Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 371/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 199 วรรค 2 บัญญัติห้ามมิให้จำเลยเรียกพยานเข้าสืบเฉพาะกรณีที่ขาดนัดยื่นคำให้การเท่านั้น ฉะนั้น เมื่อจำเลยเพียงแต่ขัดนัดพิจารณาแต่มิได้ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยจึงหาหมดสิทธิที่จะนำพยานหลักฐานของตนเข้าสืบไม่ การขัดนัดพิจารณาในนัดหนึ่งนัดใด ถ้าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนำพยานหลักฐานเข้าสืบยังไม่หมด นัดต่อไปคู่ความที่ขาดนัดมาศาลก็ย่อมมีสิทธิที่จะถามค้านได้เพราะไม่ใช่เป็นพยานที่ได้สืบไปแล้ว การที่คู่ความแถลงร่วมกันขอให้ศาลตั้งผู้เชี่ยวชาญแล้ว แม้ต่อมาจะไม่ตกลงกันในเรื่องค่าใช้จ่าย และในที่สุดฝ่ายหนึ่งได้ขอให้ศาลตั้งผู้เชี่ยวชาญไปฝ่ายเดียว ดังนี้อีกฝ่ายหนึ่งจะกลับมาคัดค้านภายหลังหาได้ไม่ การขออ้างพยานเพิ่ม แม้จะล่วงเวลาหลังจากสืบพยานฝ่ายตรงข้ามแล้ว ถ้าศาลเห็นมีเหตุสมควร ก็มีอำนาจอนุญาตได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ไป ๑๗,๐๐๐ บาท โดยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ ๑ เคยชำระดอกเบี้ย ๕,๔๐๐ บาท รวมต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้าง ๒๖,๕๑๗ บาท ขอให้บังคับ จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธและฟ้องแย้งให้โจทก์คืนโฉนดที่หายไป จำเลยที่ ๒ ให้การรับผิด แต่ขอให้บังคับจากจำเลยที่ ๑ ก่อน ก่อนวันสืบพยาน จำเลยที่ ๑ ถึงแก่กรรม นางย้อยขอเข้ารับมรดกความศาลอนุญาต และนัดสืบพยานโจทก์ ครั้นถึงวันนัดนางย้อยขาดนัดพิจารณา โจทก์สืบพยานได้ ๒ ปากแล้วแถลงหมดพยาน ศาลนัดสืบพยานจำเลย ครั้นถึงวัดนัดนางย้อยมาศาลขอให้ส่งเอกสารไปตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ และขอยื่นระบุพยาน ศาลอนุญาตและสืบพยานจำเลยต่อไป ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยที่ ๑ ไม่ได้กู้เงินโจทก์ พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ บังคับให้นางย้อยในฐานะผู้รับมรดกความจำเลยที่ ๑ ใช้เงินให้โจทก์ตามฟ้อง นางย้อยผู้รับมรดกความจำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๑ มิได้ขาดนัดยื่นคำให้การด้วย เพียงแต่ขาดนัดพิจารณา ในวันนัดสืบพยานที่ศาลเริ่มต้นสืบพยานโจทก์ จึงหาหมดสิทธิที่จะนำพยานหลักฐานของตนเข้าสืบไม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๙ วรรค ๒ บัญญัติห้ามมิให้จำเลยเรียกพยานของตนเข้าสืบเฉพาะกรณีที่ขาดนัดยื่นคำให้การเท่านั้น เมื่อจำเลยยื่นคำให้การสู้คดีไว้แล้ว ย่อมมีสิทธิที่จะนำสืบตามประเด็นที่ตนสู้คดีได้ การขาดนัดพิจารณาในนัดหนึ่งนัดใด เพียงแต่เสียผลเฉพาะวันนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๕ วรรค ๓ อนุมาตรา ๒ กล่าวคือ ถ้าคู่ความที่ขาดนัดมาศาลเมื่อคู่ความฝ่ายหนึ่งได้นำพยานหลักฐานเข้าสืบไปแล้ว เพียงแต่เสียสิทธิที่จะถามค้านพยานที่ได้สืบไปแล้ว และเสียสิทธิที่จะคัดค้านการระบุพยาน

ฯลฯ ของอีกฝ่ายหนึ่งในระหว่างที่ตนขาดนัดเท่านั้น แต่ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งนำพยานหลักฐานเข้าสืบยังไม่หมด นัดต่อไปที่จำเลยมาศาลก็ย่อมมีสิทธิที่จะถามค้านได้ เพราะไม่ใช่เป็นพยานที่ได้สืบไปแล้ว ส่วนการสืบพยานของจำเลยห้ามเฉพาะกรณีที่จำเลยมาศาลเมื่อพ้นเวลาที่จะนำพยานของตนเข้าสืบ ตามมาตรา ๒๐๕ วรรค ๓ อนุมาตรา ๑ ไม่ใช่ห้ามสืบพยานของจำเลยเสียเลย

อนึ่ง ในขั้นแรกที่เริ่มคดีนี้ จำเลยที่ ๑ ขอให้มีการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือของนายปั้นผู้ตายในหนังสือสัญญากู้ คำขอนี้โจทก์จำเลยได้แถลงร่วมกันขอให้ศาลตั้งผู้เชี่ยวชาญในวันชี้สองสถานแล้ว โดยขอให้ศาลเป็นผู้กำหนดตัวผู้เชี่ยวชาญ และให้ถือเป็นข้อแพ้ชนะกันเลย ศาลได้สั่งอนุญาตแล้วและได้มีการส่งพนักงานศาลไปเอาลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยที่ ๑ ขณะมีชีวิตอยู่จนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่แล้วฝ่ายโจทก์จะไม่ติดใจให้ผู้ชำนาญพิสูจน์โดยไม่ตกลงในเรื่องค่าใช้จ่าย ขอให้สืบพยานโจทก์ต่อไปก็ดี คำขอตั้งผู้เชี่ยวชาญของฝ่ายจำเลยก็ยังคงมีอยู่ เมื่อถึงนัดที่จำเลยมีหน้าที่สืบพยานของตน จำเลยขอสืบผู้เชี่ยวชาญตามคำขอเดิม โดยขอให้หัวหน้ากองวิทยาการกรมตำรวจเป็นผู้ตรวจพิสูจน์

ฝ่ายโจทก์ก้แถลงไม่ขัดข้อง ศาลจึงสั่งให้หัวหน้ากองวิทยาการเป็นผู้ตรวจพิสูจน์ แต่ต่อมากองวิทยาการกรมตำรวจแจ้งว่าหัวหน้ากองวิทยาการไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ จำเลยที่ ๑ จึงขอให้ผู้ชำนาญการพิสูจน์ลายมือในกองวิทยาการกรมตำรวจทำการตรวจพิสูจน์ ศาลอนุญาต จึงเป็นการตั้งผู้เชี่ยวชาญสืบเนื่องมาจากคำขอเดิมซึ่งโจท์ไม่คัดค้านการตั้งผู้เชี่ยวชาญแล้วจะกลับมาคัดค้านภายหลังหาได้ไม่ ทั้งโจทก์ก็ไม่มีสิทธิจะคัดค้าน เพราะคำขอนี้โจทก์จำเลยได้ขอตั้งร่วมกันมาแต่ต้น เมื่อโจทก์ไม่ติดใจพิสูจน์ จำเลยก็มีสิทธิขอให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ตามคำขอนั้นได้ ส่วนพยานอื่นนอกจากตัวนางย้อยผู้รับมรดกความแทนจำเลยที่ ๑ คงมีแต่สามีนางย้อยเท่านั้น การขออ้างพยานเพิ่มเติมแม้จะล่วงเวลา

คือ ขอเมื่อสืบพยานโจทก์แล้ว ถ้าศาลเห็นมีเหตุสมควรอื่นใด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๘ วรรคท้าย ก็มีอำนาจอนุญาตได้ ดุลพินิจที่จะอนุญาตหรือไม่นั้น ศาลย่อมวินิจฉัยโดยควรแก่คดี ดังนั้น ศาลฎีกาจึงไม่ต้องวินิจฉัยอีกว่าสมควรหรือไม่สมควร ที่ศาลอุทะรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยหมดสิทธิที่จะสืบพยานของตนแล้วนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

Result

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์เสีย

Matter details

Panel of judges
ไชยเจริญ สันติศิริ · พจน์ ปุษปาคม · ห้วน ประชาบาล
Lower court
ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายพิสัณห์ สีตเวทย์
ศาลอุทธรณ์ - นายเกษม ทิพยจันทร์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2539 (ref. 1605)

ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับที่44มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่1มีนาคม2534และข้อ5วรรคหนึ่งบัญญัติว่าบทบัญญัติมาตรา9วรรคสี่และวรรคห้ามาตรา10ทวิและมาตรา28วรรคสามแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืน…

Supreme Court Judgment No. 9930/2539

ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2534 และข้อ 5 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า บทบัญญัติมาตรา 9 วรรคสี่และวรรคห้า มาตรา 10 ทวิ และมาตรา 28 วรรคสาม แห่งพ.ร.บ.ว่าด…

Supreme Court Judgment No. 9676/2539

การที่ทนายความจำเลยนำสัญญาเช่ามาใช้ในการถามค้านโจทก์ ซึ่งอ้างตนเองเป็นพยาน โจทก์รับว่าสามีของโจทก์ทำสัญญาเช่า ที่พิพาทจากจำเลยตามสัญญาดังกล่าว จึงชอบที่ศาลจะนำสัญญาเช่า มาประกอบการวินิจฉัยพยานหลักฐานข…

Supreme Court Judgment No. 2443/2538

เมื่อศาลสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยมีสิทธิเพียงอ้างตนเองเป็นพยานกับซักค้านพยานโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา199วรรคสองการที่จำเลยนำเอกสารมาให้พยานโจทก์ดูประกอบการถามค้านแล้วส่งเอ…

Supreme Court Judgment No. 1840/2538

แม้ทนายจำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีไว้ก่อนสืบพยานก็ตามแต่ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีโดยสั่งในวันที่ทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องนั้นเองซึ่งในตอนท้ายคำร้องมีข้อความระบุว่าข้าพเจ้ารอ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up