Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3574/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้โจทก์และจำเลยเป็นอิสลามศาสนิก อยู่ในจังหวัดนราธิวาสซึ่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลาม ในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลาและสตูล พ.ศ. 2489 มาตรา 3 บัญญัติให้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัว และมรดกบังคับแทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยการนั้นก็ตาม แต่เนื่องจากกฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัว และมรดกไม่มีบัญญัติไว้ว่าทรัพย์สินที่ซื้อมาระหว่างสมรส เป็นสินสมรสระหว่างผู้ซื้อกับคู่สมรสหรือเป็นสินส่วนตัว ของผู้ซื้อ จึงต้องใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาปรับแก่กรณี โจทก์สมรสกับจำเลยตามกฎหมายอิสลามตั้งแต่ พ.ศ. 2521และโจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทและจดทะเบียนโอนใส่ชื่อจำเลยเป็นเจ้าของ ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสโดยซื้อมาจากเงินที่โจทก์และจำเลยทำมาหาได้ร่วมกันจึงเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1474(1)

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 1474 พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 Section 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนราธิวาส ได้สมรสตามหลักศาสนาอิสลาม และจดทะเบียนสมรสกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2527 ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 16 โจทก์และจำเลยที่ 1 ซื้อมาเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2530 จึงเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4887 มีเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน20 ตารางวา เมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2536 จำเลยที่ 1 ขอรังวัดแบ่งแยกที่ดินแปลงดังกล่าวออกเป็นแปลงย่อย 11 แปลง และกันที่ดินบางส่วนให้เป็นทางสาธารณะ และออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.)

เลขที่ 5168 ถึง 5178 ในชื่อจำเลยที่ 1 ในวันที่ 8ตุลาคม 2536 โจทก์ทราบว่า จำเลยที่ 1 ตกลงจะขายที่ดินทั้ง 11 แปลงดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 จึงแจ้งอายัดที่ดินไว้ต่อสำนักงานที่ดินอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส จำเลยที่ 1 และที่ 2 ก็ทราบแต่ยังโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่กันในราคา 300,000 บาท โดยเจ้าพนักงานที่ดินสำนักงานที่ดินอำเภอตากใบ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยที่ 3 ดำเนินการจดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 2 โดยปราศจากความยินยอมของโจทก์ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2536 หลังจากนั้นจำเลยที่ 2เข้าไปตัดฟันโค่นต้นไม้ปรับพื้นที่ทำการก่อสร้างบ้านในที่ดิน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้เพิกถอนนิติกรรมที่จำเลยที่ 1 ขายที่ดินทั้ง 11 แปลง แก่จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 3 เพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 กับให้จำเลยที่ 2 รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดที่ก่อสร้างในที่ดินทั้ง 11 แปลงจำเลยที่ 1 ให้การว่า

จำเลยที่ 1 กับโจทก์ได้หย่ากันตามหลักศาสนาอิสลามเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2533 ที่ดินพิพาทตามฟ้องเป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่ 1 ไม่ใช่สินสมรสระหว่างจำเลยที่ 1กับโจทก์ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 เชื่อโดยสุจริตว่าจำเลยที่ 1กับโจทก์ขาดจากการเป็นสามีภริยากันแล้วจึงได้ทำนิติกรรมซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้การว่า การจดทะเบียนซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 กระทำถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของทางราชการ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 รวม 11 แปลง ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)

เลขที่ 5168 ถึง 5178 ให้จำเลยที่ 2รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดที่ได้ก่อสร้างในที่ดินพิพาท ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 3จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1เป็นอิสลามศาสนิกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตจังหวัดนราธิวาส สมรสกันตามกฎหมายอิสลาม เมื่อปี 2521 และจดทะเบียนสมรสกันในปี 2527ที่ดินพิพาท 11 แปลง ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 5168 ถึง 5178 เดิมเป็นที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3) เลขที่ 16 มีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของโดยซื้อมาจากนางนินะ นิแม จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทกันเมื่อวันที่ 31มกราคม 2530 ในขณะที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ยังเป็นสามีภริยากัน

ต่อมาวันที่ 13 ธันวาคม 2536 จำเลยที่ 1 ขายที่ดินพิพาททั้ง 11 แปลงให้จำเลยที่ 2คงมีปัญหาในชั้นฎีกาตามฎีกาของจำเลยที่ 1 เพียงประเด็นเดียวว่าที่ดินพิพาททั้ง 11 แปลง เป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1หรือเป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่ 1 ปัญหานี้แม้โจทก์และจำเลยที่ 1เป็นอิสลามศาสนิกอยู่ในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลาและสตูล พ.ศ. 2489 มาตรา 3 บัญญัติให้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกบังคับแทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการนั้นก็ตาม แต่เนื่องจากกฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกไม่มีบัญญัติไว้ว่าทรัพย์สินที่ซื้อมาระหว่างสมรสเป็นสินสมรสระหว่างผู้ซื้อกับคู่สมรสหรือเป็นสินส่วนตัวของผู้ซื้อจึงต้องใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาปรับแก่กรณีโจทก์สมรสกับจำเลยที่ 1 ตามกฎหมายอิสลามตั้งแต่ปี 2521 และศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักดีกว่าพยานจำเลย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทและจดทะเบียนโอนใส่ชื่อจำเลยที่ 1เป็นเจ้าของตามที่โจทก์นำสืบมิใช่นางแวแยเป็นผู้ซื้อ ที่ดินพิพาทจึงเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสโดยซื้อมาจากเงินที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ทำมาหาได้ร่วมกันอันเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1474(1)หาใช่เป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่ 1 ไม่พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมคิด ไตรโสรัส · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · อัธยา ดิษยบุตร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 372/2567

แม้ที่ดินโฉนดเลขที่ 20948 ที่พิพาทจะเคยเป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับที่ดินกรรมสิทธิ์รวมโฉนดเลขที่ 2996 โดยที่ดินพิพาท 2,000 ส่วน ผู้ร้องรับโอนมาจาก จ. มารดาจากการยกให้โดยเสน่หาจึงเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง…

Supreme Court Judgment No. 3029/2566

เมื่อจำเลยรับว่าที่ดินพิพาทจำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์แทนบุคคลอื่น จำเลยจึงไม่อาจยกข้อสันนิษฐานตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373 ขึ้นอ้างได้ โจทก์อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหม…

Supreme Court Judgment No. 3787/2565

เมื่อศาลพิพากษาให้เพิกถอนการโอนห้องชุดกึ่งหนึ่ง ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 แล้ว ห้องชุดดังกล่าวกลับเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ไม่…

Supreme Court Judgment No. 7789/2560

แม้จำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินทั้งสองแปลงเอง และปรากฏชื่อจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียวถือกรรมสิทธิ์ แต่เป็นการได้ทรัพย์สินมาในระหว่างสมรส ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ใช้เงินสินส่วนตัวไปซื้อที่ดินดังกล่าวมา…

Supreme Court Judgment No. 4408/2558

โจทก์ฟ้องระบุว่า โจทก์จดทะเบียนสมรสและอยู่กินกับ ป. ผู้ตาย แต่เป็นการสมรสซ้อน ต้องห้ามตามมาตรา 1452 แห่ง ป.พ.พ. เป็นโมฆะตามมาตรา 1495 ซึ่งมีผลตามมาตรา 1498 โดยมาตรา 1498 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การสมรสท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up