Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3622/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยถูกฟ้องข้อหาจัดหางานโดยเรียกและรับค่าบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 สองคดี เมื่อระยะเวลาเกิดเหตุในอีกคดีหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระยะเวลาเกิดเหตุในคดีนี้ ทั้งไม่มีการหยุดดำเนินกิจการในช่วงระยะเวลาเกิดเหตุตามฟ้องทั้งสองคดี แสดงว่าจำเลยมีเจตนาที่จะดำเนินการในการจัดหางานคราวเดียวกัน จึงเป็นความผิดกรรมเดียว แม้อีกคดีหนึ่งศาลชั้นต้นจะพิพากษาก่อนคดีนี้ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ก็ตาม เมื่อปรากฏว่าศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องเนื่องจากเป็นฟ้องซ้อนกับคดีนี้แสียแล้ว การกระทำความผิดในข้อหานี้จึงถือไม่ได้ว่าได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ได้ฟ้อง โจทก์ฟ้องคดีนี้ได้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ.

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 90 ป.วิ.อ. Section 15 ป.วิ.อ. Section 39 ป.วิ.พ. Section 173 พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 Section 19 พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 Section 19

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๔ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๕ เวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกัน จำเลยทั้งสามร่วมกันประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนงานไปทำงานยังต่างประเทศ โดยเรียกและรับเงินค่าบริการจาก นายจรูญกับพวกโดยมิได้รับอนุญาตจัดหางานจากนายทะเบียนตามกฎหมาย และตามวันเวลาดังกล่าวข้างต้นจำเลยทั้ง สามได้ร่วมกันหลอกลวงประชาชนทั่วไปด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ตั้งสำนักงานเพื่อประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่ประชาชนที่ประสงค์จะไปทำงานในประเทศตะวันออกกลาง โดยกำหนด ให้ผู้ที่จะเดินทางไปมาสมัครงานกับจำเลยทั้งสามทั้งนี้ผู้สมัครจะต้องส่งมอบเงินค่าใช้จ่าย เงินค่าจัดหางานและค่าเดินทางให้แก่จำเลยทั้งสามไว้ล่วงหน้า

ความจริงจำเลยทั้งสามรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีความสามารถและไม่ตั้งใจจะส่งประชาชนไปทำงานในประเทศตะวันออก กลางและโดยการหลอกลวงดังกล่าวทำให้นายจรูญ เดชากับพวกและผู้มีชื่ออื่นอีกเป็นจำนวนมากหลงเชื่อและมอบเงินให้จำเลยทั้งสามรวมเป็นเงิน ๑๑๖,๔๐๐ บาทขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๑๑ มาตรา ๗, ๒๗ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนเงิน ๑๑๖,๔๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย และนับโทษจำเลยทั้งสามต่อจากโจทก์ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๒๓๙๘/๒๕๒๖ หมายเลขแดงที่ ๑๕๔๐๓/๒๕๒๖ กับคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๑๙๕/๒๕๒๖ หมายเลขแดงที่ ๑๕๘๓๔/๒๕๒๖ ของศาลชั้นต้นด้วยเพราะเป็นบุคคลคนเดียวกัน จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธแต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อจริง ส่วนจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ หลบหนีศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๑๑ มาตรา ๗, ๒๗ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๓ จำคุก ๕ ปีลงโทษตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๑๑ มาตรา ๒๗ จำคุก ๑ เดือนรวมเป็นจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๕ ปี ๑ เดือนนับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๕๔๐๓/๒๕๒๖ และหมายเลขแดงที่ ๑๕๘๓๔/๒๕๒๖ ของศาลชั้นต้นกับให้จำเลยที่ ๑ คืนเงิน ๑๑๖,๔๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าส่วนความผิดฐานจัดหางานโดยเรียกและรับค่าบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนนั้นตามความในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๑๑ ซึ่งใช้บังคับในขณะเกิดเหตุคดีนี้ เป็นที่เห็นได้ว่าเมื่อได้รับอนุญาตให้จัดหางานแล้วก็สามารถดำเนินการในการจัดหางานได้ตามเวลาที่กำหนด มิใช่ว่าเมื่อได้รับอนุญาตแล้วจะจัดหางานได้เพียงครั้งคราวเดียว จากหลักเกณฑ์ของกฎหมายดังกล่าวในปัญหาที่ว่าจะมีการกระทำผิดฐานจัดหางานโดยมิได้รับอนุญาตหลายกรรมต่างกันหรือไม่ จึงต้องพิจารณาว่าการจัดหางานนั้นได้กระทำต่อเนื่องเป็นคราวเดียวกันหรือไม่ มิใช่พิจารณาว่าเป็นการจัดหางานให้แต่ละคนหรือแต่ละช่วงระยะเวลาตามแต่จะกำหนดเป็นสำคัญข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคดีนี้กับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๕๔๐๓/๒๕๒๖ ของศาลชั้นต้นได้ความว่าจำเลยทั้งสามได้ตั้งสำนักงานในชื่อของจำเลยที่ ๓ ดำเนินการจัดหางานให้แก่ประชาชนทั่วไป

เมื่อระยะเวลาเกิดเหตุคดีหมายเลขแดงที่ ๑๕๔๐๓/๒๕๒๖ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระยะเวลาเกิดเหตุคดีนี้ ทั้งไม่ปรากฏว่ามีการหยุดดำเนินกิจการในช่วงระยะเวลาเกิดเหตุตามฟ้องทั้งสองคดีทำให้เห็นได้ว่าจำเลยที่ ๑ กับพวกมีเจตนาที่จะดำเนินการในการจัดหางานคราวเดียวกัน การกระทำความผิดของจำเลยที่ ๑ ทั้งสองคดีในความผิดฐานนี้ จึงเป็นความผิดกรรมเดียวแต่โดยเหตุที่คดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๕๔๐๓/๒๕๒๖ ของศาลชั้นต้นในความผิดฐานดังกล่าวนั้นได้ปรากฏต่อมาว่าศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องเนื่องจากเป็นฟ้องซ้อนกับคดีนี้ ดังนั้นแม้คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นจะพิพากษาก่อนคดีนี้ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ก็ตามเมื่อศาลฎีกาได้พิพากษายกฟ้องเสียแล้วการกระทำความผิดในข้อหานี้จึงถือไม่ได้ว่าได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ได้ฟ้อง จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำโจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยที่ ๑ กับพวกในความผิดฐานจัดหางานโดยเรียกและรับค่าบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนเป็นคดีนี้ได้ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ
Lower court
ศาลอาญา - นายอำนวย สุขพรหม
ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร จันทรศักดิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 132/2536

การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันนำโฉนดที่ดินที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นโฉนดที่ดินปลอมไปใช้หลอกลวงโจทก์ร่วมเพื่อให้โจทก์ร่วมหลงเชื่อยอมให้กู้เงินตามที่จำเลยทั้งสามต้องการ เป็นการร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็น…

Supreme Court Judgment No. 7635/2554

หลักที่จะใช้พิจารณาว่าความผิดทั้งสองคดีเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรม คือ การกระทำของจำเลยในทั้งสองคดีดังกล่าวเป็นการกระทำโดยมุ่งประสงค์ต่อผลอย่างเดียวกันหรือไม่ ซึ่งย่อมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในแต่ล…

Supreme Court Judgment No. 2892/2536

ร.ต.อ.อุทัยได้ทำการตรวจค้นบริเวณด้านหลังอู่ที่พบชิ้นส่วนเครื่องรับวิทยุของกลางภายหลังวันที่จำเลยที่ 1 ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวนแล้ว จึงมิใช่กรณีของการค้นที่อยู่ของผู้ต้องหาซึ่งถูกควบคุมหรื…

Supreme Court Judgment No. 3238/2536

จำเลยปลอมใบเสร็จรับเงินและใบรับเงินแล้วใช้เอกสารปลอมดังกล่าวแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีของโจทก์ร่วม เพื่อปกปิดการกระทำของจำเลยที่ได้ยักยอกเงินบางส่วนของโจทก์ร่วมไป แม้การปลอมเอกสารดังกล่าวจะกระทำภา…

Supreme Court Judgment No. 1853/2530

จำเลยลงพิมพ์บทความหมิ่นประมาทโจทก์และ ป. ในครั้งเดียวกันเป็นการกระทำกรรมเดียว เมื่อ ป. ได้ฟ้องจำเลยในความผิดกรรมนี้จนมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up