Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3587/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยคดีว่า พฤติการณ์ของจำเลยร่วมที่ถูก อ.ภรรยา ข. ครูร่วมโรงเรียนใช้ถุงกระดาษใส่ผ้าปาในบริเวรโรงเรียนและถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้กับ ข.นั้น คณะกรรมการคุ้มครองการทำงานมีอำนาจอนุญาตให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าของและผู้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงเรียนเลิกจ้างจำเลยร่วม โดยขัดต่อบทบัญญัติในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123 หรือไม่ อันเป็นการตกลงกันขอให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยประเด็นเพียงว่า คณะกรรมการคุ้มครองการทำงานมีอำนาจอนุญาตให้โจทก์เลิกจ้างจำเลยร่วมโดยขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 123 ได้ หรือไม่เป็นข้อแพ้ชนะเท่านั้น ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ขณะเลิกจ้างจำเลยร่วมเป็นกรรมการสหภาพแรงงาน และคำชี้ขาดยังมีผลใช้บังคับอยู่จำเลยร่วมจึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา123 และแม้กรณีไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นของบทกฎหมายดังกล่าว เหตุเลิกจ้างจำเลยร่วมก็มีเหตุอันสมควรอื่นที่จะเลิกจ้างได้ มิใช่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมจึงเป็นการวินิจฉัยที่นอกเหนือไปจากข้อตกลงของคู่ความ ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2525 มาตรา 78 คณะกรรมการคุ้มครองการทำงานไม่มีอำนาจออกคำสั่งอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเลิกจ้างครูผู้เป็นลูกจ้างได้ ที่คณะกรรมการคุ้มครองการทำงานได้ประชุมมีมติว่าหากเจ้าของโรงเรียนเห็นว่าพฤติการณ์ของครูทั้งสองไม่เหมาะสมที่จะให้เป็นครูของโรงเรียนต่อไป ก็เป็นสิทธิของเจ้าของโรงเรียนที่จะเลิกจ้างได้เป็นเพียงข้อเสนอแนะไม่ใช่คำสั่งอนุญาตให้โจทก์เลิกจ้างจำเลย เช่นนี้ ศาลไม่อาจพิจารณาชี้ขาดตามที่คู่ความได้ตกลงกันขอให้วินิจฉัย จึงจำต้องพิจารณาและพิพากษาต่อไปตามรูปคดี

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของโรงเรียนดุสิตพาณิชยการ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ เป็นกรรมการในคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๘ โจทก์ได้เลิกจ้างนางสาวสุนี เมฆมงคลชัย ครูในโรงเรียนดุสิตพาณิชยการเนื่องจากได้ประพฤติตนในทำนองชู้สาวกับนายขวัญชัย มหาคีตะ ครูในโรงเรียนเดียวกันจนถูกภรรยาของนายขวัญชัยต่อว่าและทำร้ายร่างกายในบริเวณโรงเรียนต่อหน้านักเรียนและครูคนอื่น เป็นเหตุให้เสื่อมเสียแก่ชื่อเสียงของโรงเรียนและเป็นการฝ่าฝืนระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ ได้มีคำสั่งให้โจทก์รับนางสาวสุนีกลับเข้าทำงานหรือจ่ายค่าเสียหาย โดยอ้างว่าการเลิกจ้างนางสาวสุนีเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ซึ่งเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เนื่องจากมิได้วินิจฉัยว่านางสาวสุนีเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานซึ่งได้เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องหรือไม่ คงวินิจฉัยเพียงว่าโจทก์เลิกจ้างนางสาวสุนีในขณะที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือคำวินิจฉัยชี้ขาดมีผลบังคับ ซึ่งความจริงนางสาวสุนีไม่ได้เป็นผู้เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องแต่ประการใด ค่าเสียหายที่กำหนดก็ไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์ตามกฎหมายและมีจำนวนสูงเกินไป ขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ ๓๙/๒๕๒๘ ลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๒๘ ของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ ให้การว่านางสาวสุนี เมฆมงคลชัย เป็นกรรมการสหภาพแรงงาน ครูโรงเรียนเอกชนแห่งประเทศไทย นางสาวสุนีได้ประพฤติผิดจรรยามารยาทวินัยของครู ขณะโจทก์เลิกจ้างนางสาวสุนีนั้นยังอยู่ในระหว่างการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามที่สหภาพแรงงานครูโรงเรียนเอกชนแห่งประเทศไทยได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อโจทก์ ซึ่งคำวินิจฉัยยังมีผลใช้บังคับนางสาวสุนีจึงได้รับความคุ้มครองมิให้ถูกเลิกจ้าง

จำนวนค่าเสียหายชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ก่อนสืบพยานโจทก์ นางสาวสุนี เมฆมงคลชัย ร้องขอเป็นจำเลยร่วมศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาต และขอให้ถือเอาคำให้การของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ เป็นคำให้การของจำเลยร่วมด้วย ในวันนัดสืบพยานจำเลยและจำเลยร่วม โจทก์แถลงว่าโจทก์ไม่ทราบว่าจำเลยร่วมกับนายขวัญชัยเป็นชู้กันจริงหรือไม่ เหตุที่โจทก์เลิกจ้างจำเลยร่วมเพราะนางอรอนงค์ มหาคีตะ ภรรยานายขวัญชัยใช้ถุงกระดาษใส่ผ้าปาจำเลยร่วมในบริเวณโรงเรียนและกล่าวหาว่าเป็นชู้กับสามี โจทก์จึงขออนุญาตเลิกจ้างจำเลยร่วมต่อคณะกรรมการคุ้มครองการทำงาน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วโจทก์จึงเลิกจ้างจำเลยร่วม และจำเลยกับจำเลยร่วมแถลงว่านางอรอนงค์ได้ใช้ถุงกระดาษปาจำเลยร่วมและกล่าวหาต่อผู้อำนวยการโรงเรียนดุสิตพาณิชยการและโจทก์ได้เลิกจ้างจำเลยร่วมโดยได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการคุ้มครองการทำงานจริง

โจทก์ จำเลยกับจำเลยร่วมจึงขอให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ตามพฤติการณ์ที่นางอรอนงค์กระทำการและกล่าวหาจำเลยร่วมดังกล่าวนั้น คณะกรรมการคุ้มครองการทำงานมีอำนาจอนุญาตให้โจทก์เลิกจ้างจำเลยร่วมโดยขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ หรือไม่จึงให้งดสืบพยานจำเลยและจำเลยร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งที่ ๓๙/๒๕๒๘ ลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๒๘ ของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ และจำเลยร่วมอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ อุทธรณ์ว่า การที่โจทก์เลิกจ้างจำเลยร่วมนี้ กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ และมิใช่เป็นกรณีร้ายแรง การเลิกจ้างของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

พิเคราะห์แล้วได้ความว่า เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ศาลแรงงานกลางได้สอบข้อเท็จจริงจากคู่ความแล้วคู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยคดีว่าพฤติการณ์ของจำเลยร่วมที่ถูกนางอรอนงค์กระทำดังกล่าวและถูกกล่าวหานั้น คณะกรรมการคุ้มครองการทำงานมีอำนาจอนุญาตให้โจทก์เลิกจ้างจำเลยร่วมโดยขัดต่อบทบัญญัติในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ หรือไม่ จึงเห็นได้ว่า คู่ความต่างตกลงขอให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยประเด็นเพียงว่า คณะกรรมการคุ้มครองการทำงานตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕ มีอำนาจอนุญาตให้โจทก์เลิกจ้างจำเลยร่วมโดยขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ ได้หรือไม่เป็นข้อแพ้ชนะเท่านั้นดังนั้น ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า

ขณะเลิกจ้าง จำเลยร่วมเป็นกรรมการสหภาพแรงงานและคำชี้ขาดยังมีผลใช้บังคับอยู่ จำเลยร่วมจึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ และแม้กรณีไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นของบทกฎหมายดังกล่าว เหตุเลิกจ้างจำเลยร่วมก็มีเหตุอันสมควรอื่นที่จะเลิกจ้างได้ มิใช่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม กรณีจึงเป็นการวินิจฉัยที่นอกเหนือไปจากข้อตกลงของคู่ความดังกล่าวมาแล้ว ปัญหาว่า คณะกรรมการคุ้มครองการทำงานตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕ มีอำนาจอนุญาตให้โจทก์เลิกจ้างจำเลยร่วมโดยขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ ได้หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๗๘ คณะกรรมการคุ้มครองการทำงานไม่มีอำนาจออกคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเลิกจ้างครูผู้เป็นลูกจ้างได้ ซึ่งคณะกรรมการคุ้มครองการทำงานก็คงได้ทราบถึงอำนาจของตนที่มีอยู่ตามกฎหมายนี้แล้ว เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชนจึงได้มีหนังสือด่วนมาก ที่ ศธ ๑๐๐๑/๑๐๓๓๓ ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๒๗ เอกสารหมาย จ.๑ แจ้งมติคณะกรรมการคุ้มครองการทำงานว่า คณะกรรมการคุ้มครองการทำงานได้ประชุมมีมติว่า หากเจ้าของโรงเรียนเห็นว่า พฤติการณ์ของครูทั้งสอง (คือจำเลยร่วมกับนายขวัญชัย มหาคีตะ) ไม่เหมาะสมที่จะให้เป็นครูของโรงเรียนต่อไปก็เป็นสิทธิของเจ้าของโรงเรียนที่จะเลิกจ้างได้ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะ

ดังนั้น คณะกรรมการคุ้มครองการทำงานจึงหาได้มีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์เลิกจ้างจำเลยแต่ประการใดไม่ เมื่อกรณีเป็นเช่นนี้ศาลก็ไม่อาจพิจารณาชี้ขาดตามที่คู่ความได้ตกลงกันขอให้วินิจฉัยในประเด็นที่ว่า คณะกรรมการคุ้มครองการทำงานมีอำนาจอนุญาตสั่งให้โจทก์เลิกจ้างจำเลยร่วมโดยขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ ได้หรือไม่นั้นได้จึงจำต้องพิจารณาและพิพากษาต่อไปตามรูปคดี

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาต่อไปตามนัยดังกล่าวแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

Matter details

Panel of judges
มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุลศาลอุทธรณ์ -
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3531/2549

คู่ความท้ากันให้ศาลแรงงานวินิจฉัยเฉพาะข้อบังคับของการรถไฟแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 3.5 ว่าจำเลยมีอำนาจลงโทษโจทก์ตามข้อบังคับดังกล่าวหรือไม่ และศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีสิทธิไล่โจทก์ออกจากงานและต…

Supreme Court Judgment No. 4155/2548

คู่ความตกลงท้ากันโดยถือเอาผลของการรังวัดที่ดินแปลงพิพาทของเจ้าพนักงานที่ดินว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ตั้งอยู่ในเขตหนังสือรับรองการทำประโยชน์ซึ่งทางราชการได้ออกให้แก่จำเลยหรือไม่ เป็นข้อแพ้ชนะในคดี เ…

Supreme Court Judgment No. 3147/2541

คดีก่อนมีประเด็นว่า ที่ดินพิพาทเนื้อที่ 48 ตารางวา เป็นของโจทก์หรือจำเลย คู่ความตกลงท้ากันด้วยวิธีการรังวัดที่ดินพิพาทเป็นข้อแพ้ชนะคดีโดยไม่มีการชี้สองสถานกำหนดประเด็นพิพาทและสืบพยาน ผลการรังวัดปรากฏว…

Supreme Court Judgment No. 3672/2541

เมื่อศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทตามที่คู่ความแถลงร่วมกันเพียงประเด็นเดียวเท่านั้นว่า โจทก์หรือจำเลยทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ส่วนปัญหาที่ว่าคำให้การของจำเลยเป็นคำให้การที่ขัดแย้งกันเ…

Supreme Court Judgment No. 5393/2540

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ได้ บัญญัติ เกี่ยวกับ การ รับฟัง ข้อเท็จจริง ของ คดีแพ่ง ที่ เกี่ยวเนื่อง กับ คดีอาญา ไว้ อย่าง ชัดแจ้ง ว่า ใน คดีแพ่ง ที่ เกี่ยวเนื่อง กับ คดีอาญา ศาล ต้อง ถื…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up