Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3356/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์จำเลยได้ตกลงกันต่อหน้าพนักงานสอบสวนในวันที่ 27 มกราคม 2535โดยพนักงานสอบสวนบันทึกข้อตกลงไว้มีใจความว่า ส. (จำเลย) ยินดีชดใช้ค่าเสียหายโดยนำรถยนต์ปิกอัพของโจทก์ไปซ่อมให้ใช้การได้สภาพเดิม คู่กรณีตกลงด้วยความสมัครใจมิได้มีผู้หนึ่งผู้ใดบังคับขู่เข็ญ จึงให้ลงชื่อไว้ แล้วลงลายมือชื่อผู้แทนโจทก์และจำเลยซึ่งเป็นคู่กรณีพร้อมพยานและผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย ข้อตกลงเช่นนี้มีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850โดยไม่จำต้องกำหนดจำนวนเงินที่แน่นอนว่าจำเลยจะต้องชำระเงินกันอย่างไร ที่ไหนเมื่อใด เพราะเป็นการตกลงให้จำเลยชำระหนี้ด้วยการกระทำ แม้ตามฟ้องโจทก์ได้ดำเนินการซ่อมเสียเองก็ตาม โจทก์ก็อาจฟ้องบังคับให้ชำระหนี้กันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 194 และมาตรา 213 ผลของสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมทำให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญานั้นว่าเป็นของตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 ฉะนั้น สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในมูลละเมิดย่อมระงับสิ้นไป โจทก์ย่อมได้สิทธิเรียกร้องขึ้นใหม่ นับแต่วันที่ 27มกราคม 2535 ซึ่งเป็นวันเริ่มทำข้อตกลง เมื่อโจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความฟ้องจำเลยวันที่ 5 พฤศจิกายน 2536 ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความทั่วไปซึ่งมีกำหนด 10 ปี

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์โดยยินยอมให้โจทก์นำรถของโจทก์ที่เสียหายไปซ่อมที่อู่ประเสริฐการช่างที่กรุงเทพมหานคร ให้ใช้การได้ตามสภาพเดิมก่อนเกิดเหตุ ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2535 โจทก์ได้ซ่อมรถของโจทก์ที่อู่ประเสริฐการช่างและเสียค่าซ่อมไปเป็นเงิน 68,000 บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระเงินดังกล่าวหลายครั้ง แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินจำนวน 68,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2535 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า ที่จำเลยยอมรับจะนำรถยนต์โจทก์ที่ได้รับความเสียหายไปจัดการซ่อมที่อู่ประเสริฐการช่าง ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยดีดังเดิมนั้น เป็นเพียงข้อตกลงความรับผิดชอบของจำเลยว่าจำเลยเป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อ

หาใช่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ เพราะมิได้กำหนดจำนวนเงิน เวลา และสถานที่ชำระฟ้องโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้อง 1 ปี นับแต่วันเกิดเหตุละเมิด และโจทก์เสียหายไม่เกิน 50,000 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 62,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2535 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2534นายประดิษฐ์ จันทร์ดารา ขับรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บ-0416 สระบุรี ซึ่งเป็นรถยนต์ของจำเลยชนรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 3 ย-0122 กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ได้รับความเสียหาย

ต่อมาจำเลยได้ตกลงกับผู้แทนโจทก์ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โดยนำรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 3 ย-0122 กรุงเทพมหานคร ไปซ่อมให้ ตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.5 คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า เอกสารหมาย จ.5 เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ และฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ปัญหาแรกที่ว่า สำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.5 เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่นั้น เห็นว่า ตามเอกสารดังกล่าวโจทก์จำเลยได้ตกลงกันต่อหน้าพนักงานสอบสวนในวันที่ 27 มกราคม 2535 โดยพนักงานสอบสวนได้บันทึกข้อตกลงไว้มีใจความว่า "...นายสมจิตร์ยินดีชดใช้ค่าเสียหายโดยนำรถยนต์ปิกอัพทะเบียน3 ย-0122 กรุงเทพมหานคร

ไปซ่อมให้ใช้การได้สภาพเดิมก่อนเกิดเหตุ...คู่กรณีตกลงด้วยความสมัครใจ...มิได้มีผู้หนึ่งผู้ใดบังคับขู่เข็ญ...จึงให้ลงชื่อไว้..." แล้วลงลายมือชื่อผู้แทนโจทก์และจำเลยซึ่งเป็นคู่กรณีพร้อมพยานและผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย ดังนี้ เมื่อมีข้อพิพาทเกิดขึ้นคู่กรณีย่อมมีสิทธิที่จะทำสัญญาประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทดังกล่าวนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน กล่าวคือ แทนที่โจทก์จะเรียกร้องเป็นตัวเงินแต่โจทก์ยอมให้จำเลยนำรถไปซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิม ข้อตกลงเช่นนี้จึงมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยไม่จำต้องกำหนดจำนวนเงินที่แน่นอนว่าจำเลยจะต้องชำระเงินกันอย่างไร ที่ไหน เมื่อใด เพราะเป็นการตกลงให้จำเลยชำระหนี้ด้วยการกระทำ

แม้ตามฟ้องโจทก์ได้ดำเนินการซ่อมเสียเองก็ตาม โจทก์ก็อาจฟ้องบังคับให้ชำระหนี้กันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 194 และมาตรา 213 ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยดังกล่าวจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 แล้วส่วนปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่นั้น เมื่อข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว ผลของสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นย่อมทำให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญานั้นว่าเป็นของตน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 852 ฉะนั้น สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในมูลละเมิดย่อมระงับสิ้นไป โจทก์ย่อมได้สิทธิเรียกร้องขึ้นใหม่ นับแต่วันที่ 27 มกราคม 2535 ซึ่งเป็นวันเริ่มทำข้อตกลงและที่โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความฟ้องจำเลย วันที่ 5 พฤศจิกายน2536 ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความทั่วไปซึ่งมีกำหนด 10 ปี ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อำนวย หมวดเมือง · สัญชัย สิงหลกะ · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1132/2520

โจทก์เข้าใจว่า ม. บุตรของจำเลยทั้งสองฉ้อโกงค่าน้ำมันโจทก์ จึงไปทำความตกลงกันที่สถานีตำรวจ ม. ยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์อยู่ และจำเลยที่ 1 ร่วมกับ ม. ยอมชำระเงินจำนวนหนึ่งให้โจทก์ก่อน ส่วนที่เหลือจำเลยที่…

Supreme Court Judgment No. 1280/2568

สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นนอกศาล ไม่อาจยกเลิกเพิกถอนหรือลบล้างผลของคำพิพากษาในคดีเดิม รวมทั้งไม่กระทบถึงสิทธิในการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีเดิม แต่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่าในร…

Supreme Court Judgment No. 3237/2567

ตามรายงานการประชุมการไกล่เกลี่ยครั้งที่ 3 ปรากฏข้อความในช่องรายการอื่น ๆ ว่า โจทก์ตกลงถอนฟ้อง โดยจำเลยทั้งสองเสนอให้ขายที่ดินพิพาทในราคาไม่ต่ำกว่า 30,000,000 บาท ภายใน 1 ปี หากไม่มีผู้ซื้อ จำเลยที่ 2…

Supreme Court Judgment No. 727/2567

ตามบันทึกตกลงไว้เป็นหลักฐานได้ความว่า วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 โจทก์และจำเลยกับพวกตกลงกันได้โดยโจทก์ชำระเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือ 1,500,000 บาท ในวันดังกล่าว แล้วจำเลยกับพวกต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่…

Supreme Court Judgment No. 13552/2558

บุคคลที่มีข้อพิพาทซึ่งอาจใช้สิทธิทางศาลต่อกัน อาจตกลงระงับข้อพิพาทดังกล่าวได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 ด้วยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ อันมีผลทำให้หนี้เดิมระงับตามมาตรา 852 แล้วผูกพันกันตามที่ได้ตกลงกันไว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up