คำฟ้องและคำให้การ
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอ ขอศาลไต่สวนคำร้องขอและมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายตุแวเลาะ ขารี ผู้ตาย ศาลประกาศนัดไต่สวนตามระเบียบแล้ว ไม่มีผู้คัดค้าน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนและดะโต๊ะยุติธรรมวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามแล้วมีคำสั่งยกคำร้องขอ
ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นบุคคลต้องห้ามเป็นผู้จัดการมรดกตามกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับเรื่องมรดกซึ่งเกิดในจังหวัดปัตตานีและผู้ร้องเป็นอิสลามศาสนิก จึงตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 มาตรา 3 ซึ่งให้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกบังคับแทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และตามาตรา 4 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติให้ดะโต๊ะยุติธรรมมีอำนาจหน้าที่ในการวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลาม เมื่อดะโต๊ะยุติธรรมที่นั่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นได้ชี้ขาดในข้อกฎหมายอิสลามแล้วว่า
ผู้ร้องเป็นบุคคลต้องห้ามในการเป็นผู้จัดการมรดกตามกฎหมายอิสลาม เนื่องจากผู้ตายมีทายาทอื่น ๆ ที่มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกมากกว่าผู้ร้อง และทายาทอื่น ๆ ไม่ให้ความยินยอมแก่ผู้ร้องในการร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก คำวินิจฉัยชี้ขาดในข้อกฎหมายอิสลามของดะโต๊ะยุติธรรมเป็นอันเด็ดขาดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 วรรคท้ายแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ผู้ร้องจึงเป็นบุคคลต้องห้ามเป็นผู้จัดการมรดกตามกฎหมายอิสลาม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นไม่ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
Result
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ