Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3585/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 108,110และพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25,27,59 เป็นความผิดต่อเนื่องและกระทำต่อเนื่องเกี่ยวพันกันทั้งในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง กรุงเทพมหานครและสถานีตำรวจภูธรอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอบางบัวทองซึ่งเป็นท้องที่ที่จำเลยที่ 2 ถูกจับจึงมีอำนาจสอบสวนได้โดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 วรรคหนึ่ง(3) และวรรคสาม(ก)โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 120 โจทก์ร่วมที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการและศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ต้องถือว่าเป็นการอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ได้เฉพาะความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ซึ่งมีโจทก์ร่วมทั้งสองเป็นผู้เสียหายเท่านั้น เพราะโจทก์ร่วมทั้งสองมิได้เป็นผู้เสียหายในความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 จำเลยที่ 2 มีอาหารปลอมไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยที่อาหารดังกล่าวมีเครื่องหมายการค้าปลอมอยู่ด้วยก็ด้วยเจตนาเดียวที่ประสงค์จะจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งอาหารปลอม เมื่ออาหารปลอมนั้นมีเครื่องหมายการค้าปลอมและกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดไว้ จึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 90 ป.วิ.อ. Section 2 ป.วิ.อ. Section 19 ป.วิ.อ. Section 30 ป.วิ.อ. Section 120 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 Section 108 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 Section 110 พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 Section 25 พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 Section 27 พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 Section 59 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 Section 108 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 Section 110

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายสถิตย์ กาญจนวิสิษฐผล ผู้เสียหายประกอบอาชีพผลิตและขายสินค้าต่าง ๆ รวมทั้งซอสหอยนางรมซึ่งเป็นอาหารตามพระราชบัญญัติอาหารพ.ศ. 2522 ภายใต้เครื่องหมายการค้าว่า รูปเครื่องหมายการค้าตราแม่ครัว โดยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวในสินค้าจำพวก 42 (เดิม) อันได้แก่ ซอสหอยนางรมต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาในนามของนายสถิตย์และจำหน่ายสินค้าในนามของบริษัทจิ้วฮวด จำกัด เมื่อระหว่างเดือนมิถุนายน 2541 ถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2541 จำเลยทั้งสี่กับพวกร่วมกันผลิตอาหารปลอมโดยการร่วมกันทำ ผสม ปรุงแต่ง และแบ่งบรรจุซึ่งซอสหอยนางรมอันเป็นอาหารตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 โดยร่วมกันผลิตขึ้นซึ่งซอสหอยนางรมตราแม่ครัวเทียมซอสหอยนางรมตราแม่ครัวที่แท้จริงของนายสถิตย์กาญจนวิสิษฐผลผู้เสียหาย และนำเอาซอสหอยนางรมที่จำเลยทั้งสี่กับพวกได้ร่วมกันผลิตขึ้นเองบรรจุใส่ขวดซึ่งมีฉลากเพื่อลวงหรือพยายามลวงผู้ซื้อเข้าใจผิดในเรื่องคุณภาพ

ลักษณะพิเศษ และสถานที่ผลิตอาหารซอสหอยนางรมเทียมว่าเป็นซอสหอยนางรม ตราแม่ครัว ซึ่งผลิตโดยบริษัทจิ้วฮวด จำกัด โดยมีขั้นตอนและกระบวนการผลิตที่ได้ผ่านการควบคุมตรวจสอบและรับรองแล้วว่าเป็นซอสหอยนางรมที่มีคุณภาพและมาตรฐานของอาหารตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสี่กับพวกรู้อยู่แล้วว่าไม่เป็นความจริง แต่ได้กระทำไปเพื่อลวงหรือพยายามลวงผู้ซื้อให้เข้าใจผิด นอกจากนี้จำเลยทั้งสี่กับพวกร่วมกันจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าซอสหอยนางรมซึ่งเป็นอาหารปลอมดังกล่าวและมีเครื่องหมายการค้าปลอมซึ่งมีผู้ทำปลอมเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของผู้เสียหายทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสี่รู้อยู่แล้วว่าเป็นสินค้าที่มีการปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายเหตุเกิดที่แขวงบางปะกอก

เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร และตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 108, 110, 115 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522มาตรา 25, 27, 59ระหว่างพิจารณา บริษัทจิ้วฮวด จำกัด โดยนายสถิตย์ กาญจนวิสิษฐผล กรรมการผู้มีอำนาจ และนายสถิตย์ กาญจนวิสิษฐผล ในฐานะส่วนตัว ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาตโดยเรียกบริษัทจิ้วฮวด จำกัด ว่าโจทก์ร่วมที่ 1 นายสถิตย์ กาญจนวิสิษฐผล ว่าโจทก์ร่วมที่ 2จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่าจำเลยที่ 2มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร

พ.ศ. 2522 มาตรา 25(2), 27, 59 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110(1), 108 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งอาหารปลอมซึ่งเป็นบทหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี ปรับ 100,000 บาท เพื่อให้โอกาสจำเลยที่ 2 กลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ให้ยกฟ้อง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์ร่วมที่ 1 และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงรับฟังได้ว่า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้ผลิตซอสหอยนางรมตราแม่ครัวภายใต้เครื่องหมายการค้า "ซอสหอยนางรมตราแม่ครัว" ซึ่งมีโจทก์ร่วมที่ 2 เป็นเจ้าของผู้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ก่อนที่จะมีการดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสอง โจทก์ร่วมที่ 2 พบซอสหอยนางรมปลอมภายใต้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมที่ 2 ที่ร้านประเสริฐชัยซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 97 ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร จำนวน 181 ลัง ได้มีการสอบสวนขยายผลทราบว่าซอสหอยนางรมปลอมดังกล่าวนั้นได้ซื้อมาจากร้านเทียมเจริญซุปเปอร์มาร์เก็ตจึงได้มีการไปค้นโกดังเก็บสินค้าของร้านดังกล่าวซึ่งตั้งอยู่ที่ตรอกโรงน้ำแข็ง

ตำบลโสนลอยอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พบว่ามีซอสหอยนางรมตราแม่ครัวปลอมจำนวน 227 ลัง ซึ่งจำเลยที่ 2 แจ้งว่าได้ซื้อมาจากนายธงชัย ร้านเทียมเจริญซุปเปอร์มาร์เก็ตจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในนามของบริษัทจำเลยที่ 1 มีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นกรรมการ จำเลยที่ 4เป็นน้องของจำเลยที่ 2 และมีหุ้นอยู่ในบริษัทจำเลยที่ 1 ด้วยโจทก์ร่วมทั้งสองแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีทั้งกับนายธงชัย แซ่ตั้ง นายวิษณุ แทนคุณ ผู้ที่นำซอสหอยนางรมตราแม่ครัวปลอมมาเสนอจำหน่าย จำหน่าย และผู้ที่รับไว้จำหน่ายหรือเสนอจำหน่ายคือจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 4 ในคดีนี้ ในส่วนคดีของนายธงชัยและนายวิษณุได้ให้การรับสารภาพ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาลงโทษศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพิพากษายืน

คดีถึงที่สุดไปแล้ว ส่วนจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 4 ให้การปฏิเสธ จึงได้แยกมาฟ้องเป็นคดีนี้ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ในประการแรกมีว่า พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอบางบัวทองมีอำนาจสอบสวนคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า ความผิดที่โจทก์บรรยายฟ้องมานั้นเป็นความผิดต่อเนื่องและกระทำต่อเนื่องเกี่ยวพันกันทั้งในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง กรุงเทพมหานคร และสถานีตำรวจภูธรอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ดังนั้น พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอ บางบัวทองซึ่งเป็นท้องที่ที่จำเลยที่ 2 ถูกจับจึงมีอำนาจสอบสวนได้โดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 วรรคหนึ่ง(3) และวรรคสาม(ก)โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2ในประการที่สองมีว่าจำเลยที่ 2 ได้กระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ โจทก์มีนายชาญชัย อิ่มสมบูรณ์ นายสมนึก แก้วปู่วัด นายวินัย หมวดสันเทียะ เป็นพยานเบิกความสอดคล้องตรงกันว่าซอสหอยนางรมตราแม่ครัวปลอมสามารถซื้อได้จากร้านเทียมเจริญซุปเปอร์มาร์เก็ต จำเลยที่ 2 ก็เบิกความเจือสมกับคำพยานโจทก์โดยยอมรับว่า เจ้าพนักงานตำรวจพบซอสหอยนางรมตราแม่ครัวปลอมเก็บอยู่ในโกดังเก็บสินค้าของร้านเทียมเจริญซุปเปอร์มาร์เก็ตปัญหาว่าจำเลยที่ 2 รู้หรือไม่ว่าซอสหอยนางรมตราแม่ครัวที่รับมาจำหน่ายดังกล่าวนั้นเป็นของปลอมหรือไม่ โจทก์มีนายชาญชัย อิ่มสมบูรณ์ เป็นพยานเบิกความว่า

ภายในโกดังเก็บสินค้านอกจากจะพบซอสหอยนางรมตราแม่ครัวปลอมของกลางแล้วยังพบสินค้าอื่นที่หมดอายุแล้ว เช่น นม ส่วนสินค้าอื่นที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่ปรากฏอยู่ในโกดัง นอกจากนี้ยังระบุว่าได้ตรวจค้นสินค้าในร้านเทียมเจริญซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้วปรากฏว่า ซอสหอยนางรมตราแม่ครัวที่วางในร้านเป็นของจริงไม่มีของปลอมปนมาเลย และมีนางสมนึก แก้วปู่วัด เบิกความสนับสนุนว่า ทุกครั้งที่ติดต่อซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับร้านเทียมเจริญซุปเปอร์มาร์เก็ตจะกระทำที่โกดังเก็บของของร้านเทียมเจริญซุปเปอร์มาร์เก็ต และนายชาญชัยยังเบิกความตอบทนายโจทก์ร่วมว่าในทันทีที่โจทก์ร่วมทราบว่ามีของปลอมระบาดในท้องตลาดในเดือนมิถุนายน 2541 ทางโจทก์ร่วมได้ให้พนักงานการตลาดแจ้งให้แก่ลูกค้าทราบโดยนายสุชาติซึ่งเป็นพนักงานขายของบริษัทโจทก์ร่วมที่ 1 เป็นผู้แจ้งให้แก่จำเลยที่ 2 ในนามของจำเลยที่ 1 ทราบ และได้ความจากนายสถิตย์

กาญจนวิสิษฐผล โจทก์ร่วมที่ 2 ตอบทนายโจทก์ร่วมที่ 2 ถามติงว่า ตามปกติแล้ว ร้านค้าจะต้องรู้ว่าสินค้าใดแท้หรือปลอมเพราะจะต้องซื้อสินค้าจากพนักงานขายของบริษัทโจทก์ร่วมที่ 1 และมีราคาต้นทุนที่แตกต่างกัน ทั้งยังตอบคำถามค้านทนายจำเลยว่า จำเลยเป็นลูกค้าโจทก์ร่วมนานหลายปีแล้ว จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เบิกความในทำนองเดียวกันว่าไม่ทราบว่าซอสหอยนางรมตราแม่ครัวที่รับซื้อมาจำหน่ายเป็นของปลอม เห็นว่า ลักษณะวิธีการส่งสินค้าซอสหอยนางรมตราแม่ครัวให้แก่ลูกค้าตามที่ได้ความจากนายสมนึก แก้วปู่วัด ปรากฏว่าในทางปฏิบัติจะเป็นการสั่งซื้อล่วงหน้าทางโทรศัพท์แล้วให้นายสมนึกมารับของที่โกดังเก็บสินค้า หาใช่นำสินค้าซอสหอยนางรมตราแม่ครัวของจริงที่วางอยู่ในร้านเทียมเจริญซุปเปอร์มาร์เก็ตมาลงให้ไม่

ฉะนั้น เมื่อได้ความจากนายชาญชัยว่าตามสภาพโกดังไม่มีสภาพที่จะเก็บสินค้าดังปรากฏข้อเท็จจริงว่า นอกจากมีซอสหอยนางรมตราแม่ครัวปลอมของกลางเก็บไว้แล้วไม่ปรากฏว่ามีสินค้าที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์เก็บไว้เลยโดยมีสินค้าที่หมดอายุ เช่น นม เท่านั้น ที่มีปนอยู่ในโกดังจึงเป็นข้อพิรุธว่าเหตุใดจำเลยที่ 2 จึงต้องแยกซอสหอยนางรมตราแม่ครัวปลอมไปเก็บในสถานที่เช่นนั้น ข้อที่จำเลยที่ 2 อ้างว่าซอสหอยนางรมของกลางเป็นสินค้าที่มีปัญหาจึงต้องไปเก็บไว้ที่นั้นเป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ทั้งยังขัดกับข้อเท็จจริงที่ได้ความจากนายสมนึก แก้วปู่วัด ที่เบิกความว่า จำเลยที่ 4 ไม่ได้นำสินค้าซอสหอยนางรมตราแม่ครัวจากร้านเทียมเจริญซุปเปอร์มาร์เก็ตไปให้

นอกจากนี้ราคาสินค้าที่จำเลยที่ 2 อ้างว่าซื้อจากนายธงชัยมีราคาถูกกว่าราคาของบริษัทผู้ผลิตก็ปรากฏว่าราคาก็ไม่แตกต่างกันมากนัก ประกอบกับบริษัทโจทก์ร่วมที่ 1 ยืนยันว่าได้แจ้งให้จำเลยที่ 2 ในนามของจำเลยที่ 1 ทราบแล้วว่ามีซอสหอยนางรมตราแม่ครัวของปลอมในท้องตลาด ดังนี้ จำเลยที่ 2 ซึ่งอยู่ในวงการค้าทำการค้ารับซื้อซอสหอยนางรมตราแม่ครัวจากโจทก์ร่วมที่ 1 มาจำหน่ายเป็นเวลานานพอสมควรย่อมรู้ว่าสินค้าของโจทก์ร่วมสามารถจำหน่ายได้ดีในท้องตลาด ยิ่งพึงต้องใช้ความระมัดระวังไม่ซื้อสินค้าจากผู้ที่ไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือหรืออยู่นอกวงการค้านายธงชัยเป็นใครมาจากไหนเข้ามาทำธุรกิจค้าส่งซอสหอยนางรมตราแม่ครัวของบริษัทโจทก์ร่วมที่ 1 ได้อย่างไร

จำเลยที่ 2 ก็ไม่ทราบพฤติการณ์ในการรับซื้อและจำหน่ายซอสหอยนางรมตราแม่ครัวระหว่างนายธงชัยนายสมนึก แก้วปู่วัด กับจำเลยที่ 2 ดังที่กล่าวมาหาใช่เป็นการทำการค้าโดยสุจริตปกติธรรมดาของพ่อค้าโดยทั่วไปไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 2 ยอมรับว่าโกดังเก็บสินค้าที่พบซอสหอยนางรมตราแม่ครัวปลอมนั้นเป็นที่เก็บสินค้าที่มีปัญหาดังนี้แล้วเหตุใดเมื่อนายสมนึก แก้วปู่วัด สั่งสินค้าซอสหอยนางรมตราแม่ครัวจากจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงไม่นำสินค้าซอสหอยนางรมตราแม่ครัวที่วางอยู่ในร้านเทียมเจริญซุปเปอร์มาร์เก็ตซึ่งเป็นของจริงไปให้ แต่กลับให้นายสมนึกมารับสินค้าในโกดังดังกล่าวซึ่งเป็นของปลอม พฤติการณ์แห่งคดีดังวินิจฉัยมาฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้กระทำความผิดตามที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัย

อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นสำหรับปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 2 หรือไม่นั้น เห็นสมควรกล่าวเสียก่อนว่าการที่โจทก์ร่วมที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ร่วมที่ 1 เข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีได้นั้นต้องถือว่าเป็นการอนุญาตให้โจทก์ร่วมที่ 1 เข้าร่วมเป็นโจทก์ได้เฉพาะความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ซึ่งมีโจทก์ร่วมที่ 1 และโจทก์ร่วมที่ 2 เป็นผู้เสียหายเท่านั้นเพราะโจทก์ร่วมทั้งสองมิได้เป็นผู้เสียหายในความผิดพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์

โจทก์ร่วมที่ 1 จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ในส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 แม้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรับอุทธรณ์ส่วนนี้มาก็เป็นการรับอุทธรณ์โดยไม่ชอบจึงไม่รับวินิจฉัยให้....ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมที่ 1 ข้อต่อไปมีว่า การกระทำความผิดฐานจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าอันเป็นอาหารปลอม กับความผิดฐานจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดกรรมเดียวกันหรือไม่ เห็นว่า เมื่อความผิดในข้อหาผลิตอาหารปลอมเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางแล้วว่าข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ผลิตอาหารปลอม

ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 มีอาหารปลอมไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่าย โดยที่อาหารดังกล่าวนั้นมีเครื่องหมายการค้าปลอมอยู่ด้วยก็ด้วยเจตนาเดียวว่าประสงค์จำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งอาหารปลอม เมื่ออาหารปลอมนั้นมีเครื่องหมายการค้าปลอมอยู่ด้วยและกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดไว้ จึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดกรรมเดียวนั้นชอบแล้วอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมที่ 1 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110(1) ประกอบมาตรา 108 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 100,000 บาท และให้จำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 2 ปี ปรับ 100,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 4 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดีโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 1 และที่ 4 ไม่ชำระค่าปรับสำหรับจำเลยที่ 1 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 4 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

Matter details

Panel of judges
พิชิต คำแฝง · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · ชาญชัย ลิขิตจิตถะ
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6513/2546

ความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 รัฐเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหาย โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย แม้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาตให้โจทก์ร่วมที่ 1 เข้าร่วมเป็นโจทก์ ก็หมายถึงอน…

Supreme Court Judgment No. 5017/2554

การเอาชื่อ รูป และรอยประดิษฐ์ที่เป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมที่ได้จดทะเบียนไว้สำหรับสินค้านมข้นหวานในจำพวก 29 มาใช้โดยทำให้ปรากฏที่กล่องหรือลังกระดาษสำหรับบรรจุ ซึ่งเท่ากับเป็นการใช้เครื่องหมายกา…

Supreme Court Judgment No. 5687/2545

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2474 ซึ่งได้ถูกยกเลิกแล้วโดยไม่ได้บรรยายฟ้องให้ปรากฏว่าการกระทำของจำเลยยังคงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเช…

Supreme Court Judgment No. 618/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า บริษัท อ. ผู้เสียหายที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า บริษัทดังกล่าวจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้า และความผิดฐานจำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน…

Supreme Court Judgment No. 1788/2531

ฉลากอาหารกระป๋องที่จำเลยผลิตไม่ถูกต้องเฉพาะเลขทะเบียนซึ่งระบุที่ฉลากโดยเลขทะเบียนที่ระบุที่ฉลากอาหาร 2 รายการแรกเป็นของผู้อื่น ส่วนเลขทะเบียนที่ระบุที่ฉลากอาหาร 3 รายการหลังเป็นของจำเลย แต่เป็นเลขทะเบ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up