คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนายอนุรักษ์ ค้ำชู จำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5649/2527 หมายเลขแดงที่ 7092/2527 ของศาลชั้นต้นซึ่งได้พิพากษาลงโทษไปแล้ว โดยมีเจตนาฆ่า ได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนยาวลูกกรด ขนาด .22 (ลองไรเฟิล) ยิงนายปฏิมา วิบูลย์เสข 1 นัดแต่เนื่องจากกระสุนปืนไม่ถูกอวัยวะสำคัญ จึงไม่เป็นเหตุให้ผู้เสียหายดังกล่าวถึงแก่ความตายสมดังเจตนา จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1708/2528 ของศาลชั้นต้นขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83 และนับโทษจำเลยต่อจากคดีดังกล่าว
จำเลยให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83 ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 10 ปี คำขออื่นของโจทก์ให้ยก
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าก่อนหน้าเกิดเหตุคดีนี้ จำเลยได้อยู่ด้วยกันกับนายอนุรักษ์และได้วิ่งหนีไปด้วยกัน หลังจากนายอนุรักษ์ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายดังกล่าวแล้ว ครั้นอีกประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมาจำเลยได้กลับเข้ามาในซอยเกิดเหตุด้วยกันกับนายอนุรักษ์ซึ่งมีอาวุธปืนยาวติดตัวมาเช่นเดียวกับเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นและยังร่วมวิ่งหนีออกจากซอยเกิดเหตุไปด้วยกัน หลังจากนายอนุรักษ์ได้ใช้อาวุธปืนยาวยิงมาที่ผู้เสียหายและพวกเช่นนี้ย่อมฟังได้ว่าจำเลยได้ร่วมมาและรู้เห็นกับพวกโดยตลอดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสองครั้งดังกล่าว หาใช่เป็นการมาพบกับนายอนุรักษ์ในที่เกิดเหตุโดยบังเอิญดังที่อ้างมาตามฎีกาไม่ และแม้จำเลยมิได้มีอาวุธติดตัวมาด้วย
ทั้งมิได้กล่าวถ้อยคำยุยงให้พวกกระทำการดังกล่าวดังที่อ้างมาตามฎีกาก็ตาม การกระทำของจำเลยก็เท่ากับเป็นการสมทบกำลังให้แก่พวกซึ่งเป็นผู้ลงมือกระทำความผิดและเป็นพฤติการณ์อันต้องถือว่าเป็นการร่วมกันกระทำความผิดโดยมีเจตนาประสงค์ต่อผลหรือเล็งเห็นผลที่อาจเกิดขึ้นร่วมกัน กรณีจึงถือว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมด้วยในการกระทำความผิด
Result
พิพากษายืน.