Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3741/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตฯ มาตรา 137 ให้คิดเงินเพิ่มจากจำนวนภาษีที่ไม่ชำระภายในกำหนดเวลาหรือชำระขาด โดยการคำนวณเงินเพิ่มดังกล่าวมิให้คิดทบต้นและมิให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระโดยไม่รวมเบี้ยปรับ แสดงว่าฐานแห่งการคิดเงินเพิ่มหมายถึงเฉพาะจำนวนภาษีที่ไม่ชำระภายในกำหนดเวลาหรือชำระขาดเท่านั้นไม่รวมถึงเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม การคิดจากเงินเพิ่มถือว่าเป็นการคิดทบต้นและทำให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระโดยไม่รวมเบี้ยปรับ ส่วนกรณีที่มาตรา 139 ที่ให้เบี้ยปรับและเงินเพิ่มถือเป็นเงินภาษีนั้นเป็นเพียงการบัญญัติขึ้นเพื่อให้สอดคล้องชัดเจนกับคำนิยามคำว่า "ภาษี" ตามมาตรา 4 และมาตรา 6

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 Section 4 พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 Section 6 พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 Section 137 พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 Section 139

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2543 โดยตั้งบริษัทวิภาวดีแพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้ทำแผนและศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2543 ต่อมาวันที่ 25 พฤษภาคม 2543 ศาลมีคำสั่งให้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการเนื่องจากผู้บริหารแผนได้ปฏิบัติตามแผนครบถ้วนสมบูรณ์ การฟื้นฟูกิจการได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนแล้วเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ค่าภาษีสรรพสามิต (น้ำมัน) แยกเป็นเงินเพิ่มร้อยละ0.5 ต่อเดือน จำนวน 26,919,673.98 บาท ภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทยร้อยละ 10 จำนวน 2,691,967.39 บาท เงินเพิ่มใหม่ร้อยละ 1.5 ต่อเดือน จำนวน 6,662,619.30บาท และภาษีสรรพสามิต (แบตเตอรี่)

แยกเป็นเบี้ยปรับร้อยละ 2 จำนวน 1,024.60 บาทเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน จำนวน 384.23 บาท ภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทยร้อยละ 10จำนวน 140.88 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 36,275,619.38 บาท รายละเอียดปรากฏตามบัญชีแนบท้ายคำขอรับชำระหนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ให้เจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือผู้ทำแผนตรวจคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/29 แล้วปรากฏว่าผู้ทำแผนโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้ว่า เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิเรียกเก็บเงินเพิ่มใหม่ร้อยละ1.5 ต่อเดือนจากเงินเพิ่มร้อยละ 0.5 ต่อเดือน และภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทยร้อยละ 10 เพราะขัดต่อพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 มาตรา 137 ที่ห้ามมิให้คิดเงินเพิ่มทบต้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการในมูลหนี้ภาษีสรรพสามิตจำนวน 29,611,641.37 บาท

พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้เสร็จสิ้น คำขอรับชำระหนี้นอกจากนี้ให้ยกเจ้าหนี้ยื่นคำร้องคัดค้านว่า เงินเพิ่มร้อยละ 0.5 ต่อเดือน จำนวน 26,919,673.94บาท และภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทยร้อยละ 10 จำนวน 2,691,967.39 บาท รวม 29,611,641.37 บาท เป็นเงินภาษีตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 มาตรา 139 เจ้าหนี้จึงมีสิทธิคิดเงินเพิ่มใหม่ร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ขอให้ไต่สวนและมีคำสั่งแก้ไขคำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เต็มตามขอเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำแถลงว่า เจ้าหนี้คิดเงินเพิ่มใหม่ร้อยละ 1.5 ต่อเดือน

จากเงินจำนวน 29,611,641.37 บาท ซึ่งเป็นเงินเพิ่มเติมและภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทย จึงเป็นการคิดเงินเพิ่มทบต้นต้องห้ามตามมาตรา 137 และไม่ถือเป็นเงินภาษีตามมาตรา 139ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งว่า เงินเพิ่มใหม่ร้อยละ 1.5 ต่อเดือน จำนวน 6,662,619.30 บาท เจ้าหนี้คำนวณจากต้นเงินจำนวน 29,611,641.37 บาท ซึ่งก็คือเงินเพิ่มเดิมและภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทย จึงเป็นการคำนวณเงินเพิ่มในลักษณะทบต้นต้องห้ามตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 มาตรา 137 เจ้าหนี้ไม่อาจขอรับชำระหนี้ได้ ส่วนเงินเพิ่มใหม่ร้อยละ 1.5 ต่อเดือน นับแต่วันที่ 10 มกราคม 2543 จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น เจ้าหนี้เรียกในลักษณะเงินเพิ่ม จึงไม่อาจขอรับชำระหนี้ได้เช่นกัน ให้ยกคำร้องคัดค้านของเจ้าหนี้เจ้าหนี้อุทธรณ์ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ว่าเจ้าหนี้มีสิทธิคิดเงินเพิ่มใหม่ร้อยละ 1.5 ต่อเดือน จำนวน 6,662,619.30 บาทและเงินเพิ่มใหม่ร้อยละ 1.5 ต่อเดือน นับแต่วันที่ 10 มกราคม 2543 จนกว่าจะได้รับชำระหนี้เสร็จสิ้นหรือไม่ ปัญหาที่ว่าเจ้าหนี้มีสิทธิคิดเงินเพิ่มใหม่ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนนับแต่วันที่ 10 มกราคม 2543 จนกว่าจะได้รับชำระหนี้เสร็จสิ้นหรือไม่ แม้ผู้ทำแผนจะมิได้ยกขึ้นต่อสู้ในคำร้องโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ แต่ก็เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลย่อมมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่าที่ลูกหนี้จะต้องชำระแก่เจ้าหนี้มีเพียงเงินเพิ่ม 26,919,673.98 บาท และภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทย 2,691,967.39 บาท ซึ่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตพ.ศ. 2527 มาตรา 137 เป็นบทบัญญัติหลักในการให้คิดเงินเพิ่มจากจำนวนภาษีที่ไม่ชำระภายในกำหนดเวลาหรือชำระขาดได้บัญญัติไว้ชัดเจนแล้วว่าการคำนวณเงินเพิ่มดังกล่าวมิให้คิดทบต้นและมิให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระโดยไม่รวมเบี้ยปรับ ตามบทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า

ฐานแห่งการคิดเงินเพิ่มหมายถึงเฉพาะจำนวนภาษีที่ไม่ชำระภายในกำหนดเวลาหรือชำระขาดเท่านั้น ไม่รวมถึงเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม การที่เจ้าหนี้อุทธรณ์ว่าลูกหนี้จะต้องชำระเงินเพิ่มและภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทยดังกล่าวเพราะถือเป็นเงินภาษีตามมาตรา 139 โดยไม่ถือเป็นการคำนวณเงินเพิ่มในลักษณะทบต้นนั้นย่อมขัดอยู่ในตัวเอง เนื่องจากฐานที่นำมาคำนวณเงินเพิ่มกรณีของเจ้าหนี้จริง ๆแล้วก็คือเงินเพิ่ม เมื่อคิดจากเงินเพิ่มก็ต้องถือว่าเป็นการคิดทบต้นและทำให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระโดยไม่รวมเบี้ยปรับ ส่วนกรณีตามมาตรา 139 ที่ให้เบี้ยปรับและเงินเพิ่มถือเป็นเงินภาษีนั้นก็เป็นการบัญญัติขึ้นเพื่อให้สอดคล้องชัดเจนกับคำนิยามคำว่า "ภาษี"ตามมาตรา 4 และมาตรา 6 ที่ให้หมายความถึงภาษีสรรพสามิตที่เรียกเก็บจากสินค้าและบริการตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. 2527 ดังนั้น เจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธิคิดเงินเพิ่มใหม่ร้อยละ 1.5 ต่อเดือน จำนวน 6,662,619.30 บาท และไม่มีสิทธิคิดเงินเพิ่มใหม่ร้อยละ 1.5 ต่อเดือน นับแต่วันที่ 10 มกราคม 2543 จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องคัดค้านของเจ้าหนี้นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · วัฒนชัย โชติชูตระกูล
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 59/2561

ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 14 บัญญัติให้คดีความผิดทางอาญาตามกฎหมายที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าว และคดีที่กำหนดในกฎกระทรวงโดยการเสนอแนะของ กคพ…

Supreme Court Judgment No. 897/2551

ตามคำฟ้องโจทก์มิได้กล่าวอ้างว่าจำเลยทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งการที่จำเลยได้รับคืนเงินค่าภาษีสรรพสามิตและภาษีเก็บเพิ่มเพื่อกระทรวงมหาดไทยไปจากโจทก์ก็เนื่องจากจำเลยอ้างว่าได้นำน้ำมันที่ชำระค่าภาษีอากรแล้วเติ…

Supreme Court Judgment No. 274/2549

โจทก์นำเข้าแบตเตอรี่ลักษณะเป็นก้อน เรียกกันทั่วไปว่าถ่านไฟฉายหรือแบตเตอรี่ชนิดเซลล์ก้อน สามารถนำไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ ได้ทั่วไป โจทก์ได้นำแบตเตอรี่ดังกล่าวมาจัดเรียงต่อแบบอนุกรม และเชื่อมข…

Supreme Court Judgment No. 6101/2546

โจทก์ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายสินค้าน้ำผลไม้ขายให้แก่บริษัท ส. และ บริษัท อ. ซึ่งเป็นผู้ประกอบ กิจการค้าปลีก การขายสินค้าน้ำผลไม้ของโจทก์จึงเป็นการขายส่ง สินค้าน้ำผลไม้ของโจทก์จึงเป็นเครื่องดื่มตามพิ…

Supreme Court Judgment No. 3990/2541

ฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งหมดเมื่ออ่านรวมกันแล้วก็คือ โจทก์ประสงค์จะอุทธรณ์ว่าการประเมินภาษีสรรพสามิตของเจ้าพนักงานสรรพสามิตไม่ชอบนั่นเอง ประเด็นในชั้นอุทธรณ์จึงมีว่าการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบหรือ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up