบอำนาจให้จำเลยร่วมไปจำหน่ายหรือขายที่ดินให้กับคนอื่นเลย คำเบิกความของจำเลยทั้งสองเป็นการเบิกความเท็จ ซึ่งความจริงจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาไว้และได้มอบอำนาจไว้เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2516 ให้โจทก์ไปขอออกโฉนดจัดสรรแบ่งขาย โดยจำเลยที่ 2 ลงชื่อเป็นพยานศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่า คำเบิกความของจำเลยทั้งสองดังกล่าว ผลที่สุดคดีนั้น ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน จึงถือว่าข้อที่จำเลยเบิกความไม่เป็นข้อสำคัญในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ในชั้นชี้สองสถานในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 10/2518 ศาลได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่า จำเลยที่ 1 ได้มอบอำนาจให้โจทก์ (ซึ่งเป็นจำเลยร่วมในคดีแพ่งดังกล่าว) ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์หรือไม่ อันเป็นประเด็นสำคัญชี้ขาดการแพ้ชนะในคดีนั้น เนื่องด้วยจำเลยให้การต่อสู้ว่าไม่ต้องรับผิดในการขายที่ดินพิพาท เพราะไม่ได้มอบอำนาจให้จำเลยร่วมเป็นผู้ดำเนินการขายที่ดินให้แก่โจทก์ฉะนั้นที่จำเลยทั้งสองเบิกความในข้อที่ว่า ไม่ได้มอบอำนาจให้จำเลยร่วมไปจำหน่ายหรือขายที่ดินให้คนอื่นจึงเป็นข้อความสำคัญในคดี ส่วนที่ว่าผลที่สุดได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน เห็นว่า คดีดังกล่าวแม้ว่าจะเสร็จเด็ดขาดลงด้วยการประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความก็ตามแต่การกระทำที่เป็นการเบิกความของจำเลยนั้นเป็นความผิดสำเร็จแล้ว จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ขจร หะวานนท์ · จรัญ สำเร็จประสงค์ · สุทิน เลิศวิรุฬห์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1694/2567

คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยยกฟ้องโจทก์ โดยเห็นว่า การพิจารณาที่จำเลยเบิกความนั้นศาลได้เพิกถอนกระบวนพิจารณาคดีดังกล่าวไปแล้ว แต่ขณะที่จำเลยเบิกความตามที่เป็นคดีในคำฟ้องนี้ การพิจารณาคดียังมิได้ถูกเพ…

Supreme Court Judgment No. 3054/2566

การที่โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดข้อหาเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญาตาม ป.อ. มาตรา 175 โดยกล่าวถึงข้อความซึ่งอ้างว่าจำเลยเอาความอันเป็นเท็จฟ้องโจทก์ต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา และได…

Supreme Court Judgment No. 53/2566

ผู้เสียหายในความผิดฐานเบิกความอันเป็นเท็จ ตาม ป.อ. มาตรา 177 หาใช่จะมีแต่เฉพาะเจ้าพนักงานเท่านั้นไม่ ราษฎรที่ได้รับความเสียหายโดยตรงเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าวก็เป็นผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2…

Supreme Court Judgment No. 4129/2566

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 177 เป็นเรื่องที่ผู้กระทำความผิดนำเอาความอันเป็นเท็จไปเบิกความต่อศาลในคดีใดคดีหนึ่งซึ่งความเท็จนั้นต้องเป็นข้อสำคัญแก่คดีที่เข้าเบิกความเป็นพยานต่อศาลนั้น การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่…

Supreme Court Judgment No. 4111/2566

ความผิดฐานเบิกความเท็จตาม ป.อ. มาตรา 177 บัญญัติว่า "ผู้ใดเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ถ้าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ต้องระวางโทษ..." เห็นได้ว่า การที่จะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จนั้น น…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up