Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3490/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยยื่นอุทธรณ์พร้อมกับคำร้องขอขยายเวลาการนำเงิน ค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาลศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเวลา แต่จำเลยไม่นำเงินมาวางศาลภายในกำหนด และได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาเข้ามาอีกซึ่งเป็นวันพ้นกำหนดยื่นอุทธรณ์และวางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้ให้แก่โจทก์แล้วโดยไม่ปรากฏพฤติการณ์พิเศษและเหตุสุดวิสัยแต่อย่างใด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอขยายเวลาและไม่รับอุทธรณ์ คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์ของจำเลยไปศาลอุทธรณ์และเมื่อจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง คำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าว จึงเป็นคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์จำเลยคำสั่งศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236จำเลยฎีกาไม่ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากบ้านพิพาทของโจทก์และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ2,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะออกไปจากบ้านพิพาทจำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ และคำร้องขอขยายเวลานำเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่จะต้องใช้แทนโจทก์มาวางศาลออกไป 9 วันนับแต่วันยื่นคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายเวลาถึงวันที่7 กุมภาพันธ์ 2532 ต่อมา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยมิได้วางเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งภายในกำหนดเวลาที่ศาลอนุญาตขยายไว้ให้ จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยคืนค่าขึ้นศาลให้จำเลย ปรากฏว่าจำเลยได้ยื่นคำร้องว่าเหตุที่มิได้วางเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ภายในวันที่ 7 ดังกล่าวตามที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเวลาเพราะทนายจำเลยไม่สามารถติดต่อแจ้งให้จำเลยนำเงินดังกล่าวมาวางศาลได้ เนื่องจากตรงกับวันหยุดเทศกาลตรุษจีนและค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้แก่โจทก์มีจำนวนมากถึง1,000 บาทเศษ ขอให้ศาลชั้นต้นขยายเวลาการวางเงินดังกล่าวออกไปอีกอย่างน้อย 15 วัน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องดังกล่าวว่า จำเลยยื่นคำร้องนี้เมื่อระยะเวลาที่ศาลอนุญาตขยายไว้ให้สิ้นสุดแล้วทั้งไม่มีพฤติการณ์พิเศษใด ๆ และคดีนี้ก็มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยไปแล้ว จึงไม่จำเลยต้องสั่งคำร้องนี้อีก ยกคำร้อง จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ว่าจำเลยทราบคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ขยายเวลาการวางเงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้แก่โจทก์ถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2532 ในตอนเย็นของวันที่ 7 ดังกล่าวจึงมีเวลาเหลือเพียงวันเดียวจึงไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่ชอบศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์มาวางศาลภายในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2532ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งขยายเวลาในครั้งหนึ่งแล้ว

การที่จำเลยยื่นคำร้องขอขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมซ้ำอีกเมื่อพ้นอายุอุทธรณ์โดยอ้างว่าทนายจำเลยไม่สามารถติดต่อกับจำเลยเพื่อให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลได้เนื่องจากเป็นวันหยุดเทศกาลตามประเพณีทางศาสนาหลายวันนั้น มิใช่พฤติการณ์พิเศษที่ศาลจะสั่งขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 23 คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องและไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้องจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตขยายเวลาให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ภายในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2532 และจำเลยทราบคำสั่งศาลในวันเดียวกันเวลา 16.30 นาฬิกา จำเลยจึงไม่สามารถยื่นคำร้องขอขยายเวลาการนำเงินดังกล่าวมาวางศาลได้ทัน จำเลยจึงยื่นคำร้องขอขยายเวลานำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาลในวันรุ่งขึ้นได้นั้น เห็นว่าการยื่นอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์จะต้องยื่นภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นและผู้อุทธรณ์จะต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์นั้นด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 คดีนี้

ปรากฏว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอขยายเวลาการนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาลศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเวลานำเงินดังกล่าวมาวางศาลในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2532 แต่จำเลยไม่นำเงินมาวางศาลภายในกำหนดเวลาและได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาเข้ามาอีกในวันรุ่งขึ้นเป็นวันพ้นกำหนดยื่นอุทธรณ์และวางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์แล้ว โดยไม่ปรากฏพฤติการณ์พิเศษและเหตุสุดวิสัยแต่อย่างใด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอขยายเวลาและไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย คำสั่งศาลชั้นต้นนี้เป็นคำสั่งปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์ของจำเลยไปยังศาลอุทธรณ์ และเมื่อจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าที่ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยซึ่งยื่นพร้อมกับคำร้องขอขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมครั้งแรกนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง คำสั่งศาลอุทธรณ์ดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย คำสั่งศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236จำเลยฎีกาไม่ได้"

Result

พิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย

Matter details

Panel of judges
วิชัย ตันติกุลานันท์ · พนม พ่วงภิญโญ · อุดม มั่งมีดี
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 8717/2558

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ กรณีเช่นนี้คำส…

Supreme Court Judgment No. 4439/2558

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 236…

Supreme Court Judgment No. 1582/2556

คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 อันจะเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 236 นั้น หมายความว่า คำสั่งนั้นเป็นคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ฝากขาย คือ 150,000 บาท เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลชั…

Supreme Court Judgment No. 2476/2554

หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยฉบับลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2551 ต่อมาวันที่ 4 สิงหาคม 2551 ซึ่งยังอยู่ในกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยาย จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ฉบับ…

Supreme Court Judgment No. 1046/2554

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2548 จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ เนื่องจากยื่นเกินกำหนดที่ศาลอนุญาต คือวันที่ 19 ธันวาคม 2548 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยนำเงินค่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up