Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3681/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ไม้ของกลางของ ท. ซึ่งเป็นไม้ที่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายถูกส่งไปที่โรงงานของจำเลยซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปไม้เพื่อทำเป็นเครื่องเรือนสำเร็จรูปตามคำสั่งของ ท. จำเลยทำไม้แล้วส่งต่อไปยังบริษัท ม. จำกัด เพื่อบรรจุหีบห่อเมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าไม้ของกลางยังเป็นไม้แปรรูปไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ จำเลยส่งไม้ออกไปที่อื่นจึงเป็นการจำหน่ายหรือโอนออกไป เป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดฉบับที่ 6(พ.ศ.2520)ข้อ 15 ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484ว่าด้วยการควบคุมการแปรรูปไม้ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช2484 มาตรา 58,73 ทวิ และความผิดดังกล่าวโจทก์ไม่ต้องบรรยายฟ้องว่าที่เกิดเหตุอยู่ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ และเขตควบคุมสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามตามมาตรา 47 และ53 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484.

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 158 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 Section 47 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 Section 48 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 Section 53 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 Section 58 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 Section 77

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้เพื่อประดิษฐกรรมด้วยเครื่องจักรให้ประกอบสิ่งประดิษฐสำเร็จรูปคือทาเครื่องเรือนใช้ชื่อว่า 'สีน้ำเงินการช่าง' เมื่อระหว่างวันที่ 19 มกราคม 2523 ถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2523 วันเวลาใดที่ไม่ปรากฏชัด จำเลยได้จำหน่ายและโอนไม้สักส่วนประกอบบ้านจำนวน 414 ชิ้น บานประตูไม้สักจำนวน 2 ชิ้น อันเป็นไม้สักแปรรูปจากโรงงานไปยังบริษัทบุญมามูฟอิงแอนด์สโตเรจ จำกัด เป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2520) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ว่าด้วยการควบคุมการแปรรูปไม้ ลงวันที่ 7มกราคม 2520 ข้อ 15, 20 ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 มาตรา 58, 73 ทวิ ที่แก้ไขแล้ว

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484ฯลฯ ที่แก้ไขแล้ว ให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมไม้สักแปรรูปของกลางเป็นของนางทัศนีย์ เพชรแก้วกุล ซื้อจากห้างหุ้นส่วนจำกัดชลหลี เป็นไม้ที่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายห้างหุ้นส่วนจำกัดชลหลีออกหนังสือกำกับไม้ส่งไม้ไปอบที่บริษัทอุตสาหกรรมอบไม้อิมเปคโก จำกัด และบริษัทอุตสาหกรรมอบไม้อิมเปคโก จำกัด ออกหนังสือกำกับไม้ส่งไม้มาที่โรงงานของจำเลยตามคำสั่งของนางทัศนีย์เพื่อให้ทำตามแบบซึ่งอ้างว่าเป็นการทำหน้าต่าง บานเกล็ด บานประตู และคิ้ว ที่สามารถถอดเป็นชิ้นส่วน เป็นเครื่องเรือนสำเร็จรูปซึ่งจะนำไปประกอบที่ประเทศญี่ปุ่น

จำเลยทำไม้แล้วส่งไปยังบริษัทบุญมามูฟอิงแอนด์สโตเรจจำกัด เพื่อทำการบรรจุหีบห่อโดยออกหนังสือกำกับไม้ไปว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ ต่อมาในวันที่ 19 มีนาคม 2523 ผู้เชี่ยวชาญศาลในทางพิสูจน์ไม้ได้ไปตรวจพิสูจน์แล้วปรากฏว่าเป็นไม้แปรรูปไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์มีปัญหาว่าการที่จำเลยส่งไม้ของกลางไปที่บริษัทบุญมามูฟอิงแอนด์สโตเรจ จำกัด จำเลยจะมีความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2520) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ว่าด้วยการควบคุมการแปรรูปไม้ ข้อ 15 อันจะเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าข้อกำหนดฉบับที่ 6(พ.ศ. 2520) ข้อ 15 ผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้เพื่อประดิษฐกรรมด้วยเครื่องจักรจะจำหน่ายหรือโอนหรือนำออกจากโรงงานได้เฉพาะสิ่งที่ประกอบเป็นวัตถุประดิษฐ์หรือสิ่งประดิษฐ์สำเร็จรูปตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตและหลักฐานในการอนุญาตเท่านั้น

เมื่อไม้ของกลางยังเป็นไม้แปรรูปอยู่ จำเลยส่งไม้ออกไปที่อื่นจึงเป็นการจำหน่ายหรือโอนออกไปจำเลยจึงต้องมีความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าว สำหรับฎีกาของจำเลยที่ว่าฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าที่เกิดเหตุอยู่ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ และเขตควบคุมสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม ตามมาตรา 47 และมาตรา 53 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเห็นว่า ความผิดที่จะต้องบรรยายฟ้องถึงเขตควบคุมการแปรรูปไม้ และเขตควบคุมสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้ามตามฎีกาของจำเลยนั้น จะต้องเป็นความผิดตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5)

พ.ศ. 2518 มาตรา 19 หรือความผิดตามมาตรา 53 ตรี แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2518 มาตรา 21แล้วแต่กรณีแต่คดีนี้เป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดอันเป็นความผิดตามมาตรา 58, 73 ทวิ โจทก์จึงไม่ต้องบรรยายฟ้องตามที่จำเลยฎีกามาแต่อย่างใด

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3861/2530

ไม้ของกลางของ ท. ซึ่งเป็นไม้ที่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายถูกส่งไปที่โรงงานของจำเลยซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปไม้เพื่อทำเป็นเครื่องเรือนสำเร็จรูปตามคำสั่งของท. จำเลยทำไม้แล้วส่งต่อไปยังบริษัท ม. จำกัดเพื่อบ…

Supreme Court Judgment No. 4770/2529

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย3ปีริบของกลางทั้งหมดศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้คืนของกลางบางส่วนแก่จำเลยเป็นการแก้ไขเล็กน้อยศาลอุทธรณ์คงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน5ปีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม…

Supreme Court Judgment No. 1121/2502

คดีผิด พ.ร.บ. ป่าไม้ ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลแขวง เมื่อจำเลยรับสารภาพ ผู้ว่าคดีนำมาฟ้องต่อศาลแขวงด้วยวาจา ศาลบันทึกใจความฟ้องในแบบพิมพ์บันทึกคำฟ้อง ฯลฯ ตามมาตรา 20 พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวง ฯลฯ ว่าจำเลยบังอา…

Supreme Court Judgment No. 3647/2565

โจทก์บรรยายฟ้องข้อ 2 ก. และ ข. ว่าจำเลยมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองจำนวน 2,488 ท่อน ปริมาตรรวม 24.58 ลูกบาศก์เมตร เป็นสองกระทงความผิด โดยตามฟ้องข้อ 2 ก. ยังบรรยายอีกว่า นอกจากจำเลยทำการแปรรูปไม้แล้วยังมีไ…

Supreme Court Judgment No. 14391/2558

พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 74 ทวิ บัญญัติว่า "บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up