Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3376/2563

พ.ศ. 2563 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์บรรยายในคำฟ้องอย่างแจ้งชัดว่า จำเลยทำไม้ปอเลียง ในบริเวณป่าบางไต เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงต้องรับฟังตามคำฟ้องว่าจำเลยทำไม้ในป่าอันเป็นการทำไม้หวงห้ามและมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป ที่จำเลยอ้างว่าเป็นการทำไม้ในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองไม่เป็นไม้หวงห้ามในชั้นฎีกา จึงขัดกับคำรับสารภาพของจำเลยและเป็นการยกข้อเท็จจริงเพิ่มเติมขึ้นใหม่โดยข้อเท็จจริงดังกล่าวมิได้กล่าวมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง, 252 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 15 ป.วิ.พ. Section 225 ป.วิ.พ. Section 252 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 Section 7 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 Section 11 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 Section 69 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 Section 73 พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 Section 3 พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 Section 4 พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 Section 17 พ.ร.บ.สัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 Section 21 พ.ร.บ.สัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 Section 30

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4, 6, 7, 11, 69, 73, 74 พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 มาตรา 3, 4, 17 พระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 มาตรา 4, 21, 30 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 ริบไม้ของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 11 วรรคหนึ่ง, 69 วรรคสอง (ที่ถูก 69 วรรคสอง (2)), 73 วรรคสอง (ที่ถูก 73 วรรคสอง (2)) พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 มาตรา 3 วรรคหนึ่ง, 4 วรรคหนึ่ง, 17 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง, 30 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 ปี ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามยังมิได้แปรรูป จำคุก 6 ปี ฐานมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานครอบครองสัตว์พาหนะไม่มีตั๋วรูปพรรณ จำคุก 10 วัน รวมจำคุก 12 ปี 6 เดือน 10 วัน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 3 เดือน 5 วัน ริบไม้ของกลาง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 ปี ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป จำคุก 4 ปี รวมโทษจำคุกฐานมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและฐานครอบครองสัตว์พาหนะโดยไม่มีตั๋วรูปพรรณตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เป็นจำคุก 8 ปี 6 เดือน 10 วัน เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 4 ปี 3 เดือน 5 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยฎีกาในประการแรกว่า ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 นั้น พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 7 เดิมถูกยกเลิก โดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2562 มาตรา 4 โดยกฎหมายที่แก้ไขใหม่ ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลย บัญญัติให้ไม้ซึ่งขึ้นในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองไม่เป็นไม้หวงห้าม ดังนั้นการกระทำของจำเลยซึ่งทำไม้ในที่ดินของนางสาวเกศินี บุตรสาวของจำเลย จึงไม่เป็นความผิดฐานทำไม้หวงห้าม และมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปตามฟ้องนั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายในคำฟ้องอย่างแจ้งชัดว่า จำเลยทำไม้ปอเลียง ในบริเวณป่าบางไต เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงต้องรับฟังตามคำฟ้องว่าจำเลยทำไม้ในป่าอันเป็นการทำไม้หวงห้ามและมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป ที่จำเลยอ้างว่าเป็นการทำไม้ในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง

ไม่เป็นไม้หวงห้าม ในชั้นฎีกา จึงขัดกับคำรับสารภาพของจำเลยและเป็นการยกข้อเท็จจริงเพิ่มเติมขึ้นใหม่โดยข้อเท็จจริงดังกล่าวมิได้กล่าวมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง, 252 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยในประการนี้ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้น เห็นว่า ไม้ของกลางคดีนี้มีจำนวนมากถึง 20 ท่อน และ 10 ต้น ปริมาตร 14.63 ลูกบาศก์เมตร ประกอบกับจำเลยเคยต้องคดีเกี่ยวกับพระราชบัญญัติป่าไม้มาก่อนด้วย ถือได้ว่าเป็นการกระทำความผิดซ้ำซาก ไม่เข็ดหลาบ และเป็นการทำลายทรัพยากรป่าไม้อันเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของประเทศ

พฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยนับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น นับว่าเป็นโทษสถานเบาและเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้ว เหตุส่วนตัวที่จำเลยกล่าวอ้างมาในฎีกา ยังไม่เพียงพอที่ศาลฎีกาจะลงโทษสถานเบากว่าและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง · ธงชัย เสนามนตรี · ชูชีพ ปิณฑะสิริ
Lower court
ศาลจังหวัดไชยา - นายณเดชก์ พิทยานิยม
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายวิระ สุดแก้ว
Supreme Court black case no.
สว.(อ)255/2562
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5517/2562

ขณะเกิดเหตุและขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง ตอนท้าย กำหนดให้ไม้หวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกาที่ขึ้นอยู่ในป่าเป็นไม้หวงห้าม ซึ่ง พ.ร.ฎ.กำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2530 กำหนดให้ไม้…

Supreme Court Judgment, B.E. 2511 (ref. 16282)

คดีที่ศาลพิพากษาให้ลงโทษปรับและให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถาง. เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา.กล่าวคือ ยังคงครอบครองป่าที่ศาลสั่งให้ออกอยู่ โจทก์จึงมีคำขอต่อศาลให้บังคับคดี. ศาลย่อมมีอำนาจดำเนินกระบวนพ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2511 (ref. 39342)

คดีที่ศาลพิพากษาให้ลงโทษปรับและให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถางเมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษากล่าวคือ ยังคงครอบครองป่าที่ศาลสั่งให้ออกอยู่ โจทก์จึงมีคำขอต่อศาลให้บังคับคดีศาลย่อมมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณ…

Supreme Court Judgment No. 89/2567

คดีนี้แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องแยกการกระทำผิดของจำเลยกับพวกมาเป็นข้อ ๆ โดยมีคำขอท้ายฟ้องตาม ป.อ. มาตรา 91 และจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องก็ตาม แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีจากข้อเท็จจริงตามฟ้องแล้วปร…

Supreme Court Judgment No. 3710/2567

การวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดหรือไม่ต้องวินิจฉัยจากข้อเท็จจริงที่ได้มาจากการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบในศาลชั้นต้น เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพและมิได้ยกข้อเท็จจริงตามฎีกาขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้นว่า ผู้เส…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up