Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 342/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากมูลละเมิดมีอายุความ 1 ปีนับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิด โจทก์เห็นบ้านจำเลยปลูกในที่พิพาทเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2525 มาฟ้องคดีเมื่อวันที่ 21กันยายน 2526 ค่าเสียหายของโจทก์ก่อนวันที่ 21 กันยายน 2525 ย่อมขาดอายุความตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448การฟ้องคดีเกี่ยวด้วยสินสมรส เมื่อโจทก์ได้รับความยินยอมจากสามีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476,1477 แล้ว ก็มีอำนาจฟ้องโจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2525 จำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ซึ่งเป็นที่ดินมีโฉนด ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายปีละ 5,000 บาท กับค่าใช้จ่ายแก่พนักงานรังวัดอีก 600 บาท ฟ้องโจทก์ดังกล่าวได้แสดงชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ รวมทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม.(ที่มา-ส่งเสริม)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์เป็นหญิงมีสามี ได้รับความยินยอมจากสามีให้ฟ้องคดีโจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้ายึดที่ดินของโจทก์ ขอให้จำเลยทั้งสามและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินโจทก์

จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ได้รับความยินยอมจากสามีแล้วจึงมีอำนาจฟ้องฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมและไม่ขาดอายุความ ที่พิพาทอยู่ในเขตโฉนดที่ดินโจทก์เป็นการละเมิดต่อโจทก์ พิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสามและบริวารให้ออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่10745 ตำบลศาลาสูง อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ของโจทก์ พร้อมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปด้วย ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นรายปี ปีละ 1,200 บาท ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525จนกว่าจำเลยทั้งสามและบริวารจะเลิกเกี่ยวข้องกับที่ดินโจทก์และให้จำเลยทั้งสามใช้ค่ารังวัดที่ดินสอบเขตโฉนดที่โจทก์เสียไปจำนวน 600 บาทด้วย กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์ โดยเห็นควรกำหนดค่าทนายความให้ 800 บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ประเด็นข้อแรกที่จะวินิจฉัยคือ โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่เห็นว่า ทรัพย์พิพาทที่โจทก์ฟ้องเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับสามี มิใช่เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของโจทก์ ดังนั้น การฟ้องคดีซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับสินสมรส โจทก์จะต้องฟ้องร่วมกันกับสามีหรือได้รับความยินยอมจากสามีก่อน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476 และ 1477 ที่ตรวจชำระใหม่ คดีนี้สามีโจทก์ได้ยินยอมอนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีได้ตามเอกสารหมาย จ.1 ท้ายฟ้องแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ ประเด็นที่ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้น ปรากฏว่าฟ้องโจทก์บรรยายว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2525 จำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ซึ่งเป็นที่ดินมีโฉนด

ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายปีละ 5,000 บาท กับค่าใช้จ่ายแก่พนักงานรังวัดอีก 600บาท จำเลยทั้งสามต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 ซื้อที่พิพาทจากนางสอาดเมื่อ 17 ปีมาแล้วและครอบครองจนกระทั่งทุกวันนี้ ค่าเสียหายหากมีก็ไม่เกินปีละ 300 บาท เห็นว่า ฟ้องโจทก์ได้แสดงแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ รวมทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว จำเลยทั้งสามจึงเข้าใจและสามารถต่อสู้คดีได้เป็นอย่างดี ฟ้องโจทก์หาเคลือบคลุมไม่ ส่วนที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ปรากฏว่า โจทก์มีเอกสารสิทธิ์คือโฉนดที่ดินตามภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.2 เป็นพยาน มีนายเภา เร่งรัด กับนางลำไยหยดย้อย พยานโจทก์ และมีที่ดินใกล้เคียงที่พิพาทเบิกความว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และจำเลยทั้งสามเพิ่งบุกรุกเข้าไปในที่พิพาทเมื่อ 2 ปีมานี้เอง โดยเฉพาะนายปราโมทย์

รัตนเศวตนันท์พยานโจทก์ และเป็นพนักงานรังวัดสำนักงานที่ดินจังหวัดลพบุรีได้ไปรังวัดตรวจสอบแนวเขตที่พิพาทตามคำสั่งศาลเบิกความสนับสนุนว่า จำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปตามแนวเส้นสีเขียวของแผนที่พิพาทเข้าไปในแนวเส้นสีแดงซึ่งเป็นโฉนดที่ดินของโจทก์ ปรากฏตามแผนที่พิพาทในคดีอาญาของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่1191/2526 ส่วนที่ดินของจำเลยที่ 1 อยู่อีกฟากหนึ่งของถนนสายลพบุรี - สิงห์บุรี ที่จำเลยอ้างว่าซื้อที่พิพาทจากนางสอาดมานานถึง 17 ปี ก็ปราศจากหลักฐาน ได้ความจากพยานจำเลยเพียงว่าเมื่อประมาณ 6 ปีมานี้ ให้นางญวน ทองคำ เช่าที่พิพาทเพื่อปลูกบ้านมีกำหนด 1 ปี และกล่าวอ้างเข้ามาลอยๆ มิได้นำนางญวนหรือสามีจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ทำสัญญาให้นางญวนเช่ามาสืบสนับสนุน

จำเลยกลับรับว่าเพิ่งปลูกบ้านและเข้าไปอยู่ในที่พิพาทเมื่อประมาณ 4 ปีมานี้ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามเข้าครอบครองที่พิพาทมาเกินกว่า 10 ปี เมื่อที่พิพาทเป็นที่ดินมีโฉนดและมีชื่อโจทก์ถือกรรมสิทธิ์ เชื่อว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยการที่จำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์จึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ สำหรับค่าเสียหายมีเพียงใด และโจทก์เรียกร้องค่าเสียหายคดีขาดอายุความหรือไม่ โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า ที่พิพาทมีราคา10,000 บาท เมื่อจำเลยบุกรุกเข้าไปในที่พิพาททำให้โจทก์เสียเสียหายคิดเป็นเงินปีละ 5,000 บาท และเสียค่าใช้จ่ายการรังวัดที่ดินอีกเป็นเงิน 600 บาท ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าเสียหายของที่พิพาทแก่โจทก์ปีละ 1,200 บาท กับค่ารังวัด 600 บาท

นับว่าเหมาะสมแล้ว คดีนี้โจทก์และจำเลยที่ 1 โต้เถียงกรรมสิทธิ์ที่พิพาทกันอยู่ เมื่อเจ้าพนักงานรังวัดสอบเขตในคดีอาญาจึงปรากฏว่าที่พิพาทอยู่ในเขตโฉนดของโจทก์ การกระทำของจำเลยหาเป็นความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญาไม่ จะนำอายุความทางอาญามาใช้บังคับมิได้ และโจทก์เพิ่งเห็นบ้านจำเลยไปปลูกในที่พิพาทเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2525 โจทก์จึงต้องใช้สิทธิเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากมูลละเมิดจากจำเลยทั้งสามภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิด แต่ปรากฏว่า โจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2526 สิทธิของโจทก์ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจึงมีเพียง 1 ปี ย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่โจทก์ฟ้องคือตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2525 เป็นต้นไปส่วนค่าเสียหายจากการละเมิดของจำเลยทั้งสามก่อนนั้น คดีของโจทก์เป็นอันขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 ฎีกาจำเลยทั้งสามข้อนี้ฟังขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นรายปีปีละ 1,200 บาท นับแต่วันที่ 21 กันยายน 2525 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ 200 บาท'.

Matter details

Panel of judges
สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6576/2545

คำฟ้องในส่วนเกี่ยวกับความเสียหายบรรยายว่าจำเลยทั้งสองระเบิดและย่อยหินนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจำนวนสองครั้ง แต่ละครั้งคิดเป็นพื้นที่เท่าใดและปริมาตรเท่าใด รวมทั้งปริมาตรหินที่จำเลยทั้งสองเอาไปเป็นจำนว…

Supreme Court Judgment No. 4368/2541

โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์ซึ่งบรรทุกสินค้าไปส่งให้แก่ลูกค้า และเหตุรถชนเกิดเพราะความประมาทของรถคันที่เอาประกันภัยไว้กับ จำเลย โจทก์จึงชำระค่าเสียหายให้ลูกค้าไป ดังนี้เมื่อทรัพย์ที่เสียหายอยู่ในความครอบครอ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2540 (ref. 12245)

เดิมกิจการส่วนการศึกษาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติโอนกิจการบริหารโรงเรียนประชาบาลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและโรงเรียนประถมศึกษาของกรมสามัญศึกษา ก…

Supreme Court Judgment No. 7987/2540

เดิมกิจการส่วนการศึกษาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ต่อมาได้มี พ.ร.บ.โอนกิจการบริหารโรงเรียนประชาบาลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด และโรงเรียนประถมศึกษาของกรมสามัญศึกษา กระทรว…

Supreme Court Judgment No. 1195/2531

โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในมูลละเมิดตามสิทธิที่โจทก์มีอยู่เป็นการเฉพาะตัว ไม่ได้ฟ้องเกี่ยวกับสินสมรสแต่อย่างใด แม้โจทก์จะมีสามีก็ไม่จำต้องให้สามีให้ความยินยอมโจทก์ได้ฟ้องให้จำเลยทั้งสามร่วมก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up