Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3740/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนศาลมีคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 254 (2) ต้องเป็นกรณีที่โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งให้คุ้มครองโจทก์เนื่องจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาจำเลยกระทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและเดือดร้อนระหว่างการพิจารณาคดี แต่ผู้ที่ทำให้โจทก์เดือดร้อนคือ บริษัท ด. ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมิใช่จำเลย ศาลจึงมีคำสั่งคุ้มครองสิทธิของโจทก์ให้กระทบกระเทือนถึงบริษัท ด. หาได้ไม่ การที่จำเลยออกสิทธิบัตรให้บริษัท ด. เป็นเหตุให้บริษัท ด. อ้างสิทธิจากสิทธิบัตรมาออกหนังสือบังคับมิให้โจทก์ทำการซื้อขายหรือผลิตผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรก็เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในฐานะเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาออกสิทธิบัตร ทั้งจำเลยไม่ได้ร่วมกับบริษัท ด. ออกหนังสือห้ามมิให้โจทก์ทำการซื้อขายหรือผลิตผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตร ส่วนการที่โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ทำการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรได้โดยมิให้ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิบัตรของบริษัท ด. ศาลก็มิอาจสั่งได้เพราะตราบใดที่ยังมิได้มีการเพิกถอนสิทธิบัตร บริษัท ด. ย่อมมีสิทธิห้ามมิให้บุคคลอื่นทำการซื้อขายหรือผลิตผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรได้ ศาลจะอนุญาตให้โจทก์กระทำการใด ๆ ที่เป็นการขัดต่อสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรโดยมิให้ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิบัตรไม่ได้ โจทก์จึงไม่อาจขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาได้

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 254 พ.ร.บ.สุสานและฌาปนสถาน พ.ศ.2528 Section 63 พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 Section 63 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 Section 26 ป.วิ.พ. Section 21 ป.วิ.พ. Section 254 ป.วิ.พ. Section 255

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการผลิตและจำหน่าย อุปกรณ์การเกษตร โจทก์ที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการโรงงานผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยางและโลหะทุกชนิด โจทก์ที่ 3 ประกอบกิจการโรงงานตัด ปั๊มเหล็กแผ่น ผลิตอะไหล่รถไถนาและชิ้นส่วนผานจาน ใช้ชื่อในทางการค้าว่า "ชัยเจริญโลหะกิจ" โจทก์ที่ 4 ประกอบกิจการโรงงานผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตรทุกชนิด ใช้ชื่อในทางการค้าคำว่า "P.S.M. โลหะ" จำเลยเป็นนิติบุคคลในฐานะกรม สังกัดกระทรวงพาณิชย์ มีอำนาจดูแลเกี่ยวกับการจดทะเบียนสิทธิบัตรตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มีนายทะเบียนสิทธิบัตรเป็นเจ้าหน้าที่อยู่ในความควบคุมดูแลของจำเลย

โจทก์ทั้งสี่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าโลหะสำหรับการเกษตรหลายประเภทมาเป็นระยะเวลายาวนาน รวมทั้งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทผานจานสำหรับรถไถนา ซึ่งเป็นสินค้าประเภทเดียวกันกับที่บริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด ได้รับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ซึ่งออกโดยจำเลย เมื่อประมาณต้นเดือนกรกฎาคม 2548 โจทก์ทั้งสี่ได้รับการติดต่อจากร้านค้าซึ่งซื้อสินค้าประเภทผานจานสำหรับรถไถนาจากโจทก์ทั้งสี่ไปจำหน่ายว่า บริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด ได้มีหนังสือถึงร้านค้าต่าง ๆ อ้างว่าบริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด เป็นเจ้าของสิทธิบัตรในการออกแบบผลิตภัณฑ์ผานจานสำหรับรถไถนาดังกล่าว ให้ร้านค้าต่าง

ๆ ระงับการจำหน่าย ผลิต หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าดังกล่าว มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โจทก์ทั้งสี่ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าจำเลยได้ออกสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้บริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2548 เลขที่ 18331 โดยไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 56 มาตรา 57 และมาตรา 64 เนื่องจากแบบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นแบบผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใหม่ โจทก์ทั้งสี่ในฐานะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 เนื่องจากโจทก์ทั้งสี่ดำเนินธุรกิจโรงงานซึ่งผลิตและจำหน่ายผานจานสำหรับรถไถนาเช่นเดียวกับแบบผลิตภัณฑ์ที่จำเลยออกให้แก่บริษัท ดี. เอ็น.

แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด การที่จำเลยออกสิทธิบัตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายให้แก่บริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสี่อาจถูกบริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด ดำเนินคดีฐานละเมิดสิทธิบัตร รวมทั้งทำให้ลูกค้าของโจทก์ทั้งสี่ไม่สั่งซื้อสินค้าที่โจทก์ทั้งสี่ผลิต เพราะเกรงจะถูกบริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด ดำเนินคดีเช่นกัน ขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรเลขที่ 18331 ที่จำเลยออกให้แก่บริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ระหว่างที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยเพื่อยื่นคำให้การโจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวว่า

หลังจากจำเลยออกสิทธิบัตรให้บริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด แล้วบริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด ได้มีหนังสือบอกกล่าวห้ามมิให้บุคคลในแวดวงทำการผลิต ซื้อขายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตร เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสี่ไม่สามารถทำการผลิตและจัดจำหน่ายได้ จึงขอให้ศาลมีคำสั่งใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (2) อนุญาตให้โจทก์ทั้งสี่มีสิทธิโดยชอบในการผลิต จัดจำหน่ายและใช้ผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรโดยให้ถือว่าการกระทำดังกล่าวไม่เป็นการละเมิดสิทธิบัตรของบริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนที่โจทก์ทั้งสี่จะได้รับจนกว่าศาลจะพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า เมื่อสิทธิบัตรเลขที่ 18331 ยังมิได้ถูกเพิกถอน ผู้ทรงสิทธิบัตรย่อมมีสิทธิตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 36 การผลิตผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรดังกล่าวของโจทก์ทั้งสี่จะเป็นการละเมิดสิทธิบัตรของผู้ทรงสิทธิบัตรหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง กรณียังไม่มีเหตุที่ใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (2) ตามคำร้องของโจทก์ ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ว่า คดีมีเหตุสมควรไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า การขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนศาลมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (2) ต้องเป็นกรณีที่โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งให้คุ้มครองโจทก์เนื่องจากจำเลยกระทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและเดือดร้อนระหว่างการพิจารณาคดี แต่ปรากฏตามคำร้องของโจทก์ทั้งสี่ว่า ผู้ที่ทำให้โจทก์ทั้งสี่เดือดร้อนคือ บริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมิใช่จำเลยในคดีนี้ ศาลจึงจะมีคำสั่งคุ้มครองสิทธิของโจทก์ทั้งสี่ให้กระทบกระเทือนถึงบริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและไม่มีโอกาสต่อสู้คดีหาได้ไม่ ที่โจทก์ทั้งสี่อ้างว่าจำเลยรับรองสิทธิในสิทธิบัตรโดยออกสิทธิบัตรให้บริษัท

ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด เป็นเหตุให้บริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด อ้างสิทธิจากสิทธิบัตรมาออกหนังสือบังคับมิให้โจทก์ทั้งสี่ทำการซื้อขายหรือผลิตผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรนั้น เห็นว่า การที่จำเลยออกสิทธิบัตรให้แก่บริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในฐานะเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาออกสิทธิบัตรให้แก่ผู้ขอรับสิทธิบัตรหากสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวมีลักษณะเข้าเงื่อนไขที่จะขอรับสิทธิบัตรได้ ทั้งไม่ปรากฏตามคำฟ้องหรือคำร้องของโจทก์ทั้งสี่ว่าจำเลยได้ร่วมกับบริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด ออกหนังสือห้ามมิให้โจทก์ทั้งสี่ทำการซื้อขายหรือผลิตผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรแต่อย่างใด

ส่วนการที่โจทก์ทั้งสี่ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ทั้งสี่ทำการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรได้โดยมิให้ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิบัตรของบริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด นั้น ศาลก็มิอาจสั่งได้เพราะในเบื้องต้นบริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด เป็นผู้ทรงสิทธิบัตรและมีสิทธิแต่ผู้เดียวในการใช้ ขายหรือเสนอขายซึ่งผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 63 ดังนั้น ตราบใดที่ยังมิได้มีการเพิกถอนสิทธิบัตร บริษัท ดี. เอ็น. แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด ย่อมมีสิทธิห้ามมิให้บุคคลอื่นทำการซื้อขายหรือผลิตผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรได้ ศาลจะอนุญาตให้โจทก์ทั้งสี่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการขัดต่อสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรโดยมิให้ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิบัตรไม่ได้

กรณีตามคำร้องของโจทก์ทั้งสี่ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่โจทก์ทั้งสี่ขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (2) ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้องโจทก์ทั้งสี่โดยไม่ไต่สวนนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ (เกรียงชัย จึงจตุรพิธ - สุวัฒน์ วรรธนะหทัย - ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช)

Matter details

Panel of judges
เกรียงชัย จึงจตุรพิธ · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6/2534

ขณะคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้อายัดที่ดินของจำเลยไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา การร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาก็เพื่อจะได้ความคุ้มครองไว้จนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำพ…

Supreme Court Judgment No. 7649/2560

จำเลยทั้งสองตั้งใจจะยักย้ายทรัพย์สินที่พิพาทไปให้พ้นจากอำนาจศาลหรือขายทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อประวิงหรือขัดขวางต่อการบังคับตามคำบังคับใดๆ หรืออาจจะออกคำบังคับเอาแก่จำเลยทั้งสอง คำฟ้องโจทก์จึงมีมูลและมีเ…

Supreme Court Judgment No. 2280/2559

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศฯ มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 292 (2) เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่จะใช้ดุลพินิจพิจารณาเหตุผลตามรูปคดี…

Supreme Court Judgment No. 6908/2552

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามแบ่งปันทรัพย์มรดกของ จ. ให้แก่โจทก์ตามพินัยกรรม โดยมีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินและหุ้นบริษัทงานทวีพี่น้อง จำกัด ซึ่งหุ้นดังกล่าวเจ้ามรดกได้ใส่ชื่อจำเลยที่ 1 ไว้ ระหว่างพิจารณาจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 6805/2549

คดีก่อนโจทก์ทั้งสามในคดีนี้ขอให้พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง น. เป็นคดีอุทลุม ขอให้เพิกถอนสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทระหว่าง น. กับ ธ. โดย ธ. เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนศา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up