Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3427/2562

พ.ศ. 2562 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญารับเหมาช่วงฯ อันเป็นการฟ้องให้รับผิดในมูลสัญญา มิใช่ร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาด หรือขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 6 และหมวด 7 ของพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ที่จะต้องอุทธรณ์ไปยังศาลฎีกาหรือศาลปกครองสูงสุดแล้วแต่กรณีเท่านั้นตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 วรรคสอง ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีโดยเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น โจทก์ย่อมอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 การที่โจทก์จำเลยในฐานะคู่สัญญาตกลงที่จะระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นโดยการเจรจาและกระบวนการอนุญาโตตุลาการ เป็นการแสดงอยู่ในตัวว่าไม่ประสงค์ที่จะระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นหรือเกี่ยวข้องกับสัญญารับเหมาช่วงฯ โดยทางศาล เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า คำว่า "may" ในสัญญาข้อ 19.2.1 มีความหมายในทางกำหนดให้คู่สัญญาต้องดำเนินกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลชั้นต้น

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 55 ป.วิ.พ. Section 223 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 Section 14 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 Section 45

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 490,393,190.70 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 484,224,313.61 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ระหว่างพิจารณาจำเลยยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความเพื่อให้โจทก์และจำเลยไปดำเนินกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 14 ต่อไป โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2557 โจทก์และจำเลยตกลงทำสัญญารับเหมาช่วงในโครงการซีจีแอล พอสโก ทีซีเอส งานวิศวกรรมโยธาและการงานสถาปัตยกรรม โดยตามสัญญารับเหมาช่วงฯ ดังกล่าวมีการระบุข้อตกลงในเรื่องการระงับข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับ หรือเกิดขึ้นจาก หรือที่เกี่ยวข้องกับสัญญาไว้ในสัญญาข้อ 19.1 และ 19.2 คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเป็นประการแรกว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญารับเหมาช่วงฯ อันเป็นการฟ้องให้รับผิดในมูลสัญญา มิใช่ร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาด หรือขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 6 และหมวด 7 ของพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ

พ.ศ.2545 ที่จะต้องอุทธรณ์ไปยังศาลฎีกาหรือศาลปกครองสูงสุดแล้วแต่กรณีเท่านั้นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 วรรคสอง ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีโดยเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น โจทก์ก็ย่อมอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงมีอำนาจที่จะพิจารณาพิพากษาคดีนี้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเป็นประการต่อไปว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันว่า ตามสัญญารับเหมาช่วงฯ ที่โจทก์ทำกับจำเลยมีข้อตกลงในเรื่องการระงับข้อพิพาทระหว่างกันไว้ในสัญญาข้อ 19.1 และ 19.2 โดยในข้อ 19.1 มีสาระสำคัญว่า "หากเกิดข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้งไม่ว่าจะเรียกเช่นใดก็ตาม ขึ้นระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับ หรือเกิดขึ้นจาก หรือที่เกี่ยวข้องกับสัญญา ฉบับนี้ หรือการผิดสัญญา การบอกเลิกสัญญา หรือความยังคงมีผลใช้บังคับของสัญญา เมื่อมีการร้องขอจากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะต้องพยายามอย่างสุจริตที่จะดำเนินการระงับข้อพิพาทดังกล่าวเป็นประการแรกโดยการปรึกษาร่วมกันระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายภายในระยะเวลา 60 วัน

นับแต่วันที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้รับหนังสือบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายถึงการเกิดข้อพิพาทขึ้น ส่วนในข้อ 19.2 ว่าด้วยการอนุญาโตตุลาการ ได้กำหนดเรื่องการยื่นข้อพิพาทเพื่อเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการไว้ในข้อ 19.2.1 ซึ่งมีสาระสำคัญว่า หากไม่สามารถยุติข้อพิพาทได้ภายใน 60 วัน โดยการเจรจาร่วมกันระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตามที่ได้มีการพิจารณาใคร่ครวญไว้เป็นอย่างดีที่สุดแล้วตามข้อ 19.1 คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นเพื่อเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการตาม ข้อ 19.2 การอนุญาโตตุลาการจะต้องเป็นไปตามข้อบังคับของหอการค้านานาชาติ สถานที่ที่ให้อนุญาโตตุลาการนั่งพิจารณาคือ สาธารณรัฐสิงคโปร์

จากข้อสัญญาดังกล่าวแสดงว่าโจทก์จำเลยในฐานะคู่สัญญาได้กำหนดวิธีการระงับข้อพิพาทที่จะเกิดขึ้นจากสัญญารับเหมาช่วงฯ ไว้แล้ว โดยให้ระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการเจรจาก่อน หากตกลงกันไม่ได้ภายใน 60 วัน โจทก์หรือจำเลยมีสิทธิที่จะยื่นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นเพื่อเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ส่วนคำว่า "may" ที่ระบุไว้ในสัญญาข้อ 19.2.1 ในชั้นไต่สวนคำร้อง จำเลยมีนายสุรศักดิ์ มาเบิกความในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษาอังกฤษ การตีความถ้อยคำในข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ และการบังคับใช้ข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการระหว่างคู่สัญญา โดยพยานให้ความเห็นในส่วนของคำดังกล่าวว่า หมายความว่า คู่สัญญาตกลงให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิในการเรียกร้องให้ระงับข้อพิพาทโดยการอนุญาโตตุลาการหากคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ภายใน 60 วัน

มิได้หมายความว่าโจทก์มีสิทธิที่จะเลือกว่าจะระงับข้อพิพาทโดยกระบวนการอนุญาโตตุลาการหรือโดยทางศาลก็ได้ ซึ่งคำเบิกความของนายสุรศักดิ์ดังกล่าวสอดคล้องกับคำเบิกความของนายจอง ที่เบิกความเป็นพยานจำเลยว่า พยานในฐานะผู้ร่างสัญญารับเหมาช่วงฯ ไม่ประสงค์ที่จะให้มีการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นโดยศาลไทย จึงได้ร่างข้อสัญญากำหนดขั้นตอนการระงับข้อพิพาทโดยให้คู่สัญญาเจรจากันก่อน หากตกลงกันไม่ได้ภายใน 60 วัน คู่สัญญาแต่ละฝ่ายมีสิทธิที่จะขอให้ระงับข้อพิพาทโดยกระบวนการอนุญาโตตุลาการ และพยานยังได้เบิกความถึงความหมายของคำว่า "may" ในสัญญาข้อ 19.2.1 ว่าเป็นคำที่กำหนดเงื่อนไขให้คู่สัญญาต้องเจรจาระงับข้อพิพาทกันก่อน หากตกลงกันไม่ได้จึงจะไปดำเนินกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการ

มิใช่เป็นการให้สิทธิคู่สัญญาที่จะไปฟ้องร้องคดีต่อศาล การที่นายสุรศักดิ์ซึ่งถือได้ว่าเป็นพยานคนกลางและนายจอง ซึ่งเป็นผู้ร่างสัญญาเบิกความสอดคล้องกันเช่นนี้ ทำให้น่าเชื่อว่า คำว่า "may" มีความหมายดังที่พยานทั้งสองเบิกความ อีกทั้งเมื่อพิจารณาถ้อยคำในสัญญาข้อ 19.1 และข้อ 19.2.1 ประกอบกันก็จะเห็นได้ว่าโจทก์จำเลยในฐานะคู่สัญญาตกลงที่จะระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นโดยการเจรจาและกระบวนการอนุญาโตตุลาการ การที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ดังกล่าวเป็นการแสดงอยู่ในตัวว่าไม่ประสงค์ที่จะระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นหรือเกี่ยวข้องกับสัญญารับเหมาช่วงฯ โดยทางศาล คำว่า "may" จึงไม่น่าจะมีความหมายในทางให้สิทธิคู่สัญญาที่จะเลือกฟ้องคดีต่อศาลดังที่โจทก์กล่าวอ้างมาในคำคัดค้าน เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า คำว่า "may" ในสัญญาข้อ 19.2.1 มีความหมายในทางกำหนดให้คู่สัญญาต้องดำเนินกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

Result

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ดิเรก อิงคนินันท์ · ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์ · ภาวนา สุคันธวณิช
Lower court
ศาลจังหวัดระยอง - นายมงคล สงปรางค์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายธวัชชัย รัตนเหลี่ยม
Supreme Court black case no.
พ.70/2562
Trial court black case no.
พ387/2559
Trial court red case no.
พ1601/2559
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2651/2568

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 45 วรรคสอง บัญญัติว่า การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา คดีนี้จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งจำหน่ายคดีตา…

Supreme Court Judgment No. 3125/2565

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ด้วยเหตุว่าการบังคับตามคำพิพากษาไม่อาจบังคับจำเลยที่ 2 ได้เพราะจำเลยที่ 2 พ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้มีอำนาจจำเลยที่ 1 ไปแล้ว จึงไม่มีอำนาจแก้ไขสมุดบัญชีผู้ถือ…

Supreme Court Judgment No. 9610/2558

ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 บัญญัติห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ (1) - (5) คดีนี้ผู้ร้องอุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ผู้คัดค้านขยา…

Supreme Court Judgment No. 1602/2551

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยร่วมแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยร่วมถูกโต้แย้งสิทธิในชั้นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 1874/2549

สัญญาแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายสินค้ามีข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการที่คู่สัญญาตกลงกันให้ระงับข้อพิพาทโดยใช้วิธีอนุญาโตตุลาการ เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยโดยมิได้นำข้อพิพาทเสนอต่ออนุญาโตตุลาการ จำเลยย่อมมีสิทธิยื่นคำร้อง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up