Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3726/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เงินที่ธนาคารสำนักงานใหญ่หรือสาขาในต่างประเทศรับฝากจากลูกค้าแล้วส่งมาให้สาขาในประเทศไทยลงทุน แม้จะเป็นเงินซึ่งจะต้องจ่ายดอกเบี้ยแก่ผู้ฝาก ก็เป็นรายจ่ายของสำนักงานใหญ่หรือสาขาในต่างประเทศมิใช่รายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยเงินดังกล่าวเมื่อส่งมาลงทุนในประเทศไทยย่อมถือว่าเป็นทรัพย์สินของสำนักงานใหญ่หรือสาขาในต่างประเทศ ดังนั้นดอกเบี้ยที่สาขาในประเทศไทยจ่ายให้แก่สำนักงานใหญ่หรือสาขาในต่างประเทศย่อมถือได้ว่าเป็นรายจ่ายซึ่งกำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง เป็นค่าตอบแทนแก่ทรัพย์สินซึ่งตนเป็นเจ้าของเองและใช้เองกับเป็นดอกเบี้ยที่คิดให้สำหรับเงินทุนของตนเอง จึงเป็นรายจ่ายที่ต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (9)(10) และ (11) ต้องนำไปรวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และการจ่ายดอกเบี้ยของสาขาในประเทศไทยดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย จึงต้องเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 70 ทวิ อีกส่วนหนึ่งด้วย

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 65 ป.รัษฎากร Section 70

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศสิงค์โปร์ มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการธนาคาร และมีสาขาในประเทศไทย เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ได้ประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2501 ถึง 2504 กับปี พ.ศ. 2507 ให้โจทก์เสียภาษีโดยอ้างว่าเงินค่าดอกเบี้ยที่สาขาโจทก์ในประเทศไทยจ่ายให้สำนักงานใหญ่และสาขาในต่างประเทศ เป็นรายจ่ายที่ต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี เมื่อนำมารวมคำนวณแล้วกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น และยังได้ประเมินภาษีเงินได้โจทก์สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี ปี พ.ศ. 2502 ถึงปี พ.ศ. 2508 จากการที่สาขาโจทก์ในประเทศไทยจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย ให้โจทก์เสียภาษีอีก

โจทก์เห็นว่าการประเมินดังกล่าวเป็นการไม่ชอบจึงอุทธรณ์การประเมินต่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ซึ่งได้วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ เงินที่สาขาโจทก์ในประเทศไทยได้รับมาจากสำนักงานใหญ่หรือสาขาในต่างประเทศไม่ใช่เงินทุน เงินสำรองหรือเงินกองทุน แต่เป็นเงินที่รับฝากจากลูกค้าในต่างประเทศซึ่งจะต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฝาก ดอกเบี้ยที่สาขาโจทก์ในประเทศไทยส่งไปจึงถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ และเงินค่าดอกเบี้ยที่จ่ายและส่งออกไปไม่ใช่เป็นเงินกำไรจึงไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 70 ทวิ ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยให้การว่า โจทก์และสำนักงานสาขาเป็นนิติบุคคลเดียวกันเงินที่โจทก์ส่งมาเป็นทุนไม่ว่าจะเป็นเงินของผู้ใดต้องถือว่าเป็นเงินทุนของโจทก์เองการที่สาขาโจทก์ในประเทศไทยจ่ายเงินค่าดอกเบี้ยให้สำนักงานใหญ่หรือสาขาของธนาคารซึ่งเป็นนิติบุคคลเดียวกัน

รายจ่ายดังกล่าวจึงเป็นกำไรสุทธิ เพราะต้องห้ามไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ และสาขาโจทก์ในประเทศไทยจำหน่ายเงินกำไรหรือถือได้ว่าเป็นเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย เจ้าพนักงานของจำเลยจึงมีคำสั่งให้โจทก์เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร มาตรา 70 ทวิ การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่เข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทยเป็นนิติบุคคลเดียวกันกับสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศและเงินที่ธนาคารรับฝากจากลูกค้าเป็นสังกมะทรัพย์ เมื่อธนาคารรับฝากแล้วย่อมเป็นทรัพย์สินของธนาคาร

แม้สำนักงานใหญ่หรือสาขาในต่างประเทศจะส่งเงินมาให้สาขาโจทก์ในประเทศไทยลงทุน และเงินที่ส่งมาดังกล่าวเป็นเงินที่สำนักงานใหญ่หรือสาขาในต่างประเทศรับฝากจากลูกค้า ซึ่งมีพันธะผูกพันจะต้องจ่ายดอกเบี้ยแก่ผู้ฝาก เมื่อส่งมาลงทุนในประเทศไทย ย่อมถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินของสำนักงานใหญ่หรือสาขาในต่างประเทศ ทั้งดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้แก่ผู้ฝากก็เป็นรายจ่ายของสำนักงานใหญ่หรือสาขาในต่างประเทศ มิใช่รายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะ ดอกเบี้ยที่สาขาโจทก์ในประเทศไทยจ่ายให้แก่สำนักงานใหญ่หรือสาขาในต่างประเทศถือได้ว่าเป็นรายจ่ายซึ่งกำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริงเป็นค่าตอบแทนแก่ทรัพย์สินซึ่งโจทก์เป็นเจ้าของเองและใช้เอง กับเป็นดอกเบี้ยที่คิดให้สำหรับเงินทุนของตนเอง จึงเป็นรายจ่ายที่ต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี (9) (10) และ (11)

ต้องนำไปรวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และการจ่ายดอกเบี้ยของสาขาโจทก์ในประเทศไทยดังกล่าวก็ถือได้ว่าเป็นการจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย จึงต้องเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 70 ทวิ อีกส่วนหนึ่งด้วยพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร · ดำรง สายเชื้อ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 9150/2560

บทบัญญัติแห่ง ป.รัษฎากร มิได้ห้ามเจ้าพนักงานประเมินแก้ไขการออกหมายเรียกที่ผิดพลาดให้ถูกต้องได้ เจ้าพนักงานประเมินยกเลิกหมายเรียกฉบับเดิมและออกหมายเรียกฉบับใหม่ เพราะเห็นว่าหมายเรียกฉบับเดิมมีข้อบกพร่อ…

Supreme Court Judgment No. 7323/2560

พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2505 มาตรา 3 บัญญัติว่า "ให้ยกเว้นภาษีอากรตาม ป.รัษฎากร แก่บุคคลตามสัญญาว่าด้วยการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนที่รัฐบาลไทยได้ทำไว้หรือจ…

Supreme Court Judgment No. 1229/2551

พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2505 มาตรา 3 บัญญัติให้ยกเว้นภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรแก่บุคคลตามสัญญา ว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนที่รัฐบาลไทยได้ทำไว้หรือจะได…

Supreme Court Judgment No. 1056/2549

การที่โจทก์กู้เงินจากธนาคารในต่างประเทศไปลงทุนซื้อหุ้นในบริษัท อ. โดยโจทก์เสียดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารผู้ให้กู้แล้วบริษัท อ. นำเงินทุนทั้งหมดไปให้บริษัท ท. กู้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยโดยเจตนาทำให้ต้นทุนของบ…

Supreme Court Judgment No. 6647/2545

เมื่อรายจ่ายที่โจทก์จ่ายให้แก่บริษัทผู้รับจ้างที่ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ไม่ใช่รายจ่ายตามสัญญาการให้บริการด้านจัดหาพัสดุเคมีภัณฑ์และตามสัญญาการให้บริการด้านการบริหารที่โจทก์ทำกับบริษัทผู้รับจ้าง รายจ่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up