Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3371/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

กล่าวว่านายอำเภอพิมพ์หนังสือขาย แล้วไม่นำเงินไปซื้ออาวุธแจกประชาชนตามที่โฆษณาไว้ ฯลฯ เป็นกรณีที่มีพฤติการณ์ส่อไปตามที่จำเลยพูดโฆษณา เป็นการกล่าวโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับคนที่สมัครเป็นแพทย์ตำบล ซึ่งนายอำเภอดำเนินการไม่เรียบร้อย เป็นการติชมการปฏิบัติงานของนายอำเภอ ไม่เป็นหมิ่นประมาท

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อความที่จำเลยพูดตามเอกสารหมาย จ.1ซึ่งโจทก์ฎีกาว่าเป็นการหมิ่นประมาทผู้เสียหายก็คือ จำเลยกล่าวหาผู้เสียหายว่าเป็นภัยสังคมที่อยู่ในเครื่องแบบมหาดไทย ผู้เสียหายไม่นำเงินที่ได้จากการจำหน่ายหนังสือไปซื้ออาวุธแจกประชาชนไว้ป้องกันหมู่บ้านตามวัตถุประสงค์ที่โฆษณาไว้ผู้เสียหายปฏิบัติหน้าที่เลือกตั้งแพทย์ประจำตำบลหันทรายโดยทุจริต และผู้เสียหายไม่ดูแลทุกข์สุขของราษฎรคนไทยตามนโยบายของรัฐบาลเท่าที่ควร กลับไปเอาใจใส่ดูแลศูนย์เขมรอพยพปล่อยเขมรอพยพเป็นอิสระเสมือนผู้ครองแผ่นดินไทยศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ข้อความตามที่โจทก์ฎีกานั้น เมื่ออ่านข้อความตามเอกสารหมาย จ.1 ทั้งหมดแล้ว

เข้าใจได้ว่าจำเลยมุ่งจะกล่าวหานายอำนวย น้อยเชื้อเวียง ผู้เสียหายซึ่งเป็นนายอำเภออรัญประเทศในขณะนั้นปัญหาเรื่องจำเลยจะมีความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงได้ความตามที่จำเลยนำสืบว่า ได้มีการพิมพ์หนังสือบันทึกภาพเหตุการณ์เขมรฆ่าโหดคนไทย 30 ศพ จำหน่ายในราคาเล่มละ 20 บาท โดยแจ้งวัถตุประสงค์ว่า รายได้จากการจำหน่ายหนังสือเล่มนี้ทั้งหมด จะนำไปช่วยซื้ออาวุธให้ราษฎรชายแดนคุ้มครองหมู่บ้าน อำเภออรัญประเทศหนังสือนี้พิมพ์ครั้งแรกเป็นปกสีเขียว จำนวน 10,000 เล่ม จำหน่ายได้หมดแล้ว และได้มีการพิมพ์ขึ้นจำหน่ายเป็นครั้งที่สองเป็นปกสีดำ ไม่ทราบจำนวนที่พิมพ์ นายประสิทธิ์ แสงรุ่งเรือง ซึ่งเป็นผู้จัดทำหนังสือฉบับนี้ร่วมกับผู้เสียหาย

เบิกความเป็นพยานจำเลยว่า พยานเคยไปหาผู้เสียหายสอบถามเรื่องจะซื้ออาวุธปืนให้ราษฎรถึง 3 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบให้เป็นที่พอใจ ผู้เสียหายพูดกับพยานว่า เรื่องปืนนั้น จะซื้อหรือไม่เป็นเรื่องของทางราชการ ไม่จำต้องบอกให้พยานทราบ ร้อยตำรวจโทภูษิต ผลสุขพยานจำเลยซึ่งรับราชการอยู่ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภออรัญประเทศก็เบิกความว่า ไม่เคยเห็นทางอำเภอแจกอาวุธปืนให้ประชาชนเพื่อใช้ป้องกันตัว เรื่องทุจริตในการเลือกตั้งแพทย์ประจำตำบล จำเลยเป็นผู้สมัครเลือกตั้งเป็นแพทย์ประจำตำบล ก่อนเกิดเหตุคดีนี้ จำเลยได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ขอให้ดำเนินคดีอาญากับผู้เสียหายในข้อหาทุจริตต่อหน้าที่ในการเลือกตั้งแพทย์ประจำตำบล และได้ยื่นเรื่องราวกล่าวโทษผู้เสียหายต่อหน่วยราชการหลายแห่ง

รวมทั้งกระทรวงมหาดไทยและกรมตำรวจ ผลการสืบสวนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานต่อผู้บังคับบัญชาก็ปรากฏว่าการเลือกตั้งแพทย์ประจำตำบลเป็นไปโดยไม่ชอบต่อพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 45 และระเบียบของกระทรวงมหาดไทยศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของผู้เสียหายมีพฤติการณ์ที่ส่อให้เห็นว่าจะเป็นไปตามที่จำเลยพูดโฆษณา จำเลยมิได้พูดว่ากล่าวผู้เสียหายโดยเลื่อนลอยหรือปราศจากหลักฐาน จึงเป็นการกระทำโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม โดยเฉพาะการกล่าวหาผู้เสียหายว่าทุจริตในการเลือกตั้งแพทย์ประจำตำบลนั้น เป็นการป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมอีกด้วยไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329ส่วนที่จำเลยกล่าวหาว่าผู้เสียหายไม่ดูแลทุกข์สุขของราษฎรคนไทยนั้นจำเลยกล่าวมีใจความว่า

ได้รับหนังสือนายเย็น พลเสรี ราษฎรไทยอยู่ที่ตำบลคลองน้ำใส อำเภออรัญประเทศ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบราษฎรไทยชายแดนหลังวัดชนะชัยศรี หรือวัดเกาะ จำนวน 32 ครอบครัว ประชากร 180 คน ว่ามิได้รับการอนุเคราะห์จากนายอำนวย น้อยเชื้อเวียง นายอำเภออรัญประเทศ เมื่อไปขอให้นายอำเภอช่วยเหลือเรื่องน้ำดื่ม ยารักษาโรคและเครื่องอุปกรณ์ในการบริโภคตามจำนวนความจำเป็น จำเลยกับพวกรู้สึกน้อยใจที่เป็นคนไทยอยู่ในผืนแผ่นดินไทย มิได้รับการเหลียวแลจากผู้มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของราษฎรตามนโยบายของรัฐบาลเท่าที่ควร ผิดกับศูนย์เขมรอพยพ ซึ่งนายอำนวย น้อยเชื้อเวียงนายอำเภออรัญประเทศเอาใจใส่ดูแลเป็นพิเศษ ปล่อยเป็นอิสระภาพเสมือนผู้ครองแผ่นดินไทย จำเลยกับพวกของรับความช่วยเหลือจากผู้ร่วมชาติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดแก่ราษฎร 32 ครอบครัว

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยมิได้ว่ากล่าวให้ร้ายผู้เสียหายในเรื่องส่วนตัว แต่เป็นการกล่าวติชมในการปฏิบัติงานในหน้าที่ของผู้เสียหายด้วยความเป็นธรรม ซึ่งเป็นวิสัยที่ประชาชนย่อมกระทำได้ ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทเช่นเดียวกัน"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุวัฒน์ รัตรสาร · จันทร์ ระรวยทรง · สุไพศาล วิบุลศิลป์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 321/2568

การที่จำเลยติดตั้งแผ่นป้ายไวนิลขนาดใหญ่ มีภาพโจทก์ร่วม ส. และ บ. พร้อมมีข้อความที่หมิ่นประมาทโจทก์ร่วม โดยติดตั้งแผ่นป้ายไวนิลทั้งสองแผ่นริมถนนสาธารณะสายพิษณุโลก - หล่มสัก ซึ่งมีผู้ใช้เส้นทางสัญจรจำนว…

Supreme Court Judgment No. 406/2567

ข้อความที่จำเลยพิมพ์ลงในเว็บไซต์เฟซบุ๊กเป็นการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการแต่งตั้งโจทก์เป็นปลัดกระทรวง อ. ซึ่งก่อนหน้านั้นโจทก์ถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องการนำรถยนต์ราชการไปใช้ในกิ…

Supreme Court Judgment No. 7256/2567

จำเลยโพสต์ข้อความ และแสดงภาพถ่ายของโจทก์ในโปรแกรมประยุกต์เฟซบุ๊ก ย่อมทำให้ผู้ที่รู้จักโจทก์เข้าใจว่าโจทก์เป็นคนโกง เป็นหนี้แล้วไม่ชำระคืน เป็นคนหลอกลวงจึงเป็นการใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่…

Supreme Court Judgment No. 418/2567

การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตาม ป.อ. มาตรา 328 นั้น ผู้กระทำความผิดต้องมีเจตนาใส่ความผู้อื่นในลักษณะเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถู…

Supreme Court Judgment No. 1861/2561

ป.อ. มาตรา 329 เป็นบทบัญญัติยกเว้นการกระทำที่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท เพื่อมิให้ผู้แสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตต้องตกเป็นผู้กระทำผิด ทั้งนี้เพื่อให้การวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นเป็นสิ่งที่กระทำได้ใ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up