Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3821/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การคำนวณค่ารายปีนั้น ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินฯมาตรา 18 ให้ถือเอาค่ารายปีของปีที่ล่วงมาแล้วเป็นหลักในการคำนวณค่าภาษีปีต่อมาคดีนี้แม้โจทก์ขอคำนวณค่ารายปีในปี 2526 จากค่ารายปีของปี 2522 แต่เมื่อปรากฏว่าค่ารายปีของปี 2523 ถึง 2525 คู่ความยังพิพาทกันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล กรณีจึงไม่มีหลักเกณฑ์อันใดที่จะเอามาคำนวณได้ดีกว่าที่จะยึดถือค่ารายปีของปี 2522ดังนั้นจึงนำค่ารายปีของปี 2522 มาใช้เป็นหลักในการคำนวณค่ารายปีของปี 2526 ได้

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 Section 8 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 Section 18

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินเรียกเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินของเจ้าพนักงานเก็บภาษีของจำเลยที่ 1 ให้เพิกถอนใบแจ้งคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินจำนวน232,807.38 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า การประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว เพราะโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ได้ใช้ในการประกอบอุตสาหกรรมและประกอบกิจการค้า จึงไม่อยู่ในข้อยกเว้นภาษีโรงเรือน อีกทั้งการคำนวณค่ารายปีก็ได้เทียบจากค่าเช่าซึ่งเหมาะสมและชอบแล้ว เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ จำเลยที่ 2 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณาซึ่งก็เห็นชอบกับเหตุผลของพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 ได้แจ้งคำชี้ขาดให้โจทก์ทราบ

คำชี้ขาดของจำเลยที่ 2จึงชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 คืนเงินภาษีโรงเรือนเป็นส่วนลดให้โจทก์จำนวน 114,148.98 บาท ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่ศาลตัดสินโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย หากเกิน 3 เดือนให้ใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเกิน 3 เดือนจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินนั้นได้กำหนดไว้ในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ให้ผู้รับประเมินชำระปีละครั้งตามค่ารายปีของทรัพย์สิน และกำหนดค่ารายปี หมายถึงจำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรจะให้เช่าได้ในปีหนึ่ง

ๆ ทรัพย์สินทั้งหมดของโจทก์ได้ใช้ประกอบธุรกิจของโจทก์เอง ฉะนั้นการชำระค่ารายปีของทรัพย์สินโจทก์อยู่ที่ว่าสมควรจะให้เช่าได้ในปีหนึ่งเป็นจำนวนเงินเท่าใดโจทก์จึงขอกำหนดค่าเช่าที่ควรจะได้รับเป็นค่ารายปี สำหรับปี 2526โดยกำหนดเอาค่ารายปีของปี 2522 แล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ตามภาวะค่าครองชีพและเศรษฐกิจ เมื่อถึงปี 2526 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 107.36ตามข้อนำสืบของโจทก์ ปรากฏตามคำเบิกความของนายสุพัตร ทองเจิมประกอบด้วยดัชนีราคาขายลดที่พักอาศัย ของกองระดับราคากรมเศรษฐกิจพานิชย์ จากปี 2522 ถึง 2527 เพิ่มขึ้นร้อยละ 58.2ซึ่งยังเป็นอัตราร้อยละที่ต่ำกว่าที่โจทก์พอใจในการกำหนดค่ารายปีแม้ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน

พ.ศ. 2475 มาตรา 18ค่ารายปีของปีที่ล่วงมาแล้วนั้น ให้เป็นหลักในการคำนวณค่าภาษีปีต่อมา ซึ่งเป็นเพียงหลักการณ์ที่จะคำนวณค่ารายปี สำหรับคดีนี้โจทก์ขอคำนวณมาจากค่ารายปี 2522 ก็เป็นเพียงเพื่อตั้งฐานให้ได้ค่ารายปีในปี 2526 เพราะไม่มีหลักเกณฑ์อื่นใดที่ขอเอามาคำนวณได้ดีกว่าที่จะยึดถือของปี 2522 เพราะค่ารายปีของปี 2523,2524 และ 2525 ตามคำเบิกความของนายธนิต อิ่มบัว พยานโจทก์และนายประดิษฐ์ เจียมจันทร์ พยานจำเลยตรงกันว่า คู่ความพิพาทเกี่ยวกับค่ารายปี อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลโดยเฉพาะปี 2523 ศาลฎีกาได้พิพากษาแล้ว ฉะนั้นจะเอาค่ารายปีของปี 2525 มาเป็นเกณฑ์ในการคำนวณค่ารายปีของปี 2526 ยังไม่ได้พยานหลักฐานของโจทก์มีเหตุผลรับฟังได้ว่า

การคำนวณค่ารายปีของโจทก์เป็นไปตามภาวะค่าครองชีพและเศรษฐกิจที่เจริญเติบโตขึ้น ส่วนจำเลยมีนายประดิษฐ์เบิกความว่า ที่จำเลยกำหนดค่ารายปีโดยอาศัยเทียบเคียงกับค่ารายปีของโรงงานอื่นที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงงานของโจทก์ คือโรงงานบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และโรงงานทอผ้าขององค์การอุตสาหกรรมทอผ้า ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่จำเลยกำหนดค่ารายปีของโจทก์ แต่ไม่น่าจะกำหนดเพิ่มขึ้นมากมายหลายเท่ากว่าการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและภาวะค่าครองชีพที่กองระดับราคากรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ได้สำรวจไว้ ทั้งไม่ปรากฏว่าโรงงานที่นำมาเปรียบเทียบมีลักษณะ สภาพ และทำเลใกล้เคียงกับของโจทก์ จนมีค่ารายปีเหมือนกัน พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักน่ารับฟังดีกว่าจำเลยคดีฟังได้ว่าค่ารายปีที่โจทก์ขอเสียภาษีมานั้นชอบด้วยเหตุผลการประเมินของเจ้าพนักงานจำเลยที่ 1 และคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2ไม่ชอบพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ก้าน อันนานนท์ · นิเวศน์ คำผอง · ตัน เวทไว
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1147/2563

มาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.โรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 บัญญัติว่า "ค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วนั้น ท่านให้เป็นหลักสำหรับการคำนวณค่าภาษีซึ่งจะต้องเสียในปีต่อมา" กฎหมายมิได้บังคับให้นำค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วมาเป็…

Supreme Court Judgment No. 8941/2560

โรงเรียนที่จะได้รับยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 9 (3) จะต้องเป็นโรงเรียนสาธารณะ ซึ่งกระทำกิจการอันมิใช่เพื่อเป็นผลกำไรส่วนบุคคล และต้องใช้ในการศึกษาเท่านั้…

Supreme Court Judgment No. 8302/2557

พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยกำหนดค่ารายปีประจำปีภาษี 2552 ที่พิพาท เท่ากับปีภาษี 2551 ซึ่งเป็นปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว แต่ค่ารายปีของทรัพย์สินแต่ละรายอาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้แล้วแต่ข้อเท็จจริงของแต่ละปี ทั้…

Supreme Court Judgment No. 3899/2552

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดินฯ มาตรา 18 และ 19 กำหนดให้ผู้รับประเมินหรือบุคคลผู้พึงชำระค่าภาษีมีหน้าที่ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ โดยนำค่ารายปีของปีที่ล่วงมาแล้วนับเป็นหลักในการค…

Supreme Court Judgment No. 10287/2550

การพิจารณากำหนดค่ารายปีสำหรับปีภาษีพิพาทต้องเป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ฯ คือ นำค่ารายปีของปีที่ล่วงมาแล้วนั้นมาเป็นหลักสำหรับการคำนวณค่าภาษีที่จะต้องเสียในปีต่อมาซึ่งต…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up