Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 358/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เจ้ามรดกตลอดจนบุคคลในครอบครัวถูกสามีของเจ้ามรดกใช้อาวุธปืนยิงถึงแก่ความตายในเวลาต่อเนื่องกัน ถือเป็นการตายในเหตุภยันตรายร่วมกันและเป็นการพ้นวิสัยที่จะกำหนดได้ว่าคนไหนตายก่อนหลัง จึงถือว่าทุกคนถึงแก่ความตายพร้อมกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 17 ทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกจึงไม่ตกไปยังบุตรของเจ้ามรดกซึ่งถือว่าถึงแก่ความตายพร้อมกัน แต่จะตกได้แก่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นน้าของเจ้ามรดก และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏชัดแจ้งว่า สามีของเจ้ามรดกเป็นผู้กระทำโดยเจตนาให้เจ้ามรดกถึงแก่ความตายโดยมิชอบด้วยกฎหมายและไม่อาจดำเนินคดีแก่สามีของเจ้ามรดกได้เนื่องจากสามีเจ้ามรดกฆ่าตัวตายไปก่อน จึงถือได้ว่าสามีของเจ้ามรดกเป็นบุคคลที่ต้องถูกจำกัดมิให้รับมรดกของเจ้ามรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร ผู้ร้องซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับสามีของเจ้ามรดกจึงไม่ใช่ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของเจ้ามรดก และเมื่อผู้ร้องมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของเจ้ามรดก จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจาก

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนางมะลิ ผู้ตาย อ้างเหตุว่าผู้ร้องเป็นทายาทโดยชอบธรรมของนายอุทัย สามีผู้ตาย กับนางสาวอมริศา และนายอธิชา บุตรของผู้ตายที่ถึงแก่ความตายภายหลังผู้ตาย จึงมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายที่ตกได้แก่บุคคลดังกล่าว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และตั้งผู้คัดค้านซึ่งเป็นทายาทลำดับที่ 6 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแทน ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ยกคำร้องคัดค้าน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องคัดค้าน ค่าคำร้องเป็นพับ ผู้ร้องและผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ถอนนายณรงค์ ผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางมะลิ ผู้ตาย และตั้งให้นางลมุล ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนางมะลิ ผู้ตาย กับให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับทั้งสองฝ่าย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับนายอุทัย สามีของนางมะลิ ผู้ตาย ผู้คัดค้าน เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับนางทองม้วน มารดาผู้ตาย นายอุทัยและผู้ตายเป็นสามีภริยากัน มีบุตร 2 คน คือ นายอธิชาและนางสาวอมริศา เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2544 นายอุทัยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย นายอธิชา นางทองม้วน นายวีระและนางสาวปัทมา ถึงแก่ความตาย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายหรือไม่ ผู้ร้องไม่มีพยานหลักฐานใดมาแสดงว่า ผู้ตายถูกนายอุทัยใช้อาวุธปืนยิงถึงแก่ความตายก่อนนางทองม้วน นายวีระ นางสาวปัทมา นางสาวอมริศาและนายอธิชา คงมีแต่คำเบิกความของผู้ร้องอ้างว่า หลังจากนายอุทัยใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นแล้วจึงโทรศัพท์มาหาผู้ร้องว่า ได้ฆ่าญาติพี่น้องไปหมดแล้ว โดยบอกว่าได้ฆ่านางทองม้วนก่อน ถัดมาคือนางปัทมา นายวีระ ผู้ตาย นางสาวอมริศา และนายอธิศา ตามลำดับ นั้น หลังเกิดเหตุผู้ร้องก็ไม่ได้แจ้งเรื่องนี้แก่ทายาทหรือเจ้าพนักงานตำรวจ ทั้งมิได้นำสืบผู้ตรวจชันสูตรศพผู้ตายและบุคคลในครอบครัวถึงเวลาที่ตาย ประกอบกับผู้ร้องไม่มีหลักฐานว่า

นายอุทัยได้โทรศัพท์มาบอกเรื่องดังกล่าวแก่ผู้ร้อง คำเบิกความของผู้ร้องจึงเป็นพิรุธไม่น่าเชื่อ เมื่อผู้ตายตลอดจนบุคคลในครอบครัวถูกนายอุทัยใช้อาวุธปืนยิงถึงแก่ความตายในเวลาต่อเนื่องนั้น จึงถือได้ว่า เป็นการตายในเหตุภยันตรายร่วมกันและเป็นการพ้นวิสัยที่จะกำหนดได้ว่าคนไหนตายก่อนหลัง จึงต้องถือว่า ทุกคนถึงแก่ความตายพร้อมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 17 ทรัพย์มรดกของผู้ตายจึงไม่ตกไปยังนางสาวอมริศาและนายอธิชาซึ่งเป็นบุตรผู้ตาย แต่จะตกได้แก่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นน้าของผู้ตาย ประกอบกับข้อเท็จจริงปรากฏชัดแจ้งแล้วว่านายอุทัยสามีผู้ตายเป็นผู้กระทำโดยเจตนาให้ผู้ตายถึงแก่ความตายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และไม่อาจดำเนินคดีแก่นายอุทัยได้เนื่องจากนายอุทัยได้ฆ่าตัวตายไปเสียก่อน

ก็ถือได้ว่า นายอุทัยเป็นบุคคลที่ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกของผู้ตายฐานเป็นผู้ไม่สมควร ผู้ร้องจึงไม่ใช่ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย แม้ทรัพย์ซึ่งเป็นมรดกของผู้ตายจะต้องแบ่งแก่นายอุทัยครึ่งหนึ่งในฐานะสินสมรสก่อน และส่วนของนายอุทัยจะตกเป็นมรดกของนายอุทัยต่อไป ผู้ร้องก็มิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้ จึงเห็นสมควรถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ส่วนผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ไม่ปรากฏข้อเสื่อมเสียและมีคุณสมบัติไม่ต้องห้ามในการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย จึงสมควรเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สมชาย พันธุมะโอภาส · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · อาวุธ ปั้นปรีชา
Lower court
ศาลแพ่งธนบุรี - นายวชิร ปานแก้ว
ศาลอุทธรณ์ - นายประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา
Supreme Court black case no.
พ.110/2549
Trial court black case no.
พ1618/2544
Trial court red case no.
พ2418/2544
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 13129/2556

ธ. ซึ่งเป็นบุตรของ ก. และ ก. ตายพร้อมกัน ต่างไม่เป็นทายาทที่จะรับมรดกของกันและกัน เพราะในขณะที่บุคคลหนึ่งถึงแก่ความตายอีกบุคคลหนึ่งไม่มีสภาพบุคคลที่มีความสามารถที่จะมีสิทธิได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 15 และมา…

Supreme Court Judgment No. 6868/2546

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้กำจัดจำเลยทั้งสองมิให้รับมรดกที่ดินพิพาทเพราะปิดบังพินัยกรรม ห้ามจำเลยทั้งสองยุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาท จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่ามิได้ปิดบังพินัยกรรม โจทก์และจำเลยทั้งสองรวมทั…

Supreme Court Judgment No. 9750/2544

ผู้เอาประกันภัยและผู้รับประโยชน์ถึงแก่ความตายพร้อมกัน สิทธิของผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย จึงยังไม่เกิด จึงไม่เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทของผู้รับประโยชน์ เงินตามสัญญาประกันชีวิตก็ไม่ใช่ทรัพย์มรดกที่…

Supreme Court Judgment No. 6782/2544

จำเลยปลอมพินัยกรรมของเจ้ามรดก จำเลยจึงต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดก แต่การถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควรนั้นเป็นการเฉพาะตัว บุตรของจำเลยซึ่งไม่ได้ถูกกำจัดมิให้รับมรดกย่อมสืบมรดกต่อไปได้เหมือนหนึ่งว…

Supreme Court Judgment No. 3575/2541

คดีจัดการมรดกกับคดีมรดกเป็นคดีคนละประเภทกัน อายุความฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกมีอายุความ 5 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 วรรคสองส่วนคดีมรดกมีอายุความตามมาตรา 1754 แม้กองมรดกจะมีการตั้ง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up