Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 380/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จำเลยที่ 1 ลูกจ้างกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ขับรถยนต์โดยประมาทชนรถโจทก์ที่ 2 เสียหายแล้วได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 ย่อมทำให้สิทธิเรียกร้องในมูลละเมิดระงับไป และทำให้ได้สิทธิตามที่แสดงไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น โจทก์ที่ 2 จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดโดยอาศัยมูลละเมิดและทำให้ความรับผิดของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในฐานะนายจ้างระงับไปด้วย จำเลยที่ 1 ยังมิได้ชำระค่าเสียหายตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้แก่โจทก์ที่ 2 ความผูกพันตามสัญญาประกันภัยซึ่งโจทก์ที่ 1 ผู้รับประกันภัยจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ที่ 2 ย่อมยังไม่ระงับ เมื่อโจทก์ที่ 1 ได้ใช้ค่าซ่อมรถแทนโจทก์ที่ 2 ไป จึงเข้ารับช่วงสิทธิของโจทก์ที่ 2 ผู้เอาประกันภัยเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดตามจำนวนที่ชดใช้ไปจริงแต่ไม่เกินจำนวนที่โจทก์ที่ 2 มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยที่ 1 ตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ โจทก์ที่ 1 เป็นผู้รับช่วงสิทธิของโจทก์ที่ 2 ที่จะเรียกร้องจากจำเลยที่ 1 ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเท่านั้น เมื่อจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 มิได้เป็นคู่สัญญาในสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวกับโจทก์ที่ 2 ด้วยโจทก์ที่ 1 จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ที่ ๑ ได้รับประกันภัยรถยนต์ไว้จากโจทก์ที่ ๒ ในวงเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ได้ขับรถยนต์รถของโจทก์ที่ ๒ ด้วยความประมาทในระหว่างอายุสัญญาประกันภัย โจทก์ที่ ๑ จ่ายค่าซ่อมแก่โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๒๘,๔๐๕ บาท ระหว่างซ่อมโจทก์ที่ ๒ เสียค่าว่าจ้างรถคันอื่นไปประกอบธุรกิจ และเมื่อซ่อมเสร็จแล้วรถเสื่อมสภาพลง ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๓๐,๕๓๕ บาทแก่โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๓๕,๔๗๕ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ ๒ ให้การและแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การว่าจำเลยที่ ๒ มิได้เป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ และไม่ได้ให้จำเลยที่ ๑ ทำการตามทางการที่จ้าง จำเลยที่ ๑ มิได้ขับรถโดยประมาท แต่เหตุเกิดเพราะโจทก์ที่ ๒ เป็นฝ่ายประมาท จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสองเนื่องจากโจทก์ที่ ๒ กับจำเลยที่ ๑ได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความในเรื่องละเมิดคดีนี้แล้ว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ที่ ๑ รับประกันภัยรถยนต์โจทก์ที่ ๒ ต่อมาในระหว่างอายุสัญญาประกันภัย จำเลยที่ ๑ ได้ขับรถยนต์ซึ่งจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นเจ้าของในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ชนท้ายรถของโจทก์ที่ ๒ โดยละเมิด เป็นเหตุให้รถของโจทก์ที่ ๒ เสียหาย โจทก์ที่ ๑ ซ่อมรถให้โจทก์ที่ ๒ ตามสัญญาประกันภัยเสียค่าซ่อมไปเป็นเงิน ๒๘,๔๐๕ บาท หลังเกิดเหตุแล้วจำเลยที่ ๑ ตกลงกับโจทก์ที่ ๒ ยอมรับผิดและยอมชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๓๐,๗๓๐ บาท โดยขอผ่อนชำระเป็น ๒ งวด ต่อมาจำเลยที่ ๑ ผิดนัดไม่ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๒ และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย

จ.๖ มีข้อความว่าจำเลยที่ ๑ ยอมรับผิดและยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๓๐,๗๓๐ บาทโดยผ่อนชำระเป็น ๒ งวด งวดแรกจะชำระในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ เป็นเงิน ๑๕,๓๖๕ บาท งวดที่ ๒ จะชำระในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ เป็นเงิน ๑๕,๓๖๕ บาทเอกสารดังกล่าวถือได้ว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๐ เมื่อจำเลยที่ ๑ ยังมิได้ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๒ ตามสัญญาดังกล่าว จึงต้องถือว่าจำเลยที่ ๑ ยังมิได้ปฏิบัติตามสัญญา ความผูกพันตามสัญญาประกันภัยซึ่งโจทก์ที่ ๑ จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ ๒ ย่อมยังไม่ระงับไป เมื่อโจทก์ที่ ๑ ได้จ่ายค่าซ่อมรถแทนโจทก์ที่ ๒ ไปแล้วย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของโจทก์ที่ ๒ ผู้เอาประกันภัยได้ตามจำนวนเงินที่โจทก์ที่ ๑ ได้จ่ายไปจริงแต่ไม่เกินจำนวนที่โจทก์ที่ ๒ มีสิทธิเรียกร้องเอาแก่จำเลยที่ ๑ ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ

ดังนั้นจำเลยที่ ๑ จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าซ่อมรถจำนวน ๒๘,๔๐๕ บาท ให้แก่โจทก์ที่ ๑ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่โจทก์ที่ ๑ เข้ารับช่วงสิทธิคือวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๒๔ อันเป็นวันที่โจทก์ที่ ๑ ได้ชำระค่าซ่อมรถไปและวินิจฉัยฎีกาโจทก์ข้อสุดท้ายว่าเมื่อโจทก์ที่ ๒ กับจำเลยที่ ๑ ได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันขึ้นแล้วก็ต้องถือว่ามีสัญญาประนีประนอมยอมความเกิดขึ้นแล้ว และมีผลบังคับกันได้ตามกฎหมาย ..... ผลของสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์ที่ ๒ กับจำเลยที่ ๑ ย่อมทำให้สิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ละเมิดเดิมระงับไปและทำให้ได้สิทธิตามที่แสดงไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น เมื่อมูลหนี้ละเมิดเดิมระงับไปแล้ว

โจทก์ที่ ๒ จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยที่ ๑ รับผิดโดยอาศัยมูลหนี้ละเมิดนั้น และย่อมทำให้ความรับผิดของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ที่จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ในฐานะเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ นั้นระงับไปด้วยโจทก์ที่ ๒ จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดจากจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ได้เช่นกัน โจทก์ที่ ๑ เป็นผู้รับช่วงสิทธิของโจทก์ที่ ๒ ที่จะเรียกร้องจากจำเลยที่ ๑ ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเท่านั้น จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มิได้เป็นคู่สัญญาในสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ที่ ๒ โจทก์ที่ ๑ จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๓ ได้

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินจำนวน ๒๘,๔๐๕ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๒๔ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ ๑ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
เสียง ตรีวิมล · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จำนง นิยมวิภาต
Lower court
ศาลแพ่ง - นายชูศักดิ์ บัณฑิตกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายยรรยง อิทธิพงษ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 10008/2558

จำเลยที่ 1 ผู้เยาว์บุตรจำเลยที่ 2 ที่ 3 ขับรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถยนต์ที่ อ. ขับซึ่งเอาประกันภัยไว้กับโจทก์ เป็นเหตุให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย พนักงานสอบสวนทำบันทึกตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีว่า อ.…

Supreme Court Judgment No. 1892/2538

จำเลยและว.ต่างขับรถยนต์โดยประมาทและต่างถูกร้อยตำรวจโทอ.พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับการที่ร้อยตำรวจโทอ.เปรียบเทียบปรับจำเลยและว. และค่าเสียหายของรถยนต์ทั้งสองคันได้มีการตกลงกันให้ต่างคนต่างซ่อมโดยขณะนั…

Supreme Court Judgment No. 2834/2527

โจทก์ที่ 1 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกของโจทก์ที่ 2โจทก์ทั้งสองต่างฟ้องให้จำเลยรับผิดในมูลละเมิด ทำให้รถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้นั้นเสียหายโดยโจทก์ที่ 1 ได้เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถให้แก่โจทก์…

Supreme Court Judgment No. 1686/2519

หนี้อันเกิดแต่มูลละเมิดลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดมาตั้งแต่เวลาที่ทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 206เจ้าหนี้หาจำต้องเตือนหรือทวงถามก่อนฟ้องไม่เจ้าของรถที่ถูกรถอื่นชนเสียหายโดยละเมิด ย่อมเป็นเจ…

Supreme Court Judgment No. 4382/2566

ตามคำพิพากษาในคดีก่อนศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในส่วนความรับผิดของโจทก์เพียงข้อหาเดียวว่า โจทก์เป็นนายจ้างของ ป. และ ป. ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง โจทก์จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามใ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up