Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3549/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายโดยอาศัยมูลสัญญาเช่าเนื่องจากการชำระหนี้ตามสัญญาเช่าเป็นการพ้นวิสัยหากการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยจะทำได้ เพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งจำเลยจะต้องรับผิดชอบจำเลยต้องใช้ ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์แต่ถ้าจำเลยไม่ต้องรับผิดชอบจำเลย เป็นอันหลุดพ้นจากการชำระหนี้ฉะนั้นจึงต้องฟังข้อเท็จจริง ให้ได้ความแน่ชัดว่า การที่จำเลยทำสัญญาให้โจทก์เช่าที่ดินพิพาทโดยอ้างว่าจำเลยเป็นเจ้าของและทรัพย์ที่เช่าไม่อาจส่งมอบได้กลายเป็น พ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ซึ่งจำเลยจะต้องรับผิดชอบใช้ค่าสินไหมทดแทน แก่โจทก์หรือไม่เพียงใดจะฟังจากเอกสารท้ายฟ้องท้ายคำให้การซึ่งเป็น หลักฐานเพียงบางส่วนมาวินิจฉัยชี้ขาดโดยไม่เปิดโอกาสให้คู่ความ นำพยานหลักฐานเข้าสืบหาได้ไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาให้โจทก์เช่าที่ดินของวัดใหม่(ร้าง)อ้างว่าเป็นที่ดินศาสนสมบัติกลางซึ่งจำเลยเป็นเจ้าของและผู้ดูแลรักษาหลังจากทำสัญญาแล้วโจทก์ยังเข้าครอบครองที่ดินไม่ได้ ต้องฟ้องขับไล่ผู้ที่อยู่อาศัยระหว่างฟ้องขับไล่วัดภูเขาดินฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น อ้างสิทธิในที่ดินแปลงนี้ ต่อมาจำเลยชนะคดีฟ้องขับไล่ โจทก์จึงชำระเงินเป็นค่าบำรุงศาสนสมบัติกลางแก่จำเลยแล้วเข้าก่อสร้างอาคารพาณิชย์ ต่อมาวัดภูเขาดินห้ามมิให้โจทก์ก่อสร้างเพราะศาลฎีกาพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของวัดภูเขาดิน โจทก์ได้รับความเสียหายจึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยเชื่อโดยสุจริตว่าที่ดินพิพาทเป็นของวัดใหม่ (ร้าง)อันเป็นศาสนสมบัติวัดร้างและอยู่ในความดูแลของจำเลย คดีฟ้องขับไล่ผู้อาศัยนั้นศาลฎีกาพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของวัดใหม่ (ร้าง) เป็นศาสนสมบัติวัดร้างอยู่ในความดูแลของจำเลย ขับไล่ผู้อาศัยออกไป ต่อมาวัดภูเขาดินฟ้องจำเลยอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของตน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าที่ดินพิพาทเป็นของวัดใหม่ (ร้าง) คดีอยู่ในระหว่างฎีกา จำเลยตกลงทำสัญญาให้โจทก์เช่าที่ดินพิพาทต่ออีก และมอบที่ดินให้โจทก์เข้าทำประโยชน์ จำเลยมิได้ผิดสัญญาต่อมาศาลฎีกาพิพากษากลับว่าที่ดินพิพาทเป็นของวัดภูเขาดิน สัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยย่อมระงับไปเพราะการชำระหนี้เป็นการพ้นวิสัย จำเลยไม่ต้องรับผิด วันชี้สองสถานศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นให้คู่ความนำสืบ คู่ความแถลงรับ ข้อเท็จจริงว่า เดิมโจทก์จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินกัน ในระหว่างอายุสัญญาเช่าโจทก์ยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เลย ต่อมาโจทก์จำเลยทำสัญญาเช่ากันใหม่

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยพิพากษาให้จำเลยชำระเงินเฉพาะจำนวนที่โจทก์ชำระเป็นค่าบำรุงศาสนสมบัติกลางคืนแก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยาน

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายเนื่องจากการชำระหนี้ตามสัญญาเช่าเป็นการพ้นวิสัยโดยอาศัยมูลสัญญาเช่าที่ทำไว้กับจำเลยเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2524 มิได้ฟ้องโดยอาศัยมูลละเมิดหรือโต้แย้งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท หากการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยจะทำได้เพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งลูกหนี้หรือจำเลยต้องรับผิดชอบ จำเลยต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ แต่ถ้าจำเลยไม่ต้องรับผิดชอบ จำเลยเป็นอันหลุดพ้นจากการชำระหนี้ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 218, 219 ขณะทำสัญญาเช่าปรากฏตามฟ้องข้อ 4 ว่า คดีที่จำเลยฟ้องขับไล่ผู้อยู่อาศัยในที่ดินพิพาทออกไป จำเลยเป็นฝ่ายชนะ โจทก์จำเลยจึงได้ทำสัญญาเช่ากันเมื่อวันที่ 30 เมษายน2524 ส่วนคดีที่วัดภูเขาดินฟ้องแย้งกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทจากจำเลย

ศาลฎีกาเพิ่งพิพากษาภายหลัง เมื่อ พ.ศ. 2525 ฉะนั้นจึงต้องฟังข้อเท็จจริงให้ได้ความแน่ชัดว่าการที่จำเลยทำสัญญาให้โจทก์เช่าที่ดินพิพาทโดยอ้างว่าจำเลยเป็นเจ้าของและผู้ดูแลรักษาตามฟ้องข้อ 2 และทรัพย์ที่เช่าไม่อาจส่งมอบได้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ซึ่งจำเลยจะต้องรับผิดชอบใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์หรือไม่เพียงใด จะฟังจากเอกสารท้ายฟ้องท้ายคำให้การซึ่งเป็นหลักฐานเพียงบางส่วนมาวินิจฉัยชี้ขาดโดยไม่ยอมเปิดโอกาสให้คู่ความนำพยานหลักฐานเข้าสืบพิสูจน์ความรับผิดชอบและความเสียหายของแต่ละฝ่ายก่อนจึงไม่ชอบด้วยเหตุผล

Result

พิพากษาให้ยกคำสั่งและคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

Matter details

Panel of judges
พจน์ บุญเลี้ยง · เสนอ ศรนิยม · ชวลิต นราลัย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2558 (ref. 590204)

จำเลยร่วมถูกหมายเรียกเข้ามาในคดีตามคำร้องของจำเลยที่ 1 โดยศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยที่ 1 อาจฟ้องจำเลยร่วมเพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือเพื่อใช้ค่าทดแทนอันเป็นกรณีร้องสอดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) ซึ่งตามมาตร…

Supreme Court Judgment No. 2693/2540

โจทก์ทำสัญญาจองซื้อที่ดินกับจำเลยโดยได้ระบุราคาที่จองซื้อที่ดินไว้ในราคาเดียวกับที่จำเลยกำหนดไว้ในประกาศ ทั้งยังได้วางเงินมัดจำกันไว้ตามจำนวนของเงื่อนไขในประกาศของจำเลย เช่นนี้ จึงต้องถือว่าในการทำสัญ…

Supreme Court Judgment No. 1355/2529

การที่จะอนุญาตให้เลื่อนคดีเพราะความเจ็บป่วยตามป.วิ.พ.มาตรา40หรือไม่ก็ดีการสั่งงดสืบพยานเพราะเป็นพยานหลักฐานฟุ่มเฟือยเกินสมควรตามป.วิ.พ.มาตรา86วรรคสองหรือไม่ก็ดีเป็นอำนาจของศาลที่จะใช้ดุลพินิจสั่งตามสม…

Supreme Court Judgment No. 2940/2526

ในการกำหนดประเด็นข้อพิพาท ศาลย่อมคำนึงว่าข้ออ้างข้อเถียงที่จะกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทจะต้องมีผลกระทบกระเทือนถึงผลแห่งคดี ถ้าข้อโต้เถียงใดไม่มีผลกระทบกระเทือนถึงผลแห่งคดี ย่อมไม่มีประโยชน์ที่จะกำหนดเป็…

Supreme Court Judgment No. 73/2563

เดิมโจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม จำเลยขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง กับห้องชุดในอาคารชุดให้ ศ. เพื่อมิให้โจทก์บังคับชำระหนี้เอาทรัพย์สินดังกล่าว โจทก์จึงฟ้องจำเลยกับ ศ. เป็นคดีอาญาในข้อหาโกงเจ้าห…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up