คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าจำเลยได้ทำใบมอบฉันทะปลอมลายมือ ม.โจทก์ไปยื่นต่อเจ้าพนักงานเกษตร์ว่า ม.ยอมขายที่ดินให้แก่จำเลย แลจำเลยได้นำผู้อื่นปลอมเป็นตัว ล.โจทก์ไปแสดงต่อเจ้าพนักงาน แล้วให้ผู้นั้นพิมพ์ลายมือเป็นผู้ขายที่ดินลงในหนังสือสัญญาซื้อขาย ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิด ๒ กะทงคือตาม ม.๒๒๔ กะทงหนึ่งให้จำคุก ๖ เดือนแลตามมาตรา ๒๒๖ อีกกะทงหนึ่ง จำคุก ๓ เดือน รวมโทษ ๙ เดือน แต่ให้ลดฐานสารภาพกึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๔ เดือน ๑๕ วัน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าจำเลยควรมีผิดฐานปลอมหนังสือสำคัญในราชการตาม ม.๒๒๕ แลว่าควรลงโทษให้หนัก
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า ใบมอบฉันทะเป็นหนังสือส่วนตัวซึ่งบุคคลมอบให้อีกคนหนึ่งไปกระทำการตามแบบซึ่งกำหนดไว้จึงไม่ใช่หนังสือราชการเป็นแต่เพียงหนังสือสำคัญ ส่วนข้อกำหนดโทษนั้นเห็นว่าโจทก์ฎีกาไม่ได้ เพราะเป็นดุลยพินิจของศาลที่วางโทษภายในขอบเขตต์ที่กำหนดไว้ ตามกฎหมาย จึงเป็นข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ม.๓ แห่ง พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์จึง
Result
พิพากษาให้ยืนตามศาลล่าง