Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 3500)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จะทราบว่าโจทก์ฟ้องในฐานะใดจะต้องพิจารณาฟ้องรวมกันทั้งฉบับมิใช่เฉพาะในแบบพิมพ์คำฟ้องในช่องโจทก์เท่านั้น คดีก่อนส. ฟ้องเรียกที่ดินพิพาททั้งหมดจากจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของบ.ซึ่งเป็นการฟ้องแทนทายาทคนอื่นรวมทั้งโจทก์และทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมคดีถึงที่สุดไปแล้วการที่โจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้อีกในประเด็นเดิมที่ว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่จึงเป็นฟ้องซ้ำแม้ในคดีก่อนส. จะไม่ได้ระบุในช่องโจทก์ว่าส.ในฐานะผู้จัดการมรดกก็ตาม

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์ทั้งสามสำนวนเป็นโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับโจทก์ทั้งสามฟ้องทำนองเดียวกันว่า โจทก์ทั้งสามนายสังวาลย์ ภาชีฉาย และจำเลยเป็นบุตรของนายวงษ์และนางปุ่น ภาชีฉาย นายวงษ์ตายไปแล้ว ต่อมาวันที่ 27 มกราคม 2511นางปุ่นตาย นายสังวาลย์ได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกนางปุ่น

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งให้นายสังวาลย์เป็นผู้จัดการมรดกเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2522 แต่นายสังวาลย์ไม่ได้นำทรัพย์มรดกคือที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 5047 ซึ่งนางปุ่นเจ้ามรดกถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้อื่นมาแบ่งปันให้แก่ทายาท ต่อมาโจทก์ทั้งสามทราบว่าจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้มีคำสั่งแสดงว่าที่ดินพิพาทส่วนซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนางปุ่นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยด้วยการครอบครองปรปักษ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม2524 ให้ที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตามคดีหมายเลขแดงที่ 564/2524 ซึ่งความจริงแล้วที่ดินส่วนนี้จำเลยอาศัยทำกินอยู่บนที่ดินโดยการครอบครองแทนทายาททุกคน กับได้ชำระค่าเช่าให้แก่เจ้ามรดกกับนายสังวาลย์ตลอดมาจนถึงปี 2524 ที่ดินพิพาทส่วนของนางปุ่นมีเนื้อที่ 17 ไร่ 2 งาน 65 ตารางวา โจทก์ทั้งสามมีกรรมสิทธิ์รวมคนละ 3 ไร่ 2 งาน 13 ตารางวา โจทก์ทั้งสามแจ้งให้จำเลยไปทำการจดทะเบียนลงชื่อโจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาท แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนลงชื่อโจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาทหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยทั้งสามสำนวนให้การในทำนองเดียวกันว่า

ฟ้องโจทก์ขาดอายุความมรดกเพราะนางปุ่นเจ้ามรดกตายตั้งแต่วันที่27 มกราคม 2511 จำเลยเพียงผู้เดียวที่ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดก ได้เสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาจนถึงปี 2524 จึงได้ยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท ศาลมีคำสั่งให้ที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยแล้วตั้งแต่ปี 2524นายสังวาลย์ผู้จัดการมรดกเคยคัดค้านจำเลยเกี่ยวกับที่ดินพิพาทแต่ก็แพ้คดีไป คดีถึงที่สุดแล้ว ที่ดินพิพาทจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนลงชื่อโจทก์ทั้งสามเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยเฉพาะส่วนของจำเลยในที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 5047 ตำบลไทรน้อย อำเภอไทรน้อย (บางบัวทอง)

จังหวัดนนทบุรีโดยให้โจทก์ทั้งสามถือกรรมสิทธิ์คนละ 1 ส่วน จากจำนวน 5 ส่วนคำขออื่นให้ยกจำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่านายสังวาลย์โจทก์ทั้งสาม และจำเลยเป็นบุตรของนายวงษ์และนางปุ่นที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 5047 ตำบลไทรน้อย อำเภอไทรน้อย (บางบัวทอง)จังหวัดนนทบุรี ตามโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.2 นางปุ่นถือกรรมสิทธิ์จำนวน 1 ใน 3 ส่วน เป็นเนื้อที่ 17 ไร่ 2 งาน 65 ตารางวาต่อมาวันที่ 27 มกราคม 2511 นางปุ่นตาย นายสังวาลย์บุตรคนโตยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนางปุ่น

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนายสังวาลย์เป็นผู้จัดการมรดกของนางปุ่นเมื่อวันที่27 มกราคม 2522 หลังจากนั้นนายสังวาลย์ไปจดทะเบียนโอนที่ดินส่วนของนางปุ่นมาเป็นชื่อของนายสังวาลย์ในฐานะผู้จัดการมรดกเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2523 ต่อมาวันที่ 14 กันยายน 2524 จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ขอให้มีคำสั่งว่าที่ดินพิพาทส่วนของนางปุ่นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าที่ดินพิพาทส่วนของนางปุ่นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ตามคดีหมายเลขแดงที่ 564/2524 จำเลยนำคำสั่งไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2527 ต่อมานายสังวาลย์ได้ยื่นฟ้องให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กลับคืนมาเป็นทรัพย์มรดกของนางปุ่นตามเดิม แต่ขณะคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา นายสังวาลย์กับจำเลยได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลยยอมชำระเงินให้แก่นางสังวาลย์เป็นเงิน 100,000 บาท นางสังวาลย์ไม่ติดใจว่ากล่าวเอาความเกี่ยวกับที่ดินพิพาทอีก ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ฉบับลงวันที่ 29 กันยายน 2531 ในคดีหมายเลขแดงที่ 564/2524 ของศาลชั้นต้น นายสังวาลย์ได้รับเงินและต่อมาตายไปแล้ว

ต่อมาโจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ในคดีนี้โจทก์ทั้งสามฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 564/2524 และฟ้องโจทก์ทั้งสามขาดอายุความหรือไม่โดยโจทก์ทั้งสามฎีกาว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ฟ้องซ้ำ เพราะตามคดีหมายเลขแดงที่ 564/2524 นายสังวาลย์ซึ่งเป็นพี่ของโจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยเรียกที่ดินพิพาทตามโฉนดเลขที่ 5047 ตำบลไทรน้อยอำเภอไทรน้อย (บางบัวทอง) จังหวัดนนทบุรี อันเป็นมรดกของนางปุ่นมารดาโจทก์และจำเลยทุกคนเป็นส่วนตัว แม้นายสังวาลย์จะเป็นผู้จัดการมรดกนางปุ่นมารดาตามคำสั่งศาลคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 506/2522 ของศาลชั้นต้นก็ตาม จะเห็นได้จากนายสังวาลย์ไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทั้งสามทราบ และนายสังวาลย์ก็ทำสัญญายอมความกับจำเลยในมูลค่าของเงินเท่ากับส่วนของนายสังวาลย์ที่พึงได้รับจากที่ดินพิพาทดังกล่าวโดยโจทก์ทุกคนไม่ได้เกี่ยวข้อง

นอกจากนั้นจำเลยมิได้ครอบครองที่ดินพิพาทเพื่อตน แต่หากครอบครองแทนทายาทคนอื่น ๆ และครอบครองยังไม่ถึง 10 ปี จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทด้วยการครอบครองปรปักษ์ ในข้อนี้ในเบื้องแรกจำเป็นต้องพิเคราะห์ว่า นายสังวาลย์ฟ้องจำเลยและต่อมายอมความกับจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 564/2524 ในฐานะผู้จัดการมรดกนางปุ่นมารดาหรือในฐานะส่วนตัวหรือทั้งสองฐานะ จึงจะพิเคราะห์ในคดีนี้ตามฎีกาโจทก์ต่อไปว่า โจทก์ทั้งสามฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าวดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยหรือไม่ เห็นว่า การที่จะทราบว่าโจทก์ฟ้องในฐานะใดจะต้องพิจารณาฟ้องรวมกันทั้งฉบับ แม้ในช่องแบบพิมพ์คำฟ้องในช่องโจทก์นั้น จะปรากฏชื่อนายสังวาลย์โจทก์โดยไม่ได้ระบุว่านายสังวาลย์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางปุ่นมารดาหรือในฐานะส่วนตัวฟ้องจำเลยก็ตาม แต่ใจความในคำฟ้องบรรยายอ้างว่าเมื่อนางปุ่นมารดาตาย

โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกไม่มีพินัยกรรมของนางปุ่นตามคำสั่งศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 506/2522ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตามโฉนดเลขที่ 5047 ตำบลไทรน้อย อำเภอไทรน้อย(บางบัวทอง) จังหวัดนนทบุรี เนื้อที่ 17 ไร่เศษ อันเป็นกองมรดกโดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าวเมื่อวันที่27 ตุลาคม 2524 ทั้งที่ความจริงจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทแทนนายสังวาลย์กับทายาทอื่นเท่านั้นอันเป็นการโต้แย้งสิทธิทำให้โจทก์และทายาทอื่นได้รับความเสียหาย ทั้งจำเลยยังไม่ชำระค่าเช่าที่ดินพิพาทตามที่เคยชำระให้ปีละ 4,600 บาทอีกด้วยจึงฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทกลับคืนมาเป็นมรดกของนางปุ่นตามเดิม

มิฉะนั้นขอให้ชำระค่าที่ดินพิพาททั้งหมด 437,500 บาท กับค่าเสียหาย 4,600 บาทจึงเห็นความมุ่งหมายของนายสังวาลย์ตามถ้อยคำบรรยายฟ้องว่านายสังวาลย์ฟ้องเรียกที่ดินพิพาททั้งหมดจากจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดก หาใช่ฟ้องเรียกที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนอันเป็นสิทธิส่วนตัวโจทก์เท่านั้น ไม่ ซึ่งเป็นไปตามสิทธิและหน้าที่ของผู้จัดการมรดกประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719 เพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกทั้งเมื่อฟ้องยังบรรยายต่อไปว่านายสังวาลย์มีกรรมสิทธิ์ร่วมกับทายาทอื่น ๆ ในที่ดินพิพาท การฟ้องของนายสังวาลย์เท่ากับการใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้บุคคลภายนอก ย่อมมีอำนาจกระทำได้โดยลำพัง เมื่อปรากฏว่าในระหว่างพิจารณาคดี

นายสังวาลย์กับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอมในทางวิธีสบัญญัติย่อมมีผลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 138 และเมื่อนายสังวาลย์โจทก์ในคดีดังกล่าวกับจำเลยต่างไม่อุทธรณ์ตามมาตรา 138 วรรคสอง ซึ่งกฎหมายให้อำนาจไว้คำพิพากษาในคดีดังกล่าวย่อมถึงที่สุด ห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ในคดีนี้เมื่อฟังได้ว่านายสังวาลย์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดก ซึ่งเป็นการฟ้องแทนทายาทคนอื่นรวมทั้งโจทก์ทั้งสามและคดีเสร็จเด็ดขาดไปแล้วด้วยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมคดีถึงที่สุดไปแล้ว การที่โจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยคดีนี้อีกในประเด็นเดิมที่ว่า

จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ และไม่มีกรณีเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 564/2524แม้ในคดีดังกล่าวนายสังวาลย์จะไม่ได้บรรยายฟ้องว่าฟ้องแทนโจทก์ด้วย และปัญหาว่าโจทก์ฟ้องซ้ำหรือไม่ เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) แม้จำเลยจะไม่ได้ให้การต่อสู้ในข้อนี้"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · มหินทร์ สุรดินทร์กูร
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1858/2567

คดีก่อนมีประเด็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสิบห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสิบห้าได้หรือไม่ ซึ่งที่ดินพิพาทในคดีก่อนก็คือที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันกับคดีนี้ แม้คดีน…

Supreme Court Judgment No. 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

Supreme Court Judgment No. 4838/2566

ต. เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ต. และผู้ร้องต่างยื่นคำร้องว่าตนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ อันเป็นการกล่าวอ้างว่า ต. และผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาในระหว่างสมรส ที่ดิ…

Supreme Court Judgment No. 3956/2566

การที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนแล้วมาฟ้องคดีนี้ แม้จำเลยที่ 2 คดีนี้และจำเลยในคดีก่อนจะเป็นนิติบุคคลแยกจากกัน แต่จำเลยในคดีก่อนและจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ พ. (จ…

Supreme Court Judgment No. 2354/2566

แม้คดีก่อนโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559 หลังจาก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ใช้บังคับแล้ว แต่ลูกหนี้ผิดนัดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2557 ก่อนวันที่ พ.ร.บ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up