คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันชิงเอาอาวุธปืนของผู้ตายไปโดยร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายเพื่อความสะดวกแก่การชิงทรัพย์จนผู้ตายถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339,340 ตรี, 288, 289, 90, 83จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคท้าย 340 ตรี 289(6)(7), 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 289(6)(7) ซึ่งเป็นบทหนัก ลดโทษแล้วคงจำคุกตลอดชีวิตโจทก์จำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 335(7)รวมสองกระทงลดโทษแล้วคงจำคุก 14 ปีโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
จำเลยกับนายมะก็มีเจตนาแต่ต้นเพียงเพื่อจะฆ่าผู้ตายเพราะมีสาเหตุกับนายมะมาก่อนเท่านั้น เมื่อฆ่าผู้ตายสำเร็จแล้วจึงพลอยถือโอกาสเอาปืนของผู้ตายไปด้วยโดยมิได้แตะต้องทรัพย์อย่างอื่น ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้แจ้งชัดว่าจำเลยกับพวกฆ่าผู้ตายเพื่อเตรียมการจะชิงทรัพย์ หรือใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อเอาทรัพย์แต่เป็นการลักทรัพย์โดยเจตนาที่เกิดขึ้นในภายหลังอันเป็นคนละกรรมกับการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้ตายซึ่งขาดตอนไปแล้วที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยฟังว่าจำเลยร่วมกับพวกฆ่าผู้ตายและลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 335(7) ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่ที่ไม่ระบุมาตรา 83 ไว้ยังไม่ถูกต้องเพราะจำเลยมิได้กระทำความผิดโดยลำพังพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 335(7) ประกอบด้วยมาตรา 83 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์