คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองพ.ศ. 2522 มาตรา 64 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 18, 150 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 64ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 และริบรถจักรยานยนต์ของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 18, 150(3)พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 64 ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานช่วยด้วยประการใด ๆให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท ฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ 500 บาท ฐานขับรถจักรยานยนต์บรรทุกคนเกินจำนวน
ปรับ 500 บาท รวมจำคุก6 เดือน และปรับ 11,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก3 เดือน และปรับ 5,500 บาท โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30ส่วนคำขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางนั้น ถือไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์ที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดโดยตรงจึงไม่สมควรริบคำขอส่วนนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ ขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย3 เดือน ปรับ 5,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด2 ปี รถจักรยานยนต์ของกลางไม่ริบ ศาลอุทธรณ์ภาค 2
Result
พิพากษายืนจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่โจทก์ฎีกาว่า รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดโดยตรงจึงสมควรริบนั้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาลเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกฎีกาโจทก์