เนื้อความคำพิพากษา
ได้ความว่าโจทย์จำเลยต่างกล่าวคำหยาบต่อกันจำเพาะตัว เนื่องจากเหตุที่จำเลยไล่กระบือไปทางริมคันนาของโจทย์ โจทย์ฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรา ๓๓๙ ข้อ ๒ ฎีกาตัดสินว่า โจทย์จะขอให้ลงโทษจำเลยฐานหมิ่นประมาทซึ่งหน้าแต่ฝ่ายเดียวไม่ได้
พ.ศ. 2468 ศาลฎีกา
หมิ่นประมาทซึ่งหน้าวิธีพิจารณาทำผิดต่อกันอำนาจฟ้อง
ได้ความว่าโจทย์จำเลยต่างกล่าวคำหยาบต่อกันจำเพาะตัว เนื่องจากเหตุที่จำเลยไล่กระบือไปทางริมคันนาของโจทย์ โจทย์ฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรา ๓๓๙ ข้อ ๒ ฎีกาตัดสินว่า โจทย์จะขอให้ลงโทษจำเลยฐานหมิ่นประมาทซึ่งหน้าแต่ฝ่ายเดียวไม่ได้
ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…
Supreme Court Judgment No. 1750/2568ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…
Supreme Court Judgment No. 1546/2568ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป แม้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 17…
Supreme Court Judgment No. 811/2568ในการชิงทรัพย์จำเลยสวมหมวกนิรภัย ทั้งเมื่อพิจารณาภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดก่อนเกิดเหตุปรากฏว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพัก โดยจำเลยมิได้สวมหมวกนิรภัย แต่ช่วงเวลาที่จำเลยก่อเหตุชิงทรัพย์คดีนี้แล้วหล…
Supreme Court Judgment No. 3328/2562คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) (6) (7) 339 วรรคท้าย เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) (6) (7) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตา…
Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.
Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up