คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองต่างขับรถผ่านสี่แยกด้วยความเร็วสูงโดยมิได้ลดความเร็วและมิได้ให้แตรสัญญาณ รถที่จำเลยทั้งสองขับจึงชนกันที่สี่แยกดังกล่าวได้รับความเสียหาย เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑,๓๐๐, ๓๙๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓(๔), ๗๐, ๑๔๘, ๑๕๗พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙๓, ๑๕๑ จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๐, ๑๔๘ และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙๓, ๑๕๑ ลงโทษปรับรวม ๒,๒๐๐ บาท ข้อหาอื่นยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงตามที่จำเลยที่ ๒ โต้เถียงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๒ ขับรถมาถึงสี่แยกก่อนจำเลยที่ ๑ หรือขับรถผ่านสี่แยกจนตัวรถเลยกึ่งกลางสี่แยกไปแล้ว แม้จำเลยที่ ๒ จะขับรถอยู่ด้านซ้ายของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๑(๒) ซึ่งบัญญัติว่า "ถ้ามาถึงทางร่วมทางแยกพร้อมกันและไม่มีรถอยู่ในทางร่วมทางแยก ผู้ขับขี่ต้องให้รถที่อยู่ทางด้านซ้ายของตนผ่านไปก่อน" คดีนี้เป็นเรื่องจำเลยทั้งสองต่างขับรถอยู่ในถนนซอยในหมู่บ้านและกำลังจะผ่านสี่แยกซึ่งถนนทั้งสองสายตัดกัน การขับรถในกรณีนี้ผู้ขับขี่ต้องอยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๐ ซึ่งบัญญัติว่า
"ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถเข้าใกล้ทางร่วมทางแยก ทางข้ามเส้นให้รถหยุดหรือวงเวียน ต้องลดความเร็วของรถ" ดังนั้น การที่จำเลยที่ ๒ ขับรถผ่านสี่แยกโดยมิได้ลดความเร็วของรถและมิได้ให้แตรสัญญาณก่อนขับรถผ่านสี่แยก ทั้งที่บริเวณสี่แยกไม่มีเครื่องหมายการจราจร และไม่สามารถเห็นรถซึ่งอยู่ในทางร่วมทางแยกด้านอื่น ถือว่าเป็นการขับรถโดยประมาท เมื่อรถซึ่งจำเลยที่ ๒ ขับชนกับรถซึ่งจำเลยที่ ๑ ขับตรงสี่แยก เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและถึงแก่ความตาย จำเลยที่ ๒ ย่อมมีความผิด
Result
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้บังคับคดีสำหรับจำเลยที่ ๒ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.