Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3553/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ระบุเหตุในหนังสือเลิกจ้างไว้เพียงว่าจำเลยที่ 2 ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับการเป็นพนักงาน ไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุที่เลิกจ้างว่าการประพฤติตนไม่เหมาะสมกับการเป็นพนักงานของจำเลยที่ 2 นั้นประพฤติตนในรายละเอียดอย่างไรจึงไม่เหมาะสมอย่างยิ่งจนถึงเป็นเหตุแห่งการเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 เมื่อโจทก์ไม่ระบุเหตุผลแห่งการเลิกจ้างว่าจำเลยที่ 2 มีสัมพันธ์ในทางชู้สาวอันเป็นเหตุผิดวินัยตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน โจทก์จึงยกเหตุมีสัมพันธ์ในทางชู้สาวเป็นข้อต่อสู้เพื่อไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีไม่ได้ตามมาตรา 17 วรรคสาม (เดิม)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้เพิกถอนคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานที่ 130/2548 จำเลยที่ 1 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาของศาลแรงงานกลาง

โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลแรงงานกลางอนุญาตและจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ศาลแรงงานกลาง พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2544 โจทก์จ้างจำเลยที่ 2 ทำงานตำแหน่งพนักงานประจำบาร์ ต่อมาวันที่ 31 สิงหาคม 2548 โจทก์มีหนังสือเลิกจ้างจำเลยที่ 2 โดยระบุเหตุผลในการเลิกจ้างไว้เพียง 2 ประการ คือ ประการที่หนึ่ง ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับการเป็นพนักงาน และประการที่สอง ข่มขู่เพื่อนร่วมงาน แล้ววินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์มิได้ระบุถึงเหตุเลิกจ้างกรณีที่จำเลยที่ 2 บุกรุกเข้าไปในห้องประชุมโดยไม่ได้รับอนุญาตและแสดงกิริยาก้าวร้าว อันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรงไว้ในหนังสือเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่อาจยกเหตุดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในอันที่จะไม่ต้องรับผิดชำระค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีได้

สำหรับเหตุที่จำเลยที่ 2 มีความประพฤติในทางชู้สาวนั้น ในหนังสือเลิกจ้างมิได้ระบุว่า จำเลยที่ 2 มีความประพฤติในทางชู้สาว แต่ระบุเหตุเพียงว่าจำเลยที่ 2 ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับการเป็นพนักงาน จึงเป็นการระบุเหตุในความหมายที่กว้างเกินไป และไม่สามารถชี้เฉพาะเจาะจงไปได้ว่าประพฤติตนไม่เหมาะสมในเรื่องใด เพราะความประพฤติที่ไม่เหมาะสมนั้นมีทั้งที่เป็นการกระทำที่ผิดวินัยอย่างร้ายแรงกับการกระทำที่ผิดวินัยไม่ร้ายแรง ซึ่งมีผลต่อการถูกนายจ้างเลิกจ้างโดยทันทีหรือนายจ้างต้องมีหนังสือตักเตือนก่อนจึงจะเลิกจ้างได้ จึงยังไม่อาจรับฟังได้ว่าเหตุดังกล่าวมีความหมายเป็นไปในทางเดียวกันกับความประพฤติในทางชู้สาวได้ เมื่อโจทก์มิได้ระบุเหตุผลว่าจำเลยที่ 2 มีความประพฤติในทางชู้สาวไว้ในหนังสือเลิกจ้างโดยชัดแจ้งโจทก์ย่อมไม่อาจอ้างเหตุดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสาม สำหรับเหตุเลิกจ้างสุดท้ายที่ระบุไว้ว่าจำเลยที่ 2 ข่มขู่เพื่อนร่วมงานนั้น ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ มิได้ระบุไว้โดยชัดแจ้งว่าการข่มขู่เพื่อนร่วมงานเป็นการกระทำที่ผิดวินัยอย่างร้ายแรงและพฤติกรรมของจำเลยที่ 2 ก็ยังไม่ถือว่าเป็นการกระทำผิดอย่างร้ายแรง โจทก์ย่อมไม่สามารถอ้างเหตุดังกล่าวเพื่อเลิกจ้างจำเลยที่ 2 ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีหนังสือตักเตือนแต่อย่างใด คำสั่งของจำเลยที่ 1 จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีเหตุที่จะต้องเพิกถอน พิพากษายกฟ้อง คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ประเด็นเดียวว่ามีเหตุเพิกถอนคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานที่ 130/2548 หรือไม่ โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 2 มีความสัมพันธ์ในทางชู้สาวกับพนักงานโจทก์อันเป็นการผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในกรณีร้ายแรง และหนังสือเลิกจ้างระบุว่าจำเลยที่ 2 ประพฤติตนไม่เหมาะสมเป็นเหตุการเลิกจ้างแล้วนั้น ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสาม(เดิม) บัญญัติว่า ในกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาจ้าง ถ้านายจ้างไม่ได้ระบุเหตุผลไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง นายจ้างจะยกเหตุตามมาตรา 119 ขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้ เมื่อโจทก์ระบุเหตุผลในหนังสือเลิกจ้างไว้เพียงว่าจำเลยที่ 2 ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับการเป็นพนักงาน โดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุที่เลิกจ้างว่าการประพฤติตนไม่เหมาะสมกับการเป็นพนักงานของจำเลยที่ 2 นั้นประพฤติตนในรายละเอียดอย่างไรจึงไม่เหมาะสมอย่างยิ่งจนถึงเป็นเหตุแห่งการเลิกจ้างโดยไม่จำต้องจ่ายค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 จำเลยที่ 2 ย่อมไม่อาจเข้าใจว่าตนถูกเลิกจ้างเพราะประพฤติไม่เหมาะสมอย่างใด

เมื่อโจทก์ไม่ระบุเหตุผลแห่งการเลิกจ้างว่าจำเลยที่ 2 มีความสัมพันธ์ในทางชู้สาวอันเป็นเหตุผิดวินัยตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ดังนั้นโจทก์จะยกเหตุดังกล่าวเป็นข้อต่อสู้เพื่อไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.541 มาตรา 17 วรรคสาม(เดิม) โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่จำเลยที่ 2 คำสั่งของจำเลยที่ 1 และคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
นิยุต สุภัทรพาหิรผล · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · วิรุฬห์ แสงเทียน
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายสมบูรณ์ ไวนฤนาท
Supreme Court black case no.
ร.130/2550
Trial court black case no.
พ31/2549
Trial court red case no.
พ4514/2549
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3306/2567

ระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลย หมวดที่ 10 ระเบียบวินัยและมาตรการในการลงโทษทางวินัย ข้อ 14 กำหนดโทษสำหรับพนักงานที่กระทำผิดวินัยไว้ทั้งสิ้น 7 ประการ โดยไม่มีเรื่องการลงโทษปรับเงิน แต่การที่โจทก์ลงโทษ…

Supreme Court Judgment No. 976/2556

งานเชื่อมโครงหลังคาเหล็กบ้านพักคนงานของจำเลยเป็นหน้าที่ของ ก. ผู้รับเหมาจากจำเลยต้องดำเนินการ โจทก์ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง การที่โจทก์สั่งคนงานของจำเลย 44 คน ไปช่วยผู้รับเหมาทำงานเชื่อมโครงสร้างเหล็กหล…

Supreme Court Judgment No. 9033/2550

โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2539 ทำหน้าที่เป็นพนักงานเติมวัตถุดิบ โดยต้องยกวัตถุดิบไปเติมที่เครื่อง เครื่องละ 300 กิโลกรัม แบ่งยกเป็น 12 เที่ยว เที่ยวหนึ่งมีน้ำหนัก 25 กิโลก…

Supreme Court Judgment No. 6075/2549

จำเลยทั้งสามติดต่อและตกลงรับโจทก์เข้าทำงานกับจำเลยที่ 1 เพราะเห็นว่าโจทก์เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์สามารถทำหน้าที่บริหารดูแลงานทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาจ้างงาน การเป็นเนติ…

Supreme Court Judgment No. 5978/2549

หลังจากจำเลยมีคำสั่งห้ามไม่ให้ปล่อยเงินกู้นอกระบบในบริษัทจำเลยแล้ว โจทก์ยังฝ่าฝืนปล่อยเงินกู้นอกระบบให้ลูกจ้างของจำเลยกู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 10 ต่อเดือน อันเป็นการกระทำความผิดอาญาตาม พ.ร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up