Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3429/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนออกไปจากเขตชลประทาน คำพิพากษาดังกล่าวเป็นยุติว่าที่พิพาทเป็นทางน้ำชลประทาน จำเลยถูกผูกพันมิให้โต้แย้งว่าที่พิพาทเป็นของผู้อื่น จำเลยไม่สามารถแสดงข้อแก้ตัวที่จะไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงมีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งจับกุมและกักขังจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลูกสร้างอาคารร้านค้ารุกล้ำเขตคลองข้างคันกั้นน้ำทะเลริมถนนสุขุมวิท โดยมิได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 มาตรา 23, 37 ฯลฯ และให้จำเลยรื้อถอนอาคารร้านค้าออกไป

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลยกับให้รื้อถอนโรงเรือนออกไปภายในหนึ่งเดือน จำเลยไม่รื้อถอนโรงเรือนออกไป โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งจับกุมและกักขังจำเลยเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลออกหมายเรียกให้จำเลยมาศาล จำเลยยื่นคำร้องว่ายังหาที่อยู่ไม่ได้ ขอเวลาอยู่ต่ออีก 6 เดือน ต่อมา จำเลยยื่นคำร้องอ้างว่า ที่ดินพิพาทเป็นของนายปุ๋ย จำเลยเช่าที่พิพาทจากนายปุ๋ย ขณะนี้นายปุ๋ยกับกรมชลประทานมีข้อโต้แย้งกันอยู่เกี่ยวกับที่พิพาท ยังไม่ยุติว่าเป็นของฝ่ายใด ฐานะในการบังคับคดีของโจทก์ไม่แน่นอนรูปคดีจึงไม่มีประโยชน์ต่อโจทก์ที่จะบังคับคดีในขณะนี้ ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลูกสร้างอาคารร้านค้ารุกล้ำเขตคลองข้างคันกั้นน้ำทะเลริมถนนสุขุมวิท โดยมิได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายช่างชลประทาน ขอให้ลงโทษจำเลย และให้จำเลยรื้อถอนอาคารร้านค้าออกไป จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลยและให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนออกไป คดีถึงที่สุด คำพิพากษาศาลชั้นต้นดังกล่าวย่อมเป็นยุติว่าที่พิพาทเป็นทางน้ำชลประทานที่จำเลยฎีกาว่าที่พิพาทเป็นของนายปุ๋ยและจำเลยเช่าที่พิพาทจากนายปุ๋ย จึงฟังไม่ขึ้นส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า ตามคำร้องของจำเลยเป็นเรื่องที่จำเลยแสดงข้อแก้ตัวอันดีได้เพราะที่พิพาทเป็นของนายปุ๋ย โจทก์หรือกรมชลประทานไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง รูปคดีไม่มีประโยชน์ต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่อาจร้องขอให้บังคับคดีแก่จำเลย ต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 298 วรรคสี่ นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยถูกผูกพันมิให้โต้แย้งว่าที่พิพาทเป็นของนายปุ๋ย ทั้งจำเลยกล่าวในฎีการับว่า ขณะนี้กรมชลประทานกับทายาทของนายปุ๋ยมีกรณีโต้แย้งสิทธิในที่พิพาท และฟ้องร้องกันอยู่ คดีอยู่ในระหว่างพิจารณา แสดงว่าข้ออ้างยังฟังไม่ได้ว่านายปุ๋ยมีสิทธิในที่พิพาท ถือไม่ได้ว่าจำเลยสามารถแสดงข้อแก้ตัวอันดีได้ โจทก์จึงมีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งจับกุมและกักขังจำเลยซึ่งจงใจไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อาจ ปัญญาดิลก · ทวี กสิยพงศ์ · ไพศาล สว่างเนตร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up