คำฟ้องและคำให้การ
ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกตามพินัยกรรม แต่ถูกผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้าน ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้ร้องกับผู้คัดค้านได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกและผู้ร้องยอมให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกแทนผู้ร้องรายละเอียดปรากฏตามสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย ค.3คดีมีประเด็นปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้แต่เพียงว่าเมื่อเจ้ามรดกทำพินัยกรรมตัดมิให้ผู้คัดค้านรับมรดกของเจ้ามรดกแล้วต่อมาภายหลังผู้ร้องกับผู้คัดค้านทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันยอมให้ผู้คัดค้านได้รับมรดกบางส่วนของเจ้ามรดก และยอมให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดก ผู้คัดค้านจะมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกตามกฎหมายหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า เจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมลงวันที่ 19 มกราคม 2534 ระบุไว้ชัดแจ้งว่า เจ้ามรดกยกทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องเพียงผู้เดียวและตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดก และในพินัยกรรมฉบับดังกล่าวเจ้ามรดกได้ระบุตัดผู้คัดค้านมิให้รับมรดกของเจ้ามรดกไว้ด้วย รายละเอียดปรากฏตามหนังสือพินัยกรรมเอกสารหมาย ค.4 โดยผลแห่งพินัยกรรมฉบับดังกล่าว ถือว่าเจ้ามรดกแสดงเจตนาชัดแจ้งตัดผู้คัดค้านซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกมิให้รับมรดกโดยพินัยกรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1608(1) แล้ว ผู้คัดค้านจึงไม่ใช่ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดกของเจ้ามรดกที่จะพึงร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1713 ผู้คัดค้านจึงไม่มีสิทธิร้องขอต่อศาลขอให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดก
แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้ร้องและผู้คัดค้านจะได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเพื่อให้ผู้คัดค้านได้รับทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกบางส่วน และผู้ร้องยอมให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกแทนผู้ร้องก็ตาม ข้อตกลงระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้านดังกล่าวก็เป็นเพียงข้อตกลงเพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างบุคคลทั้งสองให้เสร็จไป อันเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 เท่านั้น หาใช่เป็นการสละมรดกหรือสละพินัยกรรมของผู้ร้องตามความหมายในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1612 และ 1698(3) ไม่ เพราะการสละมรดกเพียงบางส่วนก็ดีหรือสละพินัยกรรมเพื่อไม่รับมรดกตามพินัยกรรมเพียงบางส่วนก็ดีกระทำไม่ได้ เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1613 วรรคแรก
อนึ่ง โดยนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1713 วรรคสอง ก็ได้บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่า การตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ถ้ามีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งตามข้อกำหนดพินัยกรรม เมื่อพินัยกรรมเอกสารหมาย ค.4 ข้อ 3 เจ้ามรดกระบุตั้งให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกตามพินัยกรรมไว้โดยเฉพาะแล้วก็ไม่ชอบที่ผู้คัดค้านจะร้องขอให้ศาลตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกอันเป็นการฝืนเจตนารมณ์ของเจ้ามรดกที่แสดงไว้โดยพินัยกรรม ที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านเสียนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์คำสั่งของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น"
Result
พิพากษายืน