Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 35/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตำรวจได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เสมียนเปรียบเทียบ และได้ทำงานในหน้าที่นั้น แม้ไม่ได้เซ็นทราบคำสั่งถือว่าได้ทราบการแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่แล้วการแก้หรือลงจำนวนเงินในสำเนาใบเสร็จให้น้อยลงกว่าต้นฉบับ แล้วส่งเงินต่ำกว่าจำนวนที่ได้รับจริง เป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกตาม มาตรา147 ฐานปลอมเอกสารในหน้าที่ของตนตาม มาตรา161,266 ต่างกระทงแต่ละรายที่ได้กระทำ ไม่ใช่ มาตรา162 ซึ่งเป็นการทำเอกสารเท็จ การกระทำก่อนใช้ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2 ให้ลงโทษตามกระทงที่หนักที่กระทำหลังจากนั้นต้องลงโทษทุกกรรมในกระทงความผิด ตามมาตรา161,266 ลงโทษตาม มาตรา 266 ซึ่งเป็นบทหนัก จำเลยฎีกาว่า ระเบียบของกรมตำรวจให้นายตำรวจผู้ปกครองสถานีตำรวจรับผิดชอบในเงินค่าเปรียบเทียบปรับ ไม่ใช่หน้าที่ของจำเลยซึ่งเป็นเสมียนเปรียบเทียบข้อนี้จำเลยไม่ได้อ้างใน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ตำรวจได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เสมียนเปรียบเทียบ และได้ทำงานในหน้าที่นั้น แม้ไม่ได้เซ็นทราบคำสั่งถือว่าได้ทราบการแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่แล้วการแก้หรือลงจำนวนเงินในสำเนาใบเสร็จให้น้อยลงกว่าต้นฉบับ แล้วส่งเงินต่ำกว่าจำนวนที่ได้รับจริง เป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกตาม มาตรา147 ฐานปลอมเอกสารในหน้าที่ของตนตาม มาตรา161,266 ต่างกระทงแต่ละรายที่ได้กระทำ ไม่ใช่ มาตรา162 ซึ่งเป็นการทำเอกสารเท็จ การกระทำก่อนใช้ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2 ให้ลงโทษตามกระทงที่หนักที่กระทำหลังจากนั้นต้องลงโทษทุกกรรมในกระทงความผิด ตามมาตรา161,266 ลงโทษตาม มาตรา 266 ซึ่งเป็นบทหนัก

จำเลยฎีกาว่า ระเบียบของกรมตำรวจให้นายตำรวจผู้ปกครองสถานีตำรวจรับผิดชอบในเงินค่าเปรียบเทียบปรับ ไม่ใช่หน้าที่ของจำเลยซึ่งเป็นเสมียนเปรียบเทียบข้อนี้จำเลยไม่ได้อ้างในศาลชั้นต้น จำเลยปฏิเสธว่าไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงินค่าปรับ จึงไม่รับวินิจฉัยศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 157, 161, 162, 266, 268, 83 ก่อนแก้ไขมาตรา 91 รวมกระทงลงโทษทุกกรรมจำคุก 8 ปี ให้คืนเงินที่ยังขาด 33,245 บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตาม มาตรา 147, 161, 162, 266, 268, 83,แก้ไข พ.ศ. 2502 มาตรา 3 กำหนดโทษคงเดิม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ์มีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยให้มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าเสมียนเปรียบเทียบเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน2510 และแต่งตั้งพลตำรวจสมัครจำลองเป็นเสมียนเปรียบเทียบประมาณเดือนกันยายนปีเดียวกัน เสมียนเปรียบเทียบมีหน้าที่เขียนข้อความในบันทึกการเปรียบเทียบ เขียนข้อความในใบเสร็จรับเงินค่าปรับ รับเงินค่าปรับและเก็บรักษาเงินค่าปรับรวบรวมนำส่งกองคลัง กรมตำรวจ เป็นประจำทุกวันระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน 2510 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2514 เงินค่าปรับในคดีเปรียบเทียบของสถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ์ขาดไปจำนวน 98,245 บาท

รายละเอียดตามบัญชีการตรวจสอบเงินเปรียบเทียบปรับ จ.15 เหตุที่เงินค่าปรับขาดไปเนื่องจากการแก้หรือลงจำนวนเงินค่าปรับในสำเนาใบเสร็จรับเงินค่าปรับให้น้อยลงกว่าที่รับไว้จริงตามต้นฉบับใบเสร็จ โดยนำส่งเงินตามจำนวนที่ต่ำกว่าที่รับไว้จริงแก่กองคลัง กรมตำรวจศาลฎีกาพิจารณาแล้ว จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่อยู่ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานเพราะยังมิได้เซ็นรับทราบคำสั่ง ข้อนี้ตามบัญชี จ.15 จำเลยเริ่มทำใบเสร็จรับเงินค่าปรับตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2510 ตลอดมาการที่จำเลยเข้าปฏิบัติหน้าที่เสมือนเปรียบเทียบย่อมถือได้ว่าจำเลยทราบคำสั่งแต่งตั้งแล้ว จำเลยจะเซ็นรับทราบคำสั่งหรือไม่หาใช่ข้อสำคัญไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นจำเลยฎีกาต่อไปว่า

กรมตำรวจวางระเบียบการเก็บรักษาเงินค่าเปรียบเทียบปรับ ให้อยู่ในความรับผิดชอบของนายตำรวจซึ่งเป็นหัวหน้าผู้ปกครองสถานีตำรวจหรือหน่วยงานนั้น จำเลยไม่มีหน้าที่จะต้องรับผิดข้อนี้ในศาลชั้นต้นจำเลยนำสืบปฏิเสธว่าไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงินค่าปรับและทำใบเสร็จรับเงินปรับ จำเลยมิได้โต้เถียงเลยว่าการเก็บรักษาเงินค่าเปรียบเทียบปรับไม่ใช่หน้าที่ของเสมียนเปรียบเทียบ ข้อฎีกาของจำเลยจึงมิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยส่วนปัญหาที่ว่า จำเลยกับพลตำรวจสมัครจำลองร่วมกันแก้ไขจำนวนเงินในสำเนาใบเสร็จรับเงินค่าปรับให้ต่ำกว่าที่รับจริง แล้วเบียดบังเงินค่าปรับที่ขาดจำนวนเป็นประโยชน์ตนหรือไม่ ในเรื่องนี้ตามบัญชีการตรวจสอบเงินเปรียบเทียบปรับ

จ.15 ซึ่งจำเลยบันทึกรับว่าถูกต้อง รายการค่าปรับที่ขาดโดยจำเลยเป็นผู้เขียนใบเสร็จรับเงินค่าปรับมีประมาณ 1,116 ฉบับนอกนั้นพลตำรวจสมัครจำลองเป็นผู้เขียน สำเนาใบเสร็จรับเงินค่าปรับบางส่วนที่โจทก์นำสืบถึงวิธีการแก้ไขจำนวนเงินค่าปรับ เช่นตามสำเนาใบเสร็จ จ.6, จ.13 จำเลยก็รับว่าเป็นผู้เขียน ปรากฏตามบันทึกด้านหลังใบเสร็จ ส่วนสำเนาใบเสร็จรับเงินค่าปรับ จ.4, จ.8, จ.10 กองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจพิสูจน์แล้วเชื่อว่าเป็นลายมือของจำเลย ตามรายงานการตรวจพิสูจน์ จ.17, จ.18และยังได้ความจากรายงานการตรวจพิสูจน์ต่อไปว่า ตามสำเนาใบเสร็จรับเงินค่าปรับ จ.6, จ.13 ข้อความช่องจำนวนเงินที่เป็นตัวอักษรในต้นขั้วใบเสร็จและสำเนาใบเสร็จเขียนคนละครั้งส่วนสมุดใบเสร็จรับเงินของกลางมีร่องรอยการขูดลบตรงช่องจำนวนเงินที่เป็นตัวเลขและตัวอักษรบางส่วน

พฤติการณ์เช่นนี้แสดงว่าในการเขียนใบเสร็จรับเงินค่าปรับ มิได้เขียนจำนวนเงินในต้นฉบับและสำเนาในคราวเดียวกัน แต่เขียนจำนวนเงินที่รับจริงในต้นฉบับมอบให้ผู้ต้องหาไปก่อนแล้วเขียนจำนวนเงินในสำเนาให้ต่ำลงในภายหลัง หรือหากเขียนจำนวนเงินตรงกันในคราวเดียว ก็จะขูดลบแก้ไขสำเนาใบเสร็จให้ต่ำลงในภายหลังจำเลยเป็นผู้เขียนใบเสร็จรับเงินค่าปรับที่ขาดรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,116 ฉบับโดยทำหน้าที่ร่วมกับพลตำรวจสมัครจำลองเป็นเวลาถึง 4 ปีเศษ การแก้ไขสำเนาใบเสร็จรับเงินค่าปรับอยู่ในความรู้เห็นของจำเลยและพลตำรวจสมัครจำลอง ไม่มีเหตุที่จะเข้าใจว่าพลตำรวจสมัครจำลองกระทำแต่ผู้เดียวดังที่จำเลยนำสืบ คดีฟังได้ชัดว่าจำเลยกับพลตำรวจสมัครจำลองร่วมกันแก้ไขจำนวนเงินในสำเนาใบเสร็จรับเงินค่าปรับให้ต่ำกว่าที่รับจริงแล้วเบียดบังเงินค่าปรับที่ขาดจำนวนเป็นประโยชน์ตน

ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นเกี่ยวกับการปรับบทลงโทษจำเลย คดีฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองฐาน คือฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 หลายกรรม และฐานปลอมเอกสารตามมาตรา 161, 266 อีกหลายกรรม ส่วนความผิดตามมาตรา 162 เป็นเรื่องเจ้าพนักงานทำเอกสารเท็จมิใช่ทำเอกสารปลอม และความผิดตามมาตรา 268 เป็นเรื่องใช้หรืออ้างเอกสารปลอมซึ่งโจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้อง จึงลงโทษจำเลยตามมาตรา 162 และ 268 ไม่ได้อนึ่ง จำเลยกระทำผิดในวันที่ 23, 25 และ 30 พฤศจิกายน 2514อีก 3 วัน ปรากฏตามบัญชี จ.15 แผ่นที่ 47 อันอยู่ในระยะที่มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2 ใช้บังคับการกระทำผิดในช่วงนี้จึงต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดศาลฎีกาเห็นควรแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ถูกต้องพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 83 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 3 หลายกรรม และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161, 266, 83 อีกหลายกรรม ซึ่งต้องลงโทษตามมาตรา 266 อันเป็นบทหนัก ความผิดที่จำเลยกระทำก่อนวันที่22 พฤศจิกายน 2514 ให้ลงโทษเฉพาะกระทงความผิดตามมาตรา 147ที่หนักที่สุด ส่วนความผิดที่จำเลยกระทำภายหลังต่อมาให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด เกี่ยวกับกำหนดโทษและการใช้เงินคืนให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์"

Matter details

Panel of judges
กุศล บุญยืน · ชุ่ม สุนทรธัย · ไพโรจน์ ไวกาสี
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2527 (ref. 28558)

จำเลยมีหน้าที่รับคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการรับโอนมรดกและการซื้อขายที่ดินตลอดจนมีหน้าที่เก็บเงินค่าธรรมเนียมแล้วรวบรวมส่งมอบให้เจ้าหน้าที่การเงินการที่จำเลยรับเงินค่าธรรมเนียมไว้แล้วไม่รวบรวมส่งม…

Supreme Court Judgment, B.E. 2527 (ref. 103066)

จำเลยมีหน้าที่รับคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการรับโอนมรดกและการซื้อขายที่ดิน ตลอดจนมีหน้าที่เก็บเงินค่าธรรมเนียมแล้วรวบรวมส่งมอบให้เจ้าหน้าที่การเงิน การที่จำเลยรับเงินค่าธรรมเนียมไว้แล้วไม่รวบรวมส่…

Supreme Court Judgment No. 911/2566

จำเลยที่ 1 ฎีกาทำนองว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง อันเป็นการขัดแย้งกับคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 1 จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ต้องห้ามมิให้ฎี…

Supreme Court Judgment No. 4398/2565

ความผิดฐานร่วมกันเล่นการพนัน ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และฐานร่วมกันกระทำการอันเป็นการเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ จำเลยทั้งยี่สิบสามมีเจตนาเล่นการพน…

Supreme Court Judgment No. 5069/2562

สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปเมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) นั้น นอกจากจำเลยจะต้องเป็นบุคคลคนเดียวกันและศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ได้ฟ้องแล้ว คด…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up