Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3424/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เช็คพิพาทซึ่งห้างจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 หุ้นส่วนผู้จัดการลงลายมือชื่อสั่งจ่ายจำนวนเงิน 100,000บาท โดยจำเลยที่ 3 ลงลายมือชื่อสลักหลังมาขายลดให้โจทก์ถึงกำหนดชำระเงินในวันที่ 26 กรกฎาคม 2522 ส่วนโจทก์ได้ออกตั๋วแลกเงินให้แก่มารดาจำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 2 อ้างว่าเป็นผู้ทรงตั๋วแลกเงินดังกล่าวจำนวนเงิน 110,000 บาท ถึงกำหนดชำระเงินในวันที่ 15 สิงหาคม 2522 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2522 จำเลยที่ 2 ขอหักกลบลบหนี้ตามเช็คกับหนี้ตามตั๋วแลกเงิน ซึ่งหนี้ทั้งสองยังไม่ถึงกำหนดชำระกรณีจึงไม่อาจบังคับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341 ได้ จำเลยไม่อาจนำหนี้ตามตั๋วแลกเงินหักกลบลบหนี้ตามเช็คพิพาทได้

Provisions the court ruled on

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงซึ่งคู่ความมิได้โต้แย้งกันฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2522 จำเลยที่ 2 ได้นำเช็คพิพาทซึ่งจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้สั่งจ่ายและจำเลยที่ 3 เป็นผู้สลักหลังมาขายลดให้โจทก์ โจทก์ได้จ่ายเงินให้จำเลยที่ 3ไปแล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2522 ธนาคารตามเช็คพิพาทได้ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาทโดยอ้างว่า "โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย"ตามเอกสารหมาย จ.2 คงมีปัญหาวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสามจะต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คแก่โจทก์หรือไม่ทางพิจารณาจำเลยทั้งสามซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนนำสืบว่าจำเลยที่ 2 เคยฝากเงินไว้แก่โจทก์ในนามของเอี๊ยบ แซ่อั๊ง และนางมุยลั้ง

แซ่ป๋วย ซึ่งเป็นบิดามารดาของจำเลยที่ 2 โจทก์ได้ออกตั๋วแลกเงินให้ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.1 จำนวนเงิน 110,000 บาท ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2531 จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทนำไปประกันเงินกู้ของจำเลยที่ 3 ต่อโจทก์ เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2522 จำเลยที่ 2 ได้ออกหักกลบลบหนี้ตามเช็คพิพาทและตั๋วแลกเงินกับโจทก์ เจ้าหน้าที่ของโจทก์แจ้งว่า ให้รอหนี้ตามตั๋วแลกเงินถึงกำหนดชำระเสียก่อน เพราะขณะนั้นมีข่าวว่าดจทก์จะล้มละลาย ทางฝ่ายโจทก์ไม่ต้องการให้จำเลยที่ 2 ถอนตั๋วแลกเงินไปหักกลบลบหนี้ ต่อมาโจทก์ยอมให้จำเลยที่ 2 หักกลบลบหนี้ ได้ จึงไม่ได้เรียกเก็บเงินตามเช็คพิพาท เมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนดชำระ จำเลยที่ 2 คงเป็นเจ้าหนี้โจทก์อีก 10,000 บาท

พร้อมทั้งดอกเบี้ยเป็นเวลาประมาณ 1 ปี เป็นเงินประมาณ 20,000 บาทเศษโจทก์นำสืบว่า เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2522 จำเลยที่ 3 ได้นำเช็คฉบับลงวันที่ 26 เมษายน 2522 มาขายลดให้โจทก์ ปรากฏตามสัญญาขายลดเช็คและรายการแนบท้ายสัญญา เอกสารหมาย จ.4, จ.5 จำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาค้ำประกันหนี้จำเลยที่ 3 ตามเอกสารหมาย จ.6 ต่อมาเมื่อถึงกำหนดตามเช็คดังกล่าว จำเลยที่ 3 ได้นำเช็คพิพาทมาเปลี่ยนกับเช็คเดิม เมื่อถึงกำหนดตามเช็คพิพาท โจทก์นำไปเรียกเก็บเงินปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยทั้งสามจึงต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คและดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันที่ 21 กันยายน 2522 อันเป็นวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 2 ไม่อาจขอหักกลบลบหนี้ตามเช็คกับหนี้ตามตั๋วแลกเงินได้ เพราะตั๋วแลกเงินเป็นของผู้อื่น และวันถึงกำหนดจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินเป็นวันภายหลังที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้สั่งเพิกถอนการดำเนินธุรกิจของโจทก์แล้ว ผู้ทรงตั๋วแลกเงินจะได้รับเงินคืนในอัตราร้อยละ 20 ของจำนวนเงินตามตั๋วแลกเงินเท่านั้นพิเคราะห์แล้วจำเลยทั้งสามฎีกาว่าในขณะที่จำเลยแสดงเจตนาขอหักกลบลบหนี้นั้น โจทก์ได้ตกลงหักกลบลบหนี้กับจำเลยด้วยแล้ว หนี้ตามเช็คพิพาทจึงระงับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341เห็นว่านายชนินทร์ พิทยาวิวิธ พยานจำเลยเบิกความว่าเคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการทั่วไปของบริษัทราชาเงินทุน จำกัด โจทก์ เมื่อประมาณต้นปี 2522 จำเลยที่ 2 ได้เคยมาขอหักกลบลบหนี้ตามเช็คพิพาทกับหนี้ตามตั๋วแลกเงินโดยมาติดต่อกับนายชนินทร์

นายชนินทร์ตอบตกลง แต่ทางบริษัทราชาเงินทุน จำกัด ได้ขอให้หักกลบลบหนี้กันเมื่อตั๋วแลกเงินถึงกำหนดตามคำเบิกความของนายชนินทร์แสดงว่าโจทก์มิได้ตกลงยอมให้จำเลยที่ 2 หักกลบลบหนี้ นอกจากนี้คำให้การของจำเลยทั้งสาม ข้อ 1 วรรคสอง ก็มีข้อความว่า "ครั้นเมื่อถึงกำหนดการสั่งจ่ายตามตั๋วเงินดังกล่าวข้องต้นโจทก์ก็ผิดนัดไม่ชำระเงินให้กับจำเลยที่ 2 โจทก์และจำเลยที่ 2 จึงได้ตกลงเอาเช็คของจำเลยที่ 1 และที่ 2 คือเช็คตามฟ้องมาหักกลบลบหนี้กันไปแล้ว ฯลฯ" แสดงว่าก่อนหนี้ตามตั๋วและเงินถึงกำหนดชำระ โจทก์ยังมิได้ตกลงหักกลบลบหนี้กับจำเลยที่ 2 ดังที่จำเลยทั้งสามกล่าวอ้างในฎีกานอกจากนี้ศาลฎีกาเห็นว่าเช็คพิพาทซึ่งจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายจำนวนเงิน 100,000 บาท โดยมีจำเลยที่ 3 ลงลายมือชื่อสลักหลังนั้นถึงกำหนดชำระเงินในวันที่ 26 กรกฎาคม 2522 ส่วนตั๋วแลกเงินเอกสารหมาย

ล.1 ที่โจทก์ออกให้แก่นายมุยลั้งมารดาจำเลยที่ 2 จำนวนเงิน 110,000 บาท และจำเลยที่ 2 อ้างว่าเป็นผู้ทรงตั๋วแลกเงินดังกล่าวนั้น ถึงกำหนดชำระเงินในวันที่ 15 สิงหาคม 2522 จำเลยที่ 2 รับว่าเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2522 จำเลยที่ 2 ได้ขอหักกลบลบหนี้ตามเช็คกับหนี้ตามตั๋วแลกเงิน ดังนั้นในวันที่จำเลยที่ 2 ขอหักกลบลบหนี้นั้น หนี้ตามเช็คพิพาทและหนี้ตามตั๋วแลกเงินจึงยังไม่ถึงกำหนดชำระ กรณีจึงไม่อาจบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341 ที่บัญญัติว่า "ถ้าบุคคลสองคนต่างมีความผูกพันซึ่งกันและกันโดยมูลหนี้อันมีวัตถุเป็นอย่างเดียวกันและหนี้ทั้งสองรายนั้นถึงกำหนดจะชำระไซร้ ท่านว่าลูกหนี้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย่อมจะหลุดพ้นจากหนี้ของตนด้วยหักกลบลบหนี้กันได้เพียงเท่าจำนวนที่ตรงกันในมูลหนี้ทั้งสองฝ่ายนั้นเว้นแต่สภาพแห่งหนี้ฝ่ายหนึ่งจะไม่เปิดช่องให้หักกลบลบหนี้กันได้ ฯลฯ " จำเลยที่ 2 จึงไม่อาจนำหนี้ตามตั๋วแลกเงินหักกลบลบหนี้ตามเช็คพิพาทได้ จำเลยทั้งสามจึงต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทต่อโจทก์

Result

พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์เป็นเงิน 1,000 บาท

Matter details

Panel of judges
อำนวย อินทุภูติ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ดำริ ศุภพิโรจน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 319/2568

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 เป็นกฎหมายที่มีลักษณะเป็นวิธีสบัญญัติ แม้จะมีบทบัญญัติกล่าวถึงการหักกลบลบหนี้ไว้ก็เป็นกรณีที่ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ทั่วไปใน ป.พ.พ. ว่าด้วยหักกลบลบหนี้ มาตรา 341 ถึงมาตรา 348…

Supreme Court Judgment No. 212/2567

หนี้ตามฟ้องเป็นหนี้ค่าเงินยืมเพื่อทดรองจ่ายในกิจกรรมส่งเสริมการขายและค่าสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อจากโจทก์ เป็นหนี้ที่สามารถกำหนดจำนวนได้แน่นอนและนำมาฟ้องเป็นคดีล้มละลายได้โดยไม่จำต้องฟ้องเป็นคดีแพ่งหรือใ…

Supreme Court Judgment No. 39/2567

ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 12 หมายความว่า หากผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้างมีค่าจ้างหรือเงินอื่นที่ต้องจ่ายแก่ลูกจ้าง ผู้รับเหมาช่วงถัดขึ้นไปจนถึงผู้รับเหมาชั้นต้นต้องร่วมรับผิดกับผู้รับเ…

Supreme Court Judgment No. 965/2562

จำเลยได้เงินจากการออกจากงาน จำเลยย่อมสามารถนำมาชำระแก่โจทก์ตามสัญญาหย่าได้ แต่จำเลยก็หากระทำไม่ กลับอ้างลอย ๆ ว่านำไปชำระหนี้นอกระบบหมด จำเลยจะอ้างเอาเงินที่ได้ไปชำระหนี้ที่จำเลยอ้างว่านอกระบบ ซึ่งหมา…

Supreme Court Judgment, B.E. 2561 (ref. 623437)

บรรดาเงินค่าชดเชยและเงินประโยชน์ที่โจทก์จ่ายให้ภายหลังจากการเลิกจ้าง เป็นการจ่ายเงินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การที่โจทก์เลิกจ้างพนักงานรวมทั้งจำเลยทั้งหมดเป็นการฝ่าฝืนมาตรา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up