Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2500 (ref. 38320)

พ.ศ. 2500 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยได้ทำผิดจริง ศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์ให้รอการลงโทษไว้ ถือว่าเป็นการแก้มากโจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ไม่ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จำเลยที่ 5 ได้สมคบกับจำเลยอีก 4 คนกระทำความผิดอันเป็นเหตุในลักษณะคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 89 โทษที่ศาลอุทธรณ์วางแก่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นโทษเบากว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนด แม้จำเลยที่ 5 จะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้โทษจำเลยที่ 5 ได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 เพราะเป็นคุณแก่จำเลย

Provisions the court ruled on

เนื้อความคำพิพากษา

คดี 5 สำนวนนี้พิจารณาพิพากษารวมกันโจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันใช้อาวุธทำร้ายร่างกายนายซุยกวงกับพวก ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254, 256, 63จำเลยที่ 1-4-5 ปฏิเสธจำเลยที่ 2-3 ว่าได้ทำร้ายผู้เสียหายจริงแต่มิได้ใช้อาวุธและว่าบาดแผลไม่ถึงบาดเจ็บศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทุกคนมีผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 256, 63 จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยที่ 2-3 อายุกว่า 17 ปี แต่ไม่เกิน 20 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามกฎหมายลักษณะอาญาแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2494 มาตรา 7 คงจำคุกจำเลย 3 คนละ 1 ปี 4 เดือน แต่สำหรับนางมุ้ยจำเลยที่ 5 พิเคราะห์ตามเพศและการกระทำแล้ว ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 5 ปี ตาม กฎหมายลักษณะอาญาแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 14)

พ.ศ. 2494 มาตรา 3จำเลยที่ 1, 2, 3, 4, อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยทั้ง 4 ที่อุทธรณ์มาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297, 83 ให้จำคุกจำเลยคนละ 1 ปีจำเลยที่ 2, 3 อายุกว่า 17 ปีแต่ไม่เกิน 20 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 58 ทวิ คงจำคุกจำเลยที่ 2 3 คนละ 5 เดือน 10 วัน และให้รอการลงโทษจำเลยทั้ง 4 คนไว้มีกำหนด 5 ปี ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 41 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2494 มาตรา 3อัยการโจทก์และผู้เสียหายทั้งสี่ฎีกาว่า ไม่สมควรรอการลงโทษขอให้พิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 4 ไปเลยทีเดียวศาลฎีกาพิจารณาแล้ว คดีทั้ง 5 นี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า

จำเลยได้ทำผิดจริง ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยทั้ง 4 แต่ศาลอุทธรณ์ให้รอการลงโทษไว้ เป็นการแก้มากไม่ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ตามฎีกาที่ 1004/2496ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทำผิดจริง และไม่ควรรอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นนางมุ้ย จำเลยที่ 5 ได้สมคบกับจำเลยอีก 4 คนกระทำความผิดอันเป็นเหตุในลักษณะคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 89 โทษที่ศาลอุทธรณ์วางแก่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นโทษเบากว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดนางมุ้ยจำเลยที่ 5 ควรได้รับประโยชน์นี้ด้วย แม้นางมุ้ยจำเลยที่ 5 จะมิได้ฎีกาขึ้นมาก็ดี ศาลฎีกาแก้โทษนางมุ้ยจำเลยที่ 5 ได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 เพราะเป็นคุณแก่จำเลยศาลฎีกาพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ว่า ให้ลงโทษที่ศาลอุทธรณ์รอไว้นั้นแก่จำเลยทั้ง 4 คนไปเลยทีเดียวแก้การลงโทษนางมุ้ยจำเลยที่ 5 ว่าเป็นผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297, 83, 3 ให้วางโทษจำคุก 1 ปี แต่ให้รอการลงโทษไว้ภายใน 5 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2500 (ref. 78725)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยได้ทำผิดจริง ศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์ให้รอการลงโทษไว้ ถือว่าเป็นการแก้มาก โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา มาตรา…

Supreme Court Judgment, B.E. 2561 (ref. 638679)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 3 และที่ 5 ร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ยิงปืนโดยใช่เหตุ และใช้อาวุธปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดี…

Supreme Court Judgment No. 3499/2552

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แก้ไขเฉพาะโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันใช้และฐานร่วมกันนำเข้าบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมจากกระทงละ 2 ปี และ 4 ปี เป็นกระทงละ 1 ปี และ 3 ปี ตามลำดับ อันเป็นการแก้ไขเล็กน้อย เมื่อแต่…

Supreme Court Judgment No. 1510/2548

ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 3 ชกต่อยกับโจทก์ร่วม ส่วนจำเลยที่ 2 ใช้ไม้ตีโจทก์ร่วมโดยไม่มีหลักฐานใดที่บ่งชี้ให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีส่วนร่วมรู้เห็นว่าจำเลยที่ 1 มีและพกอาวุธปืนมาด้วย หรือได้มีการคบคิดก…

Supreme Court Judgment No. 8768/2547

การกักขังแทนค่าปรับ ตาม ป.อ. มาตรา 30 วรรคหนึ่ง ให้ถืออัตรา 200 บาท ต่อ 1 วัน เว้นแต่ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ปรับตั้งแต่ 80,000 บาท ขึ้นไป ศาลจะสั่งให้กักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลาเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up